บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมสื่อการ์ตูน MISSION INTEGER MODEL : ภารกิจพิชิตโลกจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องจำนวนเต็มก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้สื่อการสอนการ์ตูน และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้สื่อการสอนการ์ตูนดังกล่าว
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดโพธาวาส) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) นวัตกรรมสื่อการ์ตูน MISSION INTEGER MODEL : ภารกิจพิชิตโลกจำนวนเต็ม 2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องจำนวนเต็ม จำนวน 30 ข้อ ประกอบด้วยแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ และแบบอัตนัย จำนวน 20 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้สื่อการสอนการ์ตูน แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependent Samples t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1) นักเรียนที่เรียนโดยใช้สื่อการสอนการ์ตูน MISSION INTEGER MODEL : ภารกิจพิชิตโลกจำนวนเต็ม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.33 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 27.80 คะแนน จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน
2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้สื่อการสอนการ์ตูนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.28 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.73
ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมสื่อการ์ตูน MISSION INTEGER MODEL : ภารกิจพิชิตโลกจำนวนเต็ม สามารถช่วยพัฒนาความเข้าใจในเนื้อหาคณิตศาสตร์เรื่องจำนวนเต็ม ส่งเสริมความสนใจในการเรียนรู้ และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อนวัตกรรมทางการเรียนรู้สำหรับการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาต่อไป