ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาสื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้
ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับ
นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4
ผู้วิจัย จารุดา ใจดี
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
เบอร์โทรศัพท์ 0951937821
ปีการศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้รูปแบบ One Group Pretest posttest Design มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาสื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80 / 80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนเรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 3) เพี่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 41 คน สมมติฐานในการวิจัย คือ 1) สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยสื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนเมื่อจัดการเรียนรู้ด้วย สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 อยู่ในระดับมาก ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 ห้องเรียน ม.5/2-ม.5/4 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี รวมทั้งหมด 127 คนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 41 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่มด้วยวิธีการจับฉลาก1 ห้องเรียน โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม (Cluster Sampling) ทำการทดลองโดยใช้เครื่องมือ ดังนี้ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2) สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ t-test ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า
2.1 สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 87.24/ 84.63 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้
2.2 นักเรียนที่เรียนโดยใช้สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้
โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 เมื่อทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า การทดสอบคะแนนเต็ม 30 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 18.51 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 25.39 เมื่อเปรียบเทียบค่า t ที่คำนวณได้ คือ 12.00 กับค่าวิกฤตของ t คือ 1.86 ค่า t ที่คำนวณได้ มีค่ามากกว่าค่าวิกฤตของ t นั่นคือ คะแนนเฉลี่ยหลังการเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้
2.3 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้สื่อ AR เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับเทคนิคระดมความคิด เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาชีววิทยาเพิ่มเติม 4 ในการจัดการเรียน การสอนมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.45 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.53 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้