บทคัดย่อ
หัวข้อวิจัย การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ STARS (ภารกิจพิชิตดาวผู้พิทักษ์สุขภาพ) เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาสุขศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ชื่อผู้วิจัย นายยงยศ ศิริสัมพันธ์
ปีการศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้และการเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2) สร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ STARS สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์ 80/80 3) ทดลองใช้และศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ STARS ที่มีต่อนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ในด้านประสิทธิภาพ ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พฤติกรรมสุขภาพ และความพึงพอใจ และ 4) ประเมิน รับรอง และปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ STARS ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดสันติธรรม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครอบคลุมกระบวนการทั้ง 4 ขั้นตอน ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แผนการจัดการเรียนรู้และสื่อประกอบการสอน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบบันทึกประเด็นการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test for Dependent Samples และ One-Sample t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น จากการวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำและมีปัญหาพฤติกรรมสุขอนามัยที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากรูปแบบการสอนเดิมมีความเป็นนามธรรมและขาดแรงจูงใจ ผู้วิจัยจึงได้สังเคราะห์ความต้องการจำเป็น นำไปสู่การพัฒนารูปแบบ STARS โดยบูรณาการแนวคิดสตอรีไลน์ (Storyline Approach) และเกมมิฟิเคชัน (Gamification)
2. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ STARS ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน (S-Start, T-Train, A-Act, R-Reflect, S-Share) ผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการนำไปทดลองใช้ (Try-out) พบว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.42/82.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
3. ผลการทดลองใช้และศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ STARS กับกลุ่มตัวอย่าง พบว่า
3.1 ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (E1/E2) เท่ากับ 84.00/82.53 และมีค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เท่ากับ 0.6571 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 65.71
3.2 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.3 นักเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพหลังเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (x̄ = 3.67, S.D. = 0.27)
3.4 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับชอบมาก (x̄ = 2.91, S.D. = 0.28)
4. ผลการประเมิน รับรอง และปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ STARS ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่ประชุมมีมติรับรองว่ารูปแบบ STARS มีความเหมาะสมในการยกระดับพฤติกรรมสุขภาพ โดยผู้วิจัยได้นำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงการบริหารเวลาในชั้นเรียน ควบคู่กับการพัฒนาสมุดประจำตัวผู้พิทักษ์สุขภาพและจัดทำคู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อการขยายผลต่อไป