บทคัดย่อ
หัวข้อวิจัย การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์
ผู้วิจัย นางสาวพรพิไร แก้วสมบัติ
ปีการศึกษา 2568
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และสภาพพึงประสงค์ของการนิเทศและแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ และ 3. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ กลุ่มตัวอย่างใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ ที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 6 โดยได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และสภาพพึงประสงค์ของการนิเทศ แบบประเมินร่างรูปแบบเพื่อตรวจสอบและยืนยันรูปแบบการนิเทศ แบบประเมินความสามารถการออกแบบแผนจัดการเรียนรู้ของครู และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศที่มีต่อรูปแบบการนิเทศ การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (X-bar) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาแนวทางและองค์ประกอบของการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ มีองค์ประกอบ จำนวน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. วิเคราะห์ และสังเคราะห์นโยบายและเป้าหมาย (Analysis & Synthesis) 2. การวางแผน (Planning) 3. การออกแบบและการนิเทศ (Design and Supervising) 4. การสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Reflecting) และ 5. ประเมินผลเพื่อพัฒนา (Evaluating)
ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ของการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ พบว่า สภาพปัจจุบัน ปัญหา ปัจจัยและแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศ โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (X-bar= 4.37, S.D.= 0.41) และสภาพพึงประสงค์การนิเทศ ปัญหา ปัจจัยและแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศ โดยภาพรวมมีสภาพพึงประสงค์หรือความต้องการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (X-bar= 4.50, S.D.= 0.41)
2. ผลการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการนิเทศจากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า รูปแบบการนิเทศมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความมีประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด ประกอบด้วย คือ 1) หลักการของรูปแบบ คือ เป็นรูปแบบการนิเทศที่ให้การแนะนำและช่วยเหลือครู มีการนิเทศติดตาม และประเมินผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่อาศัยเครือข่ายการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เป็นการนิเทศแบบต่อเนื่องอย่างเป็นกัลยาณมิตร โดยผู้นิเทศจะเป็นสื่อกลางให้ผู้รับการนิเทศเกิดการคิด การพัฒนา และการปรับเปลี่ยน มีการสะท้อนผล เพื่อวิเคราะห์ความเข้าใจของผู้รับการนิเทศในการส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครู โดยรูปแบบการนิเทศจะสอดคล้องกับนโยบาย และจุดเน้นของ สพฐ. ข้อ 3 ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้หลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เพื่อพัฒนาผู้นิเทศให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการนำรูปแบบกระบวนการนิเทศไปใช้ และเพื่อพัฒนาครูผู้รับการนิเทศ และนำผลที่ได้จากการดำเนินการตามรูปแบบไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้สอดคล้องตามสมรรถนะ 3) เนื้อหาการนิเทศ ประกอบด้วย การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ การจัด การเรียนการสอน การเยี่ยมชั้นเรียน การสังเกตและการบันทึกหลังการนิเทศ 4) กระบวนการนิเทศ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ (1) วิเคราะห์และสังเคราะห์นโยบายและเป้าหมาย (Analysis & Synthesis) (2) การวางแผน (Planning) (3) การออกแบบและการนิเทศ (Design and Supervising) (4) การสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Reflecting) (5) ประเมินผลเพื่อพัฒนา (Evaluating) และ 5) การประเมินรูปแบบการนิเทศ ได้แก่ ประเมินความคิดเห็นต่อรูปแบบการนิเทศ ด้านความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์ ประเมินความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศที่ได้รับการนิเทศการจัด การเรียนรู้ต่อรูปแบบการนิเทศ
3. ผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ พบว่า เมื่อพิจารณาการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความมีประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด
ผลการประเมินความสามารถการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ของครูผู้รับการนิเทศหลังจากการนิเทศด้วยรูปแบบการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วย APDRE MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยระดับมากที่สุด (X-bar= 4.63, S.D.= 0.56)
ผลการประเมินความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศที่ได้รับการนิเทศการจัดการเรียนรู้ ต่อรูปแบบการนิเทศภายในร่วมกับการประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของครูโรงเรียนสระกะเทียมวิทยาคม สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar=4.71, S.D.= 0.45)