ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

แนวทางการพัฒนาเด็กสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับปฐมวัยของโรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา)

ชื่อเรื่อง แนวทางการพัฒนาเด็กสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับปฐมวัยของโรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา)

ผู้วิจัย นางสาวกัลยวรรธน์ โตนดดง

หน่วยงาน โรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา)

ปีการศึกษา 2565

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัญหาสภาพปัญหาและความต้องการของเด็กสมาธิสั้น และแนวทางการพัฒนาเด็กสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับปฐมวัยของโรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา) เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ประชากรเป้าหมายในการศึกษาตามวัตถุประสงค์ที่ 1 ประกอบด้วย เด็กระดับปฐมวัยรวม 43 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสัมภาษณ์ตามวัตถุประสงค์ที่ 2 คือผู้ทรงคุณวุฒฺภายนอก รวม 6 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนระดับปฐม ศึกษานิเทศก์ และนักวิชาการการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาและความต้องเด็กสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับปฐมวัยของโรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา) อยู่ในระดับมาก สำหรับแนวทางการพัฒนาเด็กสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับปฐมวัยของโรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก (คุ้งวารีวิทยา )ประกอบด้วย 4 กิจกกรม ดังนี้ 1.การวาดภาพตามจินตนาการ เป็นการวาดภาพขึ้นมา อาจจะมาจากประสบการณ์หรือตามคิดฝันหรือความ ทำให้เด็กได้ใช้ความคิดมีสมาธิและจดจ่อ ได้วาดในสิ่งที่อยากจะบอกหรือสื่อสารออกมาจากความคิดจากจินตนาการในแบบของตนเอง และยังได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมืออีกด้วย 2.ระบายสีภาพอิสระ ทำให้มีอารมณ์ดีเด็กได้ผ่อนคลาย ลดความกดดันทางอารมณ์ ทำให้เด็กอารมณ์เย็นรู้จักการระงับอารมณ์ และยับยั้งชั่งใจได้ ไม่นำเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้งในการแก้ปัญหาต่างๆ ครูก็สามารถสังเกตเด็กจากการที่เด็กใช้สีต่างๆในการระบายสีภาพออกมาและฝึกให้เด็ดมีสมาธิขณะทำผลงานศิลปะสร้างสรรค์ 3. ฉีกปะภาพ ได้ฝึกการประสานสัมพันธ์ของตากับมือ เพิ่มสมาธิ ฝึกความคิด ฝึกความจำ ช่วยให้เด็ก มีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรงและสามารถบังคับกล้ามเนื้อ ได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นการฝึกความใจเย็นในการทำกิจกรรมและยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย มีความสุขไปกับจินตนาการของตนเอง 4. ปั้นดินน้ำมัน สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเซลล์สมอง กล้ามเนื้อนิ้วมือถูกควบคุมด้วยสมอง การใช้นิ้วมือทั้ง 10 ไปพร้อมๆกับการเลือกดินน้ำมันและปั้นรูปร่างนั้นๆออกมา ทำให้เกิดการคิด วิเคราะห์ เป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโต และพัฒนาเซลล์สมองของเด็กและยังสามารถพัฒนากล้ามเนื้อไปพร้อมๆกัน เด็กจะได้การพัฒนาทั้งสี่ด้าน ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา

โพสต์โดย น้ำฝน : [18 ส.ค. 2567 (11:59 น.)]
อ่าน [100893] ไอพี : 124.122.44.108
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,811 ครั้ง
Animator vs Animation ภาค 4 กลับมาแล้ว สุดยอดมาก ชมคลิปกันเลย
Animator vs Animation ภาค 4 กลับมาแล้ว สุดยอดมาก ชมคลิปกันเลย

เปิดอ่าน 23,216 ครั้ง
จิตรกรรม
จิตรกรรม

เปิดอ่าน 13,365 ครั้ง
เกาหลีแพลนสร้าง แดจังกึม 2
เกาหลีแพลนสร้าง แดจังกึม 2

เปิดอ่าน 13,400 ครั้ง
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)

เปิดอ่าน 67,985 ครั้ง
อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่
อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่

เปิดอ่าน 2,154 ครั้ง
กระเบื้องผนังห้องครัว แบบไหนดูแลง่าย เช็ดล้างสะดวก
กระเบื้องผนังห้องครัว แบบไหนดูแลง่าย เช็ดล้างสะดวก

เปิดอ่าน 14,945 ครั้ง
5 อาการเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
5 อาการเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

เปิดอ่าน 49,789 ครั้ง
เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา
เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา

เปิดอ่าน 28,192 ครั้ง
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง

เปิดอ่าน 1,292 ครั้ง
รถมือสองดีไหม? ไขข้อข้องใจ ทำไม Toyota Sure ถึงคุ้มค่าน่าซื้อ
รถมือสองดีไหม? ไขข้อข้องใจ ทำไม Toyota Sure ถึงคุ้มค่าน่าซื้อ

เปิดอ่าน 16,690 ครั้ง
รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

เปิดอ่าน 10,311 ครั้ง
การประเมินเพื่อเรียนรู้ การตั้งคำถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้
การประเมินเพื่อเรียนรู้ การตั้งคำถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้

เปิดอ่าน 26,155 ครั้ง
ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"
ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"

เปิดอ่าน 15,606 ครั้ง
6 เหตุผลธรรมดา แต่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณไม่รวยสักที
6 เหตุผลธรรมดา แต่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณไม่รวยสักที

เปิดอ่าน 31,338 ครั้ง
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน

เปิดอ่าน 199,468 ครั้ง
บทบาทของครูในการเรียนรู้แบบ Active Learning
บทบาทของครูในการเรียนรู้แบบ Active Learning
เปิดอ่าน 15,265 ครั้ง
กินถั่วช่วยคุ้มกัน โรคมะเร็ง-หัวใจ
กินถั่วช่วยคุ้มกัน โรคมะเร็ง-หัวใจ
เปิดอ่าน 63,797 ครั้ง
เอกสารการใช้หลักสูตรใหม่ และทำหน่วยอิงมาตรฐานด้วยเทคนิคBackward Design ฉบับ update‏
เอกสารการใช้หลักสูตรใหม่ และทำหน่วยอิงมาตรฐานด้วยเทคนิคBackward Design ฉบับ update‏
เปิดอ่าน 18,505 ครั้ง
FAQ ถาม-ตอบ สาระสำคัญพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 (7 ก.ค. 51)
FAQ ถาม-ตอบ สาระสำคัญพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 (7 ก.ค. 51)
เปิดอ่าน 13,626 ครั้ง
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ