|
Advertisement
|
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็น 2) พัฒนารูปแบบ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบและ 4) ประเมินรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับการโค้ชเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) แบ่งขั้นตอนการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาความต้องการจำเป็น ประชากร คือ ครูโรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 21 คน และผู้ให้ข้อมูล จำนวน 22 คน ประกอบด้วย อาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 2 คน ศึกษานิเทศก์ จำนวน 5 คน ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 5 คน ครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 5 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา จำนวน 5 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสาร 2) แบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีค่าความเที่ยงตรงด้วยการคำนวณค่า IOC ระหว่าง 0.60-1.00 และค่าความเชื่อมั่นด้วยค่าสัมประสิทธฺ ์แอลฟาเท่ากับ 0.92 3) และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญการประเมินคุณภาพร่างรูปแบบ โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 5 คน 2) ผู้เชี่ยวชาญในการประชุมสัมมนาอิงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ(Connoisseurship) จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ 2) แบบแบบบันทึกการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบ ประชากร คือ ครูผู้สอนโรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา จำนวน 21 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา จำนวน 348 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะ แบบสอบถามเจตคติ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระยะที่ 4 ประเมินรูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล 1) ครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา จำนวน 21 คน 2) กรรมการประเมินสมรรถนะ โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบประเมินรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับการโค้ช และ 2) แบบประเมินชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI modified) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
คำสำคัญ : รูปแบบการพัฒนา, ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ, การโค้ช, สมรรถนะครู, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก
ผลการวิจัย พบว่า
1. ความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบ พบว่าสภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่สภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNI) รวมเท่ากับ 0.675 ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก
2. รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า "รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับการโค้ชเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา" ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 9 ประการ โดยมีกระบวนการเรียนรู้และขั้นตอนการโค้ชตามวงจร EPIRI Cycle Model (Exploration, Planning, Implementation, Reflection, Improvement) ผลการตรวจสอบคุณภาพรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.71)
3. ผลการใช้รูปแบบกับกลุ่มเป้าหมาย พบว่า 1) ครูมีคะแนนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญ มีทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับมากที่สุด (µ 4.58) และมีเจตคติที่ดีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในระดับมากที่สุด (µ = 4.73) 2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของครูโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.65) และ 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ โดย เพิ่มขึ้น 9.03% ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญ
4. ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่ารูปแบบมีคุณภาพด้านความรับผิดชอบ ด้านความเป็นประโยชน์ และด้านความถูกต้องอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.71) และผลการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียนมีพัฒนาการสัมพัทธ์สูงขึ้นร้อยละ 87.71
|
โพสต์โดย AOBE : [27 ม.ค. 2569 (15:40 น.)] อ่าน [741] ไอพี : 182.52.171.145
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 14,033 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,350 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,099 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,560 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 32,130 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,415 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,505 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,593 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 5,039 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,541 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,271 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 50,568 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,406 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,397 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,229 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 3,628 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,779 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,752 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,847 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,103 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|