ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การประเมินโครงการการบริหารจัดการการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนวัดเฉลิมพระเกียรติ (พิบูลบำรุง) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการการบริหารจัดการการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนวัดเฉลิมพระเกียรติ

(พิบูลบำรุง) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

โดย คมคาย น้อยสิทธิ์

ปีที่ประเมิน 2564

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการการบริหารจัดการการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนวัดเฉลิมพระเกียรติ (พิบูลบำรุง) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินบริบทของโครงการด้วยตัวชี้วัดระดับความต้องการจำเป็นและระดับความเป็นไปได้ของโครงการ ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการด้วยตัวชี้วัดระดับความเหมาะสมของบุคลากรและระดับความเหมาะสมของกิจกรรม ประเมินกระบวนการของโครงการด้วยตัวชี้วัดร้อยละของกิจกรรมที่ดำเนินการและร้อยละของการติดตามโครงการ และประเมินผลผลิตของโครงการด้วยตัวชี้วัดร้อยละของนักเรียนที่เข้าเรียน ร้อยละของนักเรียนที่ส่งงาน ร้อยละของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีทักษะการผลิตสื่อเทคโนโลยี ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับความพึงพอใจของนักเรียน ระดับความพึงพอใจของผู้ปกครอง และระดับความพึงพอใจของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 196 คน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 44 คน ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 196 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามจำนวน 7 ฉบับ แบบสัมภาษณ์ จำนวน 2 ฉบับ และ แบบบันทึกจำนวน 1 ฉบับ รวม 10 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการหาความสอดคล้องเครื่องมือใช้สูตร IOC และใช้แอลฟา หาความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม

ผลการประเมินโดยภาพรวม พบว่า ประเด็นการประเมินทั้ง 4 ด้าน ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก มีประเด็นที่ผ่านในระดับมากที่สุด จำนวน 1 ประเด็น คือ ด้านกระบวนการ และผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก จำนวน 3 ประเด็น คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้าและด้านผลผลิต เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดย่อยในประเด็นการประเมินทั้ง 4 ด้าน จำนวน 17 ตัวชี้วัด ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งหมด ตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 7 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินระดับมาก จำนวน 9 ตัวชี้วัด และตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินระดับปานกลาง จำนวน 1 ตัวชี้วัด มีดังนี้

1. ผลการประเมินบริบทของโครงการ พบว่า มีตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมิน 2 ตัวชี้วัด ดังนี้

1.1 ระดับความต้องการจำเป็นในการจัดทำโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

1.2 ระดับความเป็นไปได้ของโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับ มาก

2. ผลการประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ พบว่า มีตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมิน 2 ตัวชี้วัด ดังนี้

2.1 ระดับความเหมาะสมของบุคลากร พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

2.2 ระดับความเหมาะสมของกิจกรรม พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

3. ผลการประเมินกระบวนการของโครงการ พบว่า มีตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมิน

ทั้ง 2 ตัวชี้วัด ดังนี้

3.1 ร้อยละของกิจกรรมที่ดำเนินการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด

3.2 ร้อยละของการติดตามโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด

4. ผลการประเมินผลผลิตของโครงการ พบว่ามีตัวชี้วัดผ่านเกณฑ์การประเมิน

11 ตัวชี้วัด ดังนี้

4.1 ร้อยละของนักเรียนที่เข้าเรียน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

4.2 ร้อยละของนักเรียนที่ส่งงาน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

4.3 ร้อยละของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีทักษะการผลิตสื่อเทคโนโลยี พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด

4.4 ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พบว่า ผ่านเกณฑ์

การประเมินในระดับปานกลาง

4.5 ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด

4.6 ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ พบว่า ผ่านเกณฑ์

การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด

4.7 ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด

4.8 ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมพบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด

4.9 ความพึงพอใจของนักเรียน พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

4.10 ความพึงพอใจของผู้ปกครอง พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

4.11 ความพึงพอใจของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก

ข้อเสนอแนะ

1. จากผลการประเมินพบว่า ประเด็นผลผลิตตัวชี้วัดร้อยละของนักเรียนที่เข้าเรียนนั้น ยังขาดความรับผิดชอบในการเข้าเรียน อาจเนื่องมาจากการขาดอุปกรณ์ สัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือการขาดการติดต่อสื่อสาร หรือแรงจูงใจระหว่างครูประจำชั้น/ครูประจำวิชากับนักเรียนและผู้ปกครอง จึงควรมีการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมโดยการสร้างการมีส่วนร่วมของครูกับผู้ปกครองในการจัดการเรียนการสอน และสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมหน่วยงานท้องถิ่น เอกชน และชุมชนในการระดมทรัพยากรสนับสนุนอุปกรณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนให้มีโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี สารสนเทศต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีการศึกษา 2565

2. จากผลการประเมินพบว่า ประเด็นผลผลิตตัวชี้วัดร้อยละของนักเรียนที่ส่งงานนั้น ยังขาดความรับผิดชอบในการส่งงาน จึงควรมีกิจกรรมสร้างแรงจูงใจเพิ่มมากขึ้น และส่งเสริมกิจกรรม

ที่สามารถทำให้นักเรียนกับครูประจำชั้นและครูประจำวิชามีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกันมากขึ้น

3. จากผลการประเมินพบว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผลิตสื่อและเทคโนโลยีปรากฎว่า ครูทุกคนผลิตสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ตามข้อตกลงเบื้องต้น โดยมีครู บางคนผลิตสื่อคนละ 1 ชิ้น/ภาคเรียนตามข้อตกลง ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ดังนั้นครูควรผลิตสื่อมากกว่า 1 ชิ้น/ภาคเรียน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และควรมีการสร้างแรงจูงใจในการผลิตสื่อ นวัตกรรมการสอนและการประเมินคุณภาพสื่อเพื่อกระตุ้นการผลิตสื่อของครู

4. จากผลการประเมินพบว่า ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยนั้นผ่านเกณฑ์ในระดับปานกลาง คือ 6.46 % จึงควรดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมให้ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น โดยการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยที่ผ่านมา มีการวิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธิ์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยที่ผ่านมา เกี่ยวกับคะแนนเฉลี่ยผลการสอบในระดับมาตรฐานและสาระการเรียนรู้ ประเมินความเพียงพอของครูผู้สอนภาษาไทยคุณภาพของสื่อวัสดุอุปกรณ์ที่เพียงพอในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยมีความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันและสามารถแก้ปัญหา ในการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

โพสต์โดย ครูเก้า : [7 ต.ค. 2565 เวลา 09:48 น.]
อ่าน [210] ไอพี : 125.24.173.107
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,665 ครั้ง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง

เปิดอ่าน 11,290 ครั้ง
สูตรการเรียนเก่ง จากท่าน ว.วชิรเมธี
สูตรการเรียนเก่ง จากท่าน ว.วชิรเมธี

เปิดอ่าน 17,130 ครั้ง
แฉกลโกง40ขายตรงตุ๋นผู้บริโภคหมื่นล.
แฉกลโกง40ขายตรงตุ๋นผู้บริโภคหมื่นล.

เปิดอ่าน 166,619 ครั้ง
5 วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง
5 วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง

เปิดอ่าน 46,419 ครั้ง
หลักธรรมของชีวิตคู่
หลักธรรมของชีวิตคู่

เปิดอ่าน 10,598 ครั้ง
"พิกุล" สรรพคุณดีกว่าที่คิด
"พิกุล" สรรพคุณดีกว่าที่คิด

เปิดอ่าน 14,844 ครั้ง
ปะการัง
ปะการัง

เปิดอ่าน 8,911 ครั้ง
การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล
การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล

เปิดอ่าน 17,715 ครั้ง
ข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็ง
ข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็ง

เปิดอ่าน 8,480 ครั้ง
Meritocracy กับการศึกษาสิงคโปร์  มูลค่าของความสามารถ
Meritocracy กับการศึกษาสิงคโปร์ มูลค่าของความสามารถ

เปิดอ่าน 14,818 ครั้ง
ดีปลี
ดีปลี

เปิดอ่าน 26,912 ครั้ง
ประเพณีการบอกหมาก ในงานแต่งงาน
ประเพณีการบอกหมาก ในงานแต่งงาน

เปิดอ่าน 10,683 ครั้ง
กลิ่นหอมทำให้นอนหลับฝันดี
กลิ่นหอมทำให้นอนหลับฝันดี

เปิดอ่าน 19,531 ครั้ง
“อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขเป็น”
“อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขเป็น”

เปิดอ่าน 12,526 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
ตู้แช่ไวน์
BestKru
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 10,792 ครั้ง
ดื่มนม วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด
ดื่มนม วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด

เปิดอ่าน 29,804 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 11 การนับประตู
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 11 การนับประตู

เปิดอ่าน 8,308 ครั้ง
เชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัว
เชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัว

เปิดอ่าน 11,145 ครั้ง
7 วิธี ช่วยคุณจัดสรรเวลา
7 วิธี ช่วยคุณจัดสรรเวลา

เปิดอ่าน 38,913 ครั้ง
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ