1. ที่มาและความสำคัญ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 เห็นความสำคัญของการจัดการศึกษา จึงกำหนดไว้ในหมวด 4 มาตราที่ 22 30 ในส่วนที่เกี่ยวกับ การบริหารจัดการ กำหนดไว้ในหมวดที่ 5 มาตราที่ 31 40 และการนิเทศภายในโดยเฉพาะนั้น มีกำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดการกำกับ ติดตาม การจัดการศึกษาของผู้บริหารไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้เกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ยังได้กำหนดให้มี การนิเทศภายในเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การประเมินด้วย เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาได้ตระหนัก เห็นความสำคัญและนำไปปฏิบัติในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม
โรงเรียนบ้านหนองพลวง เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีนักเรียน 274 คน และข้าราชการครู 15 คน ปัญหา สำคัญคือครูต้องรับภาระงานหลายด้านและการจัดการเรียนรู้แบบควบชั้นในบางระดับชั้น ทำให้การ นิเทศแบบเดิมที่เน้นการตรวจสอบ (Inspection) สร้างความกังวลและภาระงานด้านเอกสาร
จากการวิเคราะห์สภาพปัญหา พบว่าการนิเทศภายในที่เหมาะสมกับโรงเรียนขนาดกลาง ต้องเน้น "ความร่วมมือแบบกัลยาณมิตร" และ "การช่วยเหลือหน้างาน" เพื่อให้ครูสามารถพัฒนาการ จัดการเรียนรู้ เชิงรุก (Active Learning) ได้จริงโดยไม่กระทบต่อภาระงานส่วนอื่น จึงได้พัฒนา นวัตกรรม SMART Supervision Model ขึ้นมา
การนิเทศการศึกษา นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาครูให้สามารถจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ให้บรรลุผลตามจุดหมายของหลักสูตรได้ แต่ในอดีตที่ผ่านมาโรงเรียนบ้านหนองพลวง มีข้อจำกัดหลายประการ ที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติการนิเทศภายในได้ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ไม่มีการกำหนดแผนการนิเทศที่ชัดเจน การนิเทศไม่เป็นไปตามปฏิทินการนิเทศ และเนื่องจากมี กิจกรรมด้านอื่น ๆ เข้ามาแทรกในการจัดกิจกรรมการเรียนจึงขาดความต่อเนื่อง เวลาในการร่วมนิเทศ จึงไม่ตรงกัน เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารโรงเรียนจึงปรับรูปแบบการนิเทศภายใน เพื่อให้มีความต่อเนื่องและเกิดประโยชน์กับครูผู้สอนและนักเรียน จึงมอบหมายหัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการและครูประจำชั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการนิเทศภายในของโรงเรียน คณะผู้บริหาร ครูและบุคลากร ได้ร่วมประชุมวางแผนการดำเนินงานนิเทศภายในอย่างเป็นรูปธรรมด้วยรูปแบบ " SMART Supervision Model" เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) พบว่าครูผู้สอนของโรงเรียนบ้านหนองพลวงพบประเด็นปัญหา ดังนี้
1) แบบนิเทศการจัดการเรียนการสอนยังไม่ครอบคลุมกับสภาพความต้องการจำเป็น
2) ครูผู้สอนขาดการพัฒนานวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน
3) ครูผู้สอนขาดการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อช่วยการออกแบบการจัดการเรียนการสอน
4) ครูผู้สอนขาดการรับการนิเทศ กำกับ ติดตามอย่างต่อเนื่อง
จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาตระหนักถึงความสำคัญ ของการนิเทศภายในที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน การนิเทศภายในเป็น กิจกรรมที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการส่งเสริมให้ครูผู้สอนได้ปรับปรุงคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน ให้เป็นไปตาม จุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่กำหนด ผู้บริหารสถานศึกษาร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้พัฒนารูปแบบนิเทศภายในของสถานศึกษา คือ การพัฒนาระบบนิเทศภายในด้วยรูปแบบ SMART Supervision Model เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในโรงเรียนขนาดกลาง ขึ้น ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนให้ มีคุณภาพตาม มาตรฐานการศึกษา