ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > โรคพยาธิตัวจี๊ด

โรคพยาธิตัวจี๊ด

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ต.ค. 2551 เปิดอ่าน : 21,636 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
โรคพยาธิตัวจี๊ด

Advertisement

รศ.เวช ชูโชติ

โรคพยาธิตัวจี๊ดคืออะไร

โรคพยาธิตัวจี๊ดเกิดจากพยาธิตัวกลมในสกุล Gnathostoma ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดหลายชนิดด้วยกัน แต่ชนิดที่พบมากที่สุดคือ Gnathostoma spinigerum คนไม่ใช่โฮสต์เฉพาะของพยาธิ แต่คนเกิดโรคจากการได้รับตัวอ่อนของพยาธิเข้าสู่ร่างกาย เรียกว่าโรคพยาธิตัวจี๊ด (Gnathostomiasis)

โรคพยาธิตัวจี๊ดพบได้ที่ใดบ้าง

มีรายงานว่าพบโรคนี้ส่วนใหญ่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พบในประเทศไทย มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อิสราเอลและอินเดีย

พยาธิตัวจี๊ดมีลักษณะเป็นอย่างไร

พยาธิตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้และเพศเมียอาศัยอยู่ในก้อนทูมที่ผนังกระเพาะอาหารของแมว สุนัข เสือ และสัตว์กินเนื้อชนิดอื่น ๆ ตัวเต็มวัยที่พบจากกระเพาะอาหารของสุนัขหรือแมวนั้น (รูปที่ 1) เพศเมียยาวประมาณ 25-54 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 1-2 มิลลิเมตร เพศผู้ยาวประมาณ 11-25 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร (รูปที่ 2) ส่วนหัวแยกออกจากลำตัวชัดเจน และมีหนามเรียงอยู่รอบหัวประมาณ 8 แถว





รูปที่ 1 พยาธิตัวเต็มวัยในก้อนทูมที่พบในกระเพาะอาหารของสุนัข

รูปที่ 2 พยาธิตัวเต็มวัยเพศผู้ที่พบจากกระเพาะอาหารของสุนัข

(ที่มา: http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/nematode/framene.htm-Gnathostoma spinigerum)

คนติดโรคพยาธิตัวจี๊ดได้อย่างไร

คนเป็นโรคพยาธิตัวจี๊ดโดยการ
(1) ดื่มน้ำที่มีกุ้งไร (cyclops) ที่มีระยะติดต่อระยะที่สาม (รูปที่ 3)



รูปที่ 3 ตัวอ่อนของพยาธิตัวจี๊ดในกุ้งไร (cyclops)

(ที่มา: http://www.med.cmu.ac.th/dept/parasite/nematode/framene.htm-Gnathostoma spinigerum)

(2) โดยการรับประทานเนื้อปลา กบ ไก่ เป็ดฯลฯ ที่มีระยะติดต่อระยะที่สาม โดยปรุงเนื้อสัตว์เหล่านี้ให้สุกด้วยความร้อนไม่เพียงพอ
(3) ติดต่อจากมารดาขณะอยู่ในครรภ์ (prenatal transmission)
(4) ไชเข้าทางผิวหนัง ซึ่งพบจากการทดลองในสัตว์ทดลอง

เมื่อเป็นโรคพยาธิตัวจี๊ดจะมีอาการอย่างไร

เมื่อคนได้รับตัวอ่อนระยะที่สามของพยาธิตัวจี๊ดเข้าไป ตัวอ่อนจะไชไปตามบริเวณต่าง ๆ ในร่างกายทำให้เกิดอาการแสดงตามตำแหน่งที่มีพยาธิอยู่ เช่น ไชไปตามเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังก็เกิดอาการบวมเคลื่อนที่ หรือเข้าสมองก็เกิดสมองอักเสบ หรือไชไปที่ลูกตา เป็นต้น

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคพยาธิตัวจี๊ด

ควรได้รับการวินิจฉัยโรคจากแพทย์ แพทย์จะวินิจฉัยโรคจากประวัติการกินอาหารดิบ ๆ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารที่พบเสมอได้แก่ ส้มฟัก ปลาหรือไก่ย่างที่ไม่สุกพอ ยำกบ ฯลฯ อาการที่แสดง เช่น บวมเคลื่อนที่ ปวดจี๊ด ๆ และคัน เป็นต้น การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ภาวะที่มีอีโอสิโนฟิลสูงในเลือด การทดสอบทางผิวหนัง (skin test) ผลบวกของการทดสอบช่วยประกอบการวินิจฉัยโรคได้ แต่ไม่จำเพาะต่อโรคพยาธิตัวจี๊ด 100% การตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยาด้วยวิธี ELISA โดยใช้แอนติเจนจากตัวอ่อนระยะที่สามของพยาธิตัวจี๊ด (crude somatic extract) หรือใช้ชิ้นโพลีเปปไทด์ขนาด 24 kDa พบว่ามีความไวและความจำเพาะสูงถึง 100% การได้ตัวพยาธิออกมาจากการผ่าตัด หรือพยาธิออกมาเองทางเหงือก เยื่อตาขาว หรือออกมากับปัสสาวะ เป็นต้น เป็นวิธีการวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุด

จะทำการรักษาโรคพยาธิตัวจี๊ดได้อย่างไร

ผู้ป่วยไม่ควรทำการรักษาเองควรไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มียาที่ได้รับการยอมรับว่ารักษาโรคพยาธิตัวจี๊ดได้ผลดี นอกจากยา Albendazole โดยให้ผู้ป่วยรับประทานขนาดวันละ 400 มิลลิกรัม ติดต่อกันนาน 21 วัน จะทำให้พยาธิออกมาจากผู้ป่วยมากราย

จะทำการป้องกันการติดโรคพยาธินี้ได้อย่างไร

โรคนี้ป้องกันได้ง่าย โดยดื่มน้ำที่สะอาดไม่มีการปนเปื้อนของกุ้งไร รับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างดีแล้ว โดยเฉพาะเนื้อปลา ไก่ เป็ด กบ เป็นต้น

 

ที่มาข้อมูล ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> โรคพยาธิตัวจี๊ด , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
กาฬโรคปอด Pneumonic Plague

กาฬโรคปอด Pneumonic Plague
เปิดอ่าน 13,929 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ฟุตซอล

ฟุตซอล
เปิดอ่าน 15,121 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ประโยชน์จากฟักเขียว

ประโยชน์จากฟักเขียว
เปิดอ่าน 16,679 ครั้ง
คลิกอ่าน!
"พรมมิ" วัชพืชบำรุงสมอง

"พรมมิ" วัชพืชบำรุงสมอง
เปิดอ่าน 9,856 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สีเสียด☕ คลิกอ่านเลย
สีเสียด
เปิดอ่าน 12,381 ครั้ง
พาราเซตามอล☕ คลิกอ่านเลย
พาราเซตามอล
เปิดอ่าน 12,821 ครั้ง
จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่☕ คลิกอ่านเลย
จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
เปิดอ่าน 14,064 ครั้ง
ทำ "แผลแห้ง-แผลเปียก" ถูกวิธี ☕ คลิกอ่านเลย
ทำ "แผลแห้ง-แผลเปียก" ถูกวิธี
เปิดอ่าน 21,080 ครั้ง
"มะรุม" พืชมหัศจรรย์☕ คลิกอ่านเลย
"มะรุม" พืชมหัศจรรย์
เปิดอ่าน 17,002 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ศึก เอล กลาซิโก้ คืออะไรศึก เอล กลาซิโก้ คืออะไร
เปิดอ่าน 31,911 ครั้ง
สมุนไพรรักษาโรคเบาหวานสมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน
เปิดอ่าน 25,248 ครั้ง
ลายมือคนสันโดษลายมือคนสันโดษ
เปิดอ่าน 17,257 ครั้ง
DIY วิธีทำหน้ากากอนามัยแบบมีช่องใส่แผ่นกรอง สามารถซักแล้วนำกลับมาใช้ได้ใหม่DIY วิธีทำหน้ากากอนามัยแบบมีช่องใส่แผ่นกรอง สามารถซักแล้วนำกลับมาใช้ได้ใหม่
เปิดอ่าน 36,245 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง “รมว.ศึกษาฯ” กับนโยบายแก้ปัญหา โรงเรียน ICU จากรายการ ผชิญหน้า FaceTime (8 ก.พ. 2560)รับชมย้อนหลัง “รมว.ศึกษาฯ” กับนโยบายแก้ปัญหา โรงเรียน ICU จากรายการ ผชิญหน้า FaceTime (8 ก.พ. 2560)
เปิดอ่าน 14,881 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ