การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา R&D (Research and Development) โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัย
แบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) มีการดำเนินการ 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 (R1D1) และวงรอบที่ 2 (R2D2) โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล
3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการ
กับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล โดยดำเนินการศึกษากับกลุ่มประชากร คือ ผู้บริหาร จำนวน
2 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 14 คน นักเรียน จำนวน 169 คน ผู้ปกครอง จำนวน 169 คน รวมทั้งสิ้น 359 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนจำนวน 111 คน และผู้ปกครอง จำนวน 111 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 222 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล 2) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเพื่อยกร่างรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล 3) แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ (ร่าง) รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล 4) แบบวิพากษ์โมเดล 5) แบบประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล 6) แบบสอบถามเพื่อประเมินประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านทุ่งชุมพล (สำหรับผู้บริหาร กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูและบุคลากรทางการศึกษา)
7) แบบสอบถามเพื่อประเมินประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล (สำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง) 8) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อผลการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล 9) แบบสอบถามความพึงพอใจของชุมชนที่มีต่อการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล 10) แบบประเมินความเป็นไปได้การนำไปใช้ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล (สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1) 11. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัย ความรับผิดชอบ และการมี
จิตสาธารณะ ของนักเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล โวิเคราะห์ข้อมูลความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย ดังนี้
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและประชุมผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ความต้องการจำเป็นที่โรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล ควรนำไปใช้ใน
การบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วยลำดับการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล ทั้ง 6 องค์ประกอบมีลำดับความต้องการจำเป็น 5 ลำดับ ดังนี้ 1) ด้านการวางแผน การดำเนินงาน และ ด้านการสร้างทีม 2) ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง 3) ด้านการส่งเสริมคุณธรรม
4) ด้านการนิเทศ ติดตาม 5) ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการ
กับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพลได้รูปแบบการบริหาร
เชิงระบบ INPUT PROCESS OUTPUT และวงจร PDCA ร่วมกับ 6 องค์ประกอบ ตั้งชื่อตามอักษรตัวหน้า ของแต่ละองค์ประกอบและตามด้วย Model เป็น PTA-MAS Model เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล โดยมีส่วนที่ 1 ประกอบด้วย วงจร PDCA 1) Plan (การวางแผน) 2) Do
(การดำเนินการ) 3) Check (การตรวจสอบ) 4) Act (การปรับปรุง) ส่วนที่ 2 ประกอบด้วย องค์ประกอบ 1) P (Plan) : การวางแผนการดำเนินงาน 2) T (Team): การสร้างทีม 3) A (ACT) : การปรับปรุง
4) M (Moral) : การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม 5) A (Active Learning) : การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 6) S (Supervision): การนิเทศติดตาม และนำหลักอิทธิบาท 4 หลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนาที่เป็นฐานแห่งความสำเร็จ ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา
ซึ่งนำมาบูรณาการกับกระบวนการบริหารงานตามวงจรคุณภาพ (PDCA) เพื่อส่งเสริมการวางแผน การปฏิบัติ การตรวจสอบ และการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการบริหารสถานศึกษา
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล และผลการหาความเหมาะของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้
PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล (ฉบับร่างที่ 1) ในภาพรวม และรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยสูงสุด
รายด้าน คือ ด้านปัจจัยนำเข้า ( = 4.63,  = 0.18) ด้านผลผลิต ( = 4.58,  = 0.21) และ
ด้านกระบวนการ ( = 4.51,  = 0.22) ตามลำดับ และความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล (ฉบับร่างที่ 1) ในภาพรวม และรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด
โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยสูงสุดรายด้าน คือ ด้านกระบวนการ ( = 4.56,  = 0.18) ด้านผลผลิต ( = 4.55,  = 0.18) และด้านปัจจัยนำเข้า ( = 4.44,  = 0.14) ตามลำดับ ผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้ข้อเสนอแนะผู้วิจัยนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจนได้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านทุ่งชุมพล ฉบับสมบูรณ์
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการ
กับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล โดยผลการประเมินคู่มือ
ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59, = 0.13)
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการ
กับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล สรุปได้ดังนี้
4.1 ผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม (กลุ่มผู้บริหารคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มครูและบุคลากร กลุ่มนักเรียน และกลุ่มผู้ปกครอง) กลุ่มผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความคิดเห็นว่าการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านทุ่งชุมพล ในภาพรวมมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59,  = 0.33) และกลุ่มนักเรียน และผู้ปกครอง มีความคิดเห็นว่าการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล
ในภาพรวมมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.89, S.D. = 0.10)
4.2 ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความพึงพอใจในการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล
ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.54, = 0.12) เมื่อพิจารณาแต่ละช่วงของการดำเนินงาน พบว่า ความพึงพอใจช่วงการประเมินผลแต่ละองค์ประกอบ ( = 4.58, = 0.27) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ช่วงการปฏิบัติงานแต่ละองค์ประกอบ ( = 4.55, = 0.26) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ช่วงการวางแผนแต่ละองค์ประกอบ ( = 4.52, = 0.32) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และ
ช่วงปรับปรุงแต่ละองค์ประกอบ ( = 4.51, = 0.32) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ
4.3 ผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการ
กับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล สรุปได้ ดังนี้
4.3.1 คุณภาพการศึกษาของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์อยู่ในเกณฑ์ดี
ทุกปีการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป มีค่าพัฒนาเพิ่มขึ้นทุกปี ด้านคุณภาพความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ
ผลการประเมินทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยังต้องพัฒนา ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีแนวโน้ม
ดีขึ้นตามลำดับ
4.3.2 คุณภาพของผู้เรียนด้านแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัย ความรับผิดชอบ และการมีจิตสาธารณะของนักเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล จากการดำเนินงานพัฒนาผู้เรียนตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล นักเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล มีระดับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในภาพรวมทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก จำนวน 164 คน คิดเป็นร้อยละ97.00 โดยจำแนกเป็นด้านความมีวินัย อยู่ในระดับมาก จำนวน 162 คน คิดเป็นร้อยละ 95.59
ด้านความรับผิดชอบ อยู่ในระดับมาก จำนวน 162 คน คิดเป็นร้อยละ 95.59 ด้านการมีจิตสาธารณะอยู่ในระดับมาก จำนวน 167 คน คิดเป็นร้อยละ 98.80 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้ง 3 ด้าน เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
4.3.3 คุณภาพการศึกษาด้านสถานศึกษา โรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล ดีเด่นด้านทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เป็นไปตามเป้าหมาย มีรางวัล Best Practiceโครงการโรงเรียนสุจริต โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นสถานศึกษาที่ขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริต ระดับดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2568 สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช.นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติบัตรรองชนะเลิศอันดับ 1 กิจกรรมบริษัทสร้างการดี โครงการโรงเรียนสุจริตประจำปี พ.ศ.2567 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ได้รับการประเมินการประกันคุณภาพภายนอกจากสำนักงานประกันคุณภาพภายนอก สมศ สร้างความไว้วางใจให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการศึกษา
ทั้งในและนอกเขตพื้นที่การศึกษาได้แก่ สถานศึกษาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2
4.3.4 คุณภาพการศึกษาด้านชุมชน ชุมชนมีความพึงพอใจในการดำเนินงาน
ตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.57, S.D. = 0.38) สืบเนื่องจากพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว มีการติดตามผลการพัฒนาร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
4.3.5 ผลการประเมินความคิดเห็นความเป็นไปได้ต่อการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PTA-MAS Model บูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล ไปใช้ของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ในภาพรวม มีความเห็นว่ามีเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด
( = 4.57, = 0.56) สอดคล้องกับนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ระดับเขตพื้นที่ ที่แสดงถึงการยอมรับ
ในระดับนโยบายและความเข้มแข็งเชิงโครงสร้างของรูปแบบการบริหารที่สามารถขยายผลสู่
การพัฒนาทั้งระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม