ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > วิตามิน บี
วิตามิน บี
✎ โพสต์เมื่อวันที่ : 9 ต.ค. 2551 เปิดอ่าน : 16,624 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
วิตามิน บี

Advertisement

วิตามิน บี เป็นหนึ่งในวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ โดยจะมีวิตามินบีหนึ่ง บีสอง บีหก ไนอาซิน กรดแพนโทเธนิก ไบโอติน โฟลาซิน และบีสิบสอง บางทีเรียกรวมกันว่า วิตามิน บีรวม มีความสำคัญในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา หรือทำให้ปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกายคำเนินไปได้



วิตามิน B1 คือ THIAMINE มีหน้าที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงของคาร์โบไฮเดรต การขาดจะทำให้เกิดโรคเหน็บชา อาการเริ่มแรกอาจอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และ ชาตามปลายมือปลายเท้า วิตามินบีหนึ่งมีมากในเนื้อหมู และถั่ว



วิตามิน B2 คือ RIBOFLAIN มีหน้าที่สำคัญในกระบวนทำให้เกิดพลังงานในร่างกาย การขาดจะทำให้โรคปากนกกระจอก มีแผลที่มุมปาก ริมฝีปากแตกและลิ้นอักเสบได้ วิตามิน บีสอง มีมากในตับ หัวใจ ไข่ นม และผักใบเขียว



วิตามิน B3 คือ NIACIN หรือ NICOTINIC ACID หรือ NIACINA MIDE ไนอาซิน มีหน้าที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาการเผาผลาญทำให้เกิดพลัง และการสร้างไขมันในร่างกาย การขาดจะทำให้ผิวหนังอักเสบบริเวณที่ถูกแดด ท้องเดิน ประสาทเสื่อม และความจำเป็นเลอะเลือน ไนอาซิน มีมากในเนื้อสัตว์และเครื่องในสัตว์ นอกจากนี้ร่างกายยังสร้างได้เองบางส่วนด้วย



วิตามิน B5 หรือ Pantothenic Acid เป็นวิตามินในการสร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยสร้างเซลล์ใหม่และช่วยบำรุงระบบประสาท ร่างกายคนเราต้องการวิตามินบี5 อย่างน้อย 200 มิลลิกรัม



วิตามิน B6 คือ PYRIDOXINE มีหน้าที่สำคัญในกระบวนการเผาผลาญโปรตีนในร่างกาย การขาดจะทำให้เกิดชา และซีดได้



วิตามิน B7 Biotin มีหน้าที่ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิสมของกรดไขมัน และกรดอะมิโน ช่วยถนอมผิวพรรณให้ปกติ รักษาโรคทางระบบประสาท เช่นโรคนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า ไบโอตินพบได้ใน ตับ ถั่วต่างๆ ผลไม้ ยีสต์ มะเขือเทศ ไข่แดง อาหารธรรมดามีไบโอตินเพียงพอ แต่ผู้ชอบรับประทานไข่ดิบเป็นประจำ ไข่ขาวดิบจะรวมตัวกับไบโอติน ขัดขวางการย่อยและดูดซึมโปรตีนในกระเพาะ และลำไส้ ผู้รับประทานไข่ดิบคราวละหลายฟองอยู่เสมอ มีโอกาสขาดไบโอตินสูงกว่าคนอื่น จึงควรต้มไข่ให้สุกเพื่อขจัดปัญหา แบคทีเรียในลำไส้สร้างไบโอตินขึ้นเองได้ แต่ผู้ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ยาจะทำลายแบคทีเรียชนิดนี้ เป็นผลให้ร่างกายมีไบโอตินลดลง ภาวะขาดไบโอติน ผิวหนังจะเกิดผดผื่น ขนร่วง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน



วิตามินบี 9 : Folic Acid กรดโฟลิค มีประโยชน์สำหรับการสังเคราะห์ DNA และการเจริญเติบโตของเซลล์ และยังจำเป็นในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง, การสร้างพลังงาน กรดโฟลิคนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้าง Heme ซึ่งเป็นธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในฮีโมโกบิน เพื่อการลำเลียงออกซิเจนในร่างกาย และจำเป็นต่อเซลล์ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อโคเอ็นไซม์ในการสังเคราะห์ RNA และ DNA อีกทั้งยังจำเป็นต่อการเผาผลาญโปรตีน และการรักษาโรคโลหิตจาง วิตามินบี 9 ยัง ช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร และระบบประสาท ช่วยในเรื่องจิตใจและอารมณ์ เพราะสารอาหารนี้ช่วยในเรื่องระบบประสาท จึงมีผลให้ผ่อนคลายด้านอารมณ์ ความวิตกกังวลและความเครียดที่เป็นอยู่ได้ อาการเมื่อขาดวิตามินบี 9 คือ ท้องเสีย, เสียดท้องหรือท้องผูก กรดโฟลิคนั้นมีความจำเป็นต่อการพัฒนาระบบประสาทของทารกในครรภ์ด้วย การขาดวิตามินบี9 การขาดวิตามินบี9 ในเด็กทารกที่ยังไม่คลอดนั้น อาจเพิ่มความเสียงต่อทารกที่จะเกิด ทำให้มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง และระบบประสาทผิดปกติรุนแรง เมื่อ ขาดกรดโฟลิค จะมีอาการเหนื่อยเพลีย, เป็นสิว, ฝาดลิ้น, เป็นแผลที่มุมปาก (เช่นเดียวกับการขาดวิตามินบี2, วิตามินบี6 และธาตุเหล็ก) ผลของการขาดกรดโฟลิคในระยะยาวคือ อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และภาวะกระดูกพรุนได้ในภายหลัง เช่นเดียวกับโอกาสในการเป็นมะเร็งลำไส้และมะเร็งปากมดลูก



วิตามิน B12 คือ CYANO COBALAMIN มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะไขกระดูก ระบบประสาทและทางเดินอาหาร ทำหน้าที่สัมพันธ์กับโพลาซิน การขาดวิตามินบีสิบสอง จะมีอาการซีด ชนิดเม็ดเลือดแดงโต และมีความผิดปกติของระบบประสาท วิตามินบีสิบสองพบมากในอาหารจากสัตว์ เช่น ตับ ไต และน้ำปลา



วิตามิน B15 คือ PANGAMIC ACID มีในยีสต์ พวกเมล็ดพืชต่างๆ ข้าวซ้อมมือ ประโยชน์ต่อร่างกาย มีประโยชน์ต่อเส้นผม กล้ามเนื้อ ตับ สมอง และหัวใจ ช่วยย่อยไขมัน ทำให้ร่างกายใช้วิตามินอี รักษาโรคทางจิต แพทย์ใช้วิตามินนี้รวมกันรักษาเบาหวานและเส้นโลหิตอุดตัน



โดยสรุป สำหรับวิตามิน บี จะเห็นได้ว่ามีทั้งในสัตว์และพืช ดังนั้น ถ้าท่านรับประทานอาหารให้ครบหมู่ ภาวะการขาดวิตามิน บี คงจะไม่เกิดขึ้น



ที่มา

http://www.bangkokhealth.com/nutrition_htdoc/nutrition_health_detail.asp?Number=4020  

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> วิตามิน บี วิตามินบี << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9

โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
เปิดอ่าน 20,131 ครั้ง
โรคของเส้นผม ขน และเล็บ

โรคของเส้นผม ขน และเล็บ
เปิดอ่าน 17,653 ครั้ง
ประเภทของลูกเสือ

ประเภทของลูกเสือ
เปิดอ่าน 50,618 ครั้ง
เรื่องที่แม่ควรอ่าน "20 คำถามคำตอบ" ความจริง "นมแม่-นมผง"

เรื่องที่แม่ควรอ่าน "20 คำถามคำตอบ" ความจริง "นมแม่-นมผง"
เปิดอ่าน 14,044 ครั้ง
วิธียืดเส้นก่อนออกกำลังกาย

วิธียืดเส้นก่อนออกกำลังกาย
เปิดอ่าน 26,401 ครั้ง
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ

รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
เปิดอ่าน 14,565 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เปิดอ่าน 61,596 ☕ คลิกอ่านเลย
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 17 การเล่นลูกจากประตู
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 17 การเล่นลูกจากประตู

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เปิดอ่าน 56,060 ☕ คลิกอ่านเลย
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย

เปิดอ่าน 13,063 ☕ คลิกอ่านเลย
โรคฉี่หนู เชื้อร้ายที่มากับน้ำท่วม
โรคฉี่หนู เชื้อร้ายที่มากับน้ำท่วม

เปิดอ่าน 12,474 ☕ คลิกอ่านเลย
“มะระ”ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!
“มะระ”ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!

เปิดอ่าน 22,078 ☕ คลิกอ่านเลย
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 15 การเตะโทษ ณ จุดโทษ
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 15 การเตะโทษ ณ จุดโทษ

เปิดอ่าน 22,668 ☕ คลิกอ่านเลย
พยาธิใบไม้ในตับ
พยาธิใบไม้ในตับ

เปิดอ่าน 17,345 ☕ คลิกอ่านเลย
เหงื่อบอกโรค
เหงื่อบอกโรค

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,671 ครั้ง
พสกนิกรแชร์คลิปประทับใจ "สมเด็จพระเทพฯ" ทรงกวักพระหัตถ์เรียกบัณฑิต กลับมารับปริญญา หลังปริ
พสกนิกรแชร์คลิปประทับใจ "สมเด็จพระเทพฯ" ทรงกวักพระหัตถ์เรียกบัณฑิต กลับมารับปริญญา หลังปริ

เปิดอ่าน 24,793 ครั้ง
4 วิธีบังคับให้ตัวเองออมเงินได้จริง
4 วิธีบังคับให้ตัวเองออมเงินได้จริง

เปิดอ่าน 15,354 ครั้ง
โปรแกรมเฮ้าส์คีปเปอร์
โปรแกรมเฮ้าส์คีปเปอร์

เปิดอ่าน 11,026 ครั้ง
งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์
งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์

เปิดอ่าน 8,920 ครั้ง
รู้จัก โรคเอสแอลอี
รู้จัก โรคเอสแอลอี

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ