ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้รูปแบบ หนองหิน LOVE Model ชื่อผู้เสนองาน นางสาวกานต์รวี ศรีทอง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองหิน

นวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา การพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ

เรื่อง การพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้รูปแบบหนองหิน LOVE Model

ชื่อผู้เสนองาน นางสาวกานต์รวี ศรีทอง

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองหิน

รายละเอียดการนำเสนอ

๑. สภาพปัจจุบันปัญหาของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ

โรงเรียนบ้านหนองหินเป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดกลางที่เปิดทำการสอนในระดับชั้นอนุบาล ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ในปีการศึกษา ๒๕๖๘ มีนักเรียนพิการเรียนรวมที่มีความจำเป็นพิเศษทางการศึกษา จำนวน ๔๔ คน การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษนับเป็นภารกิจสำคัญของสถานศึกษาในการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ตามหลักสิทธิมนุษยชนและนโยบายการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ โดยโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนทุกคนอย่างเสมอภาค ตามความสามารถ ความจำเป็นพิเศษของแต่ละบุคคล เพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้าน ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคมและการสื่อสาร ซึ่งสอดคล้องและสนองยุทธศาสตร์/นโยบาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเรื่องบูรณาการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเรียนรวม

โรงเรียนบ้านหนองหินเป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาเรียนรวม มีการวางแผนและออกแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนรายบุคคล (IIP) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพและความรู้ความสามรถของผู้เรียน เพื่อที่นักเรียนสามารถเรียนร่วมกับเพื่อนนักเรียนปกติได้อย่างมีความสุขและสนุกสนาน รวมถึงการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ด้วยตระหนักว่านักเรียนเหล่านี้เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ โรงเรียนจึงเห็นความสำคัญต้องพัฒนาและส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรวมเหล่านี้กลายเป็นที่ยอมรับในสังคม โดยยึดหลักการที่ว่า "นักเรียนเหล่านี้คือคนปกติที่มีความรู้ความสามารถ รอคอยเวลาและโอกาส ในการแสดงจุดเด่นของตนเอง เพื่อที่จะก้าวขึ้นมายืน ณ สูงสุดที่สังคมยอมรับ" เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปรับลดจำนวนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และนโยบายพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นสถานศึกษาคุณภาพด้านการจัดการศึกษาเรียนรวม ด้วยความเชื่อมั่นว่านักเรียนเรียนรวมของโรงเรียนบ้านหนองหินมีความรู้ความสามารถพิเศษ การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษจำเป็นต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และการสื่อสาร

อย่างไรก็ตาม ในสภาพความเป็นจริง การบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มนี้ยังคงประสบปัญหาในหลายด้าน เช่น เด็กที่มีความต้องการพิเศษยังอ่านเขียนไม่ได้ การขาดรูปแบบการบริหารที่ชัดเจน บุคลากรขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การจัดสภาพแวดล้อมและสื่อการเรียนรู้ที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนที่ยังไม่เข้มแข็งและปัญหาเกี่ยวกับตัวนักเรียนเองโดยเฉพาะเด็กที่มีข้อจำกัดในการใช้ภาษา

ดังนั้น การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาที่เหมาะสมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสให้เด็กสามารถแสดงออกได้อย่างอิสระและเป็นธรรมชาติจึงเป็นที่มาของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ เรื่อง การพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้รูปแบบโรงเรียนบ้านหนองหิน LOVE Model

๑.๒ แนวทางการแก้ปัญหา

จากสภาพปัญหาการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งพบข้อจำกัดด้านการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ รูปแบบการบริหารที่ไม่ชัดเจน การจัดการเรียนรู้ที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน การขาดการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้อง และการประเมินผลที่ไม่ต่อเนื่อง จึงได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาโดยการพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้รูปแบบโรงเรียนบ้านหนองหิน LOVE Model เป็นกรอบในการดำเนินงาน ดังนี้

1. ด้าน L (Learning Management) : การจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล

พัฒนาและจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการจำเป็นของผู้เรียน ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมทักษะชีวิตควบคู่กับวิชาการ จัดหาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (Assistive Technology) เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ พัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษอย่างต่อเนื่อง

2. ด้าน O (Organization): การบริหารจัดการเชิงระบบ

กำหนดโครงสร้างการบริหารงานด้านการศึกษาพิเศษให้ชัดเจน มีการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบอย่างเป็นระบบ จัดตั้งทีมครูพี่เลี้ยงเด็กพิการเพื่อร่วมวางแผนและดูแลผู้เรียน พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนเพื่อใช้ในการวางแผน ติดตาม และประเมินผล สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรที่เพียงพอและเหมาะสม

3. ด้าน V (Value & Participation): การสร้างคุณค่าและส่งเสริมการมีส่วนร่วม

สร้างความตระหนักและทัศนคติที่ดีต่อเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในสถานศึกษาและชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการวางแผนและติดตามพัฒนาการของผู้เรียน สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น โรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการศึกษาพิเศษ จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงศักยภาพและสร้างคุณค่าในตนเอง

4. ด้าน E (Evaluation & Empowerment): การประเมินและเสริมพลังให้ผู้เรียนพึ่งตนเองได้

พัฒนาระบบการประเมินผลที่หลากหลายและต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการและพัฒนาการรายบุคคล นำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการ เสริมสร้างทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และความสามารถในการพึ่งพาตนเองของผู้เรียน สร้างแรงจูงใจและความภาคภูมิใจในตนเองของผู้เรียนผ่านการยกย่อง ชื่นชม และการนำเสนอผลงาน และได้นำกระบวนการ PDCA มาใช้ในการดำเนินงานด้วย

Plan (วางแผน): โรงเรียนบ้านหนองหินได้มีการกำหนดเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ในแต่ละด้าน โดยการประชุมเครือข่ายความร่วมมือ อาทิ เช่น ผู้บริหาร ครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมวางแผนการดำเนินงานโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ มีการระดมความคิดในการวางแผนการทำงาน รับฟังข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงและพัฒนา ร่วมกันออกแบบกิจกรรมและแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ร่วมวางแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และจัดทำแผนการสอนรายบุคคล (IIP) ให้เหมาะสมกับประเภทความต้องการของนักเรียนเรียนรวม

Do (ปฏิบัติ): เมื่อร่วมวางแผนการปฏิบัติงานเรียบร้อยแล้ว โรงเรียนได้ดำเนินการตามแผน โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน มีการทำงานเป็นระบบทีม ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน

Check (ตรวจสอบ): มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างใกล้ชิดผ่านการนิเทศชั้นเรียนเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของแผนการดำเนินงาน โดยโรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการนิเทศชั้นเรียน วิเคราะห์ข้อมูลและสะท้อนผลลัพธ์ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

Act (ปรับปรุง): โรงเรียนบ้านหนองหินได้นำผลการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ จากการปฏิบัติงานและการประชุมมาปรับปรุงแผนและกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาในระยะยาว โดยเน้นความต่อเนื่องและยั่งยืน

๑.๓ จุดประสงค์

๑. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษให้สามารถเรียนรู้อ่านออกเขียนได้ พัฒนาตนเอง และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขตามศักยภาพของตนเอง

๒. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการร่วมดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ อย่างเป็นระบบ

๓. เพื่อให้โรงเรียนมีรูปแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดได้อย่างยั่งยืน ผ่าน "หนองหิน LOVE Model"

๑.๔ เป้าหมาย

เชิงปริมาณ เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการคัดกรอง วิเคราะห์ และจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษที่มีคุณภาพ เป็นระบบและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา

เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคล

เชิงคุณภาพ โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษที่มีคุณภาพ เป็นระบบ และเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา

โรงเรียนมีรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ "หนองหิน LOVE Model" ที่สามารถเป็นต้นแบบและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างยั่งยืน

๒. ขั้นตอนการดำเนินงาน

๒.๑ การออกแบบผลงานนวัตกรรม

การดำเนินการ ส่งเสริมนวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษาด้านการบริหารจัดการศึกษาเรื่องการพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้รูปแบบหนองหิน LOVE Model

ขั้นที่ ๑ ประชุมปรึกษาหารือเพื่อการวางแผนกับคณะครูและบุคลากรในการเป็นส่งเสริมนวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษาด้านการบริหารจัดการศึกษาเรื่อง การพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยใช้รูปแบบหนองหิน LOVE Model

ขั้นที่ ๒ ประชุมชี้แจงผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในการมุ่งส่งเสริมทักษะพื้นฐานให้แก่นักเรียนหรือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

ขั้นที่ ๓ คณะครูจัดการเรียนการสอน เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

(หน้านี้มีอินโฟกราฟิกแสดงนโยบาย สพป.พิษณุโลก เขต 3 ปี 2569 และ "LOVE Model": ขับเคลื่อนการศึกษาด้วยความสุขและมิตรภาพ รวมถึงตารางแสดงผลการพัฒนาด้านทักษะพื้นฐาน)

๓. ผลสำเร็จและประโยชน์ที่ได้รับ

๓.๑ ผลสำเร็จ

ผลที่เกิดกับผู้เรียน

ผลสำเร็จเชิงปริมาณ นักเรียนเรียนรวมโรงเรียนบ้านหนองหินจำนวน ๔๔ คน ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณ โดยใช้สื่อนวัตกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๑๐๐%

ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ

๑. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโรงเรียนบ้านหนองหินสามารถอ่านออกและเขียนได้ตามระดับชั้น และสามารถสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่โรงเรียนกำหนด

๒. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโรงเรียนบ้านหนองหินสามารถใช้สื่อเทคโนโลยี/นวัตกรรมประกอบการเรียน ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดได้

๓. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโรงเรียนบ้านหนองหินสามารถเรียนรวมนักเรียนปกติได้อย่างมีความสุข

๔. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโรงเรียนบ้านหนองหินสามารถนำความรู้ ความสามารถของตนเองแสดงออกสู่เวทีความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับต่างๆ

ผลที่เกิดกับสถานศึกษา

๑. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโรงเรียนบ้านหนองหินสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่สถานศึกษากำหนด

๒. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษโรงเรียนบ้านหนองหินได้รับรางวัลชนะเลิศจากการเข้าร่วมการวาดภาพประเภทบกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน ๔ รายการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งที่ ๗๓ ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติ

๓. ปัญหานักเรียนออกกลางคันลดลง

๔. ผู้ปกครองนักเรียนเกิดความเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาและยินดีให้ความร่วมมือกับโรงเรียนมากขึ้น

ผลที่เกิดกับชุมชน

๑. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขไม่สร้างปัญหาให้กับครอบครัว ชุมชน และสังคม

๒. โรงเรียนในเขตบริการเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองหินพร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการส่งต่อนักเรียนมีปัญหาทางการเรียนรู้และนักเรียนปกติมาศึกษาต่อยังโรงเรียนบ้านหนองหิน

๓. ผู้ปกครองและชุมชนที่มีบุตรหรือนักเรียนในปกครองที่เป็นนักเรียนเรียนรวมยอมรับและเปิดใจเพื่อให้ครูได้พัฒนานักเรียนให้มีความรู้มากขึ้น

๓.๒ ประโยชน์ที่ได้รับ

๑. ลดปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้และคิดคำนวณไม่เป็นของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ

๒. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเกิดทักษะการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และการใช้เทคโนโลยีประกอบการเรียนรู้ของตนเอง สามารถนำเสนอความรู้ความสามารถผ่านเวทีการประกวดแข่งขันได้

๓. นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ไม่ออกกลางคัน

๔. ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษา ชุมชน เกิดความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองหิน

๕. ปัจจัยความสำเร็จ ผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นเครือข่ายการทำงาน ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามโครงการบริหารจัดการศึกษาเรียนรวมที่คำนึงถึงนักเรียน สภาพแวดล้อม การจัดการเรียนการสอน และเครื่องมือ โดยให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาสื่อ นวัตกรรมที่เหมาะสมกับผู้เรียนรายบุคคล รวมถึงการผลิตสื่อการสอนเสริมพัฒนานักเรียนที่มีความจำเป็นพิเศษให้มีทักษะด้านการเรียนที่สามารถร่วมเรียนกับนักเรียนปกติได้อย่างมีความสุข มุ่งเน้นกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อคนทุกคน (Education for all) ตามปรัชญาการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมและเชื่อมั่นว่า "นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาได้" อีกทั้งผู้ปกครองนักเรียนมีความยินดีและให้ความร่วมมือในการพัฒนานักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษให้เกิดการเรียนรู้และมีพฤติกรรมที่ดี

โพสต์โดย 9KiT : [26 พ.ค. 2569 (10:47 น.)]
อ่าน [93] ไอพี : 159.192.21.242
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,429 ครั้ง
อย. ยัน ไม่มีน้ำว่านหางจระเข้รักษาอีโบลาได้
อย. ยัน ไม่มีน้ำว่านหางจระเข้รักษาอีโบลาได้

เปิดอ่าน 16,125 ครั้ง
ชมคลิป น้องนะโม วัยแค่ 4 ขวบ สวดมนต์ยาวคล่องปร๋อ
ชมคลิป น้องนะโม วัยแค่ 4 ขวบ สวดมนต์ยาวคล่องปร๋อ

เปิดอ่าน 277 ครั้ง
โปรแกรมบริหารนิติบุคคลคืออะไร จำเป็นอย่างไรกับการบริหารนิติบุคคลยุคดิจิทัล
โปรแกรมบริหารนิติบุคคลคืออะไร จำเป็นอย่างไรกับการบริหารนิติบุคคลยุคดิจิทัล

เปิดอ่าน 373,486 ครั้ง
สุภาษิตพระร่วง
สุภาษิตพระร่วง

เปิดอ่าน 19,587 ครั้ง
เหล็กปลอม ดูกันชัดๆ มันเป็นยังไง (ชมคลิป)
เหล็กปลอม ดูกันชัดๆ มันเป็นยังไง (ชมคลิป)

เปิดอ่าน 20,688 ครั้ง
จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
จุฬาฯวิจัยสารสกัดดอกสะเดา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

เปิดอ่าน 26,086 ครั้ง
จิงจูฉ่าย สุดยอดสมุนไพรจีนบำรุงเลือดลม
จิงจูฉ่าย สุดยอดสมุนไพรจีนบำรุงเลือดลม

เปิดอ่าน 21,545 ครั้ง
คลิปสาธิตเทคนิคการพับผ้า แบบประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า
คลิปสาธิตเทคนิคการพับผ้า แบบประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า

เปิดอ่าน 24,809 ครั้ง
วิธีดูแลรักษา แปรงสีฟัน
วิธีดูแลรักษา แปรงสีฟัน

เปิดอ่าน 52,566 ครั้ง
การศึกษาไทย...ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
การศึกษาไทย...ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง

เปิดอ่าน 22,096 ครั้ง
วิธีกินอย่างฉลาด
วิธีกินอย่างฉลาด

เปิดอ่าน 12,381 ครั้ง
วันวิสาขบูชา คือวันอะไร
วันวิสาขบูชา คือวันอะไร

เปิดอ่าน 3,311 ครั้ง
มาตรฐาน Image Metadata
มาตรฐาน Image Metadata

เปิดอ่าน 59,406 ครั้ง
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา

เปิดอ่าน 5,975 ครั้ง
ประวัติ ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ประวัติ ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เปิดอ่าน 10,365 ครั้ง
ระวัง "โทรจัน" จากอีเมลโอลิมปิก
ระวัง "โทรจัน" จากอีเมลโอลิมปิก
เปิดอ่าน 52,062 ครั้ง
ฝึกลูกจำศัพท์อังกฤษ50คำได้ไม่ต้องท่อง หมวดสิ่งของทั่วไป
ฝึกลูกจำศัพท์อังกฤษ50คำได้ไม่ต้องท่อง หมวดสิ่งของทั่วไป
เปิดอ่าน 15,189 ครั้ง
ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต นิยายซีไรต์ปี 58
ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต นิยายซีไรต์ปี 58
เปิดอ่าน 5,641 ครั้ง
"ยาเสียสาว" คืออะไร? ต้องป้องกันตัวอย่างไร?
"ยาเสียสาว" คืออะไร? ต้องป้องกันตัวอย่างไร?
เปิดอ่าน 13,152 ครั้ง
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ