1. ที่มาและความสำคัญ
การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เป็นนโยบายเร่งด่วนของสถานศึกษา แต่จากการวิเคราะห์ผลการประเมินตนเอง (SAR) และข้อมูลสารสนเทศคะแนนการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และการทดสอบ NT
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนบ้านจันดีในรอบปีที่ผ่านมา พบว่าผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระวิชาหลักยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ สาเหตุสำคัญเกิดจากครูผู้สอนบางส่วนยังขาดความเข้าใจในการออกแบบกิจกรรมเชิงรุก ขาดแคลนสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย และระบบการนิเทศภายในแบบเดิมเน้นการสั่งการเชิงอำนาจและจับผิด ทำให้ครูเกิดเจตคติเชิงลบ โรงเรียนจึงได้พัฒนานวัตกรรมการนิเทศภายในแนวใหม่ภายใต้ชื่อ "HAPPY Model" ที่หลอมรวมวงจรคุณภาพ PDCA และการนิเทศเชิงกัลยาณมิตร เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการคุณธรรม "Jandee Hero" และ 3S Model (Smart, Smile, Strong) เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพห้องเรียนเชิงระบบ
2. วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
วัตถุประสงค์:
1. เพื่อพัฒนาระบบและนวัตกรรมการนิเทศภายใน "HAPPY Model" ของโรงเรียนบ้านจันดี ให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะของครูในการจัดกิจกรรม Active Learning บูรณาการคลังสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล
3. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-NET/NT) และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายของสถานศึกษา
เป้าหมายหลัก: ครูผู้สอนร้อยละ 100 ได้รับการนิเทศภาคเรียนละ 2 ครั้ง ครูร้อยละ 85 ขึ้นไปมีแผนและนวัตกรรม Active Learning ของตนเอง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-NET/NT) มีค่าพัฒนาเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3
3. กระบวนการดำเนินงาน (HAPPY Model)
โรงเรียนบ้านจันดีได้ออกแบบกระบวนการนิเทศภายในออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดำเนินงานร่วมกับวงจร PDCA ดังนี้:
1. H Heart-to-Heart (นิเทศด้วยใจเชิงกัลยาณมิตร): สร้างบรรยากาศเชิงบวกและความปลอดภัยทางวิชาชีพ เพื่อปรับทัศนคติของครูให้เปิดใจรับการนิเทศ
2. A Active Participation (ร่วมมือเชิงรุกผ่าน PLC): จัดตั้งวง PLC ให้ครูร่วมกันวิเคราะห์หลักสูตรและข้อสอบ เพื่อออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน
3. P Planning & Progression (วางแผนระบบงานก้าวหน้า): จัดทำปฏิทินงานนิเทศที่โปร่งใส และร่วมประชุมชี้แจงประเด็นก่อนเข้าห้องเรียน (Pre-Conference)
4. P Professional Media & Tools (ใช้สื่อเครื่องมือวิชาชีพ): นำ "คู่มือการนิเทศภายใน HAPPY Model" และฟอร์มบันทึกออนไลน์มาใช้ พร้อมหนุนหลังครูด้วยสื่อนวัตกรรมจากแพลตฟอร์ม Canva
5.Y - Yielding Valuable Outcomes for Sustainability (สร้างผลลัพธ์ที่ทรงคุณค่าเพื่อความยั่งยืน) ประชุมสะท้อนคิดหลังการสอน (Post-Conference) ค้นหาจุดเด่น-จุดพัฒนา และจัดตลาดนัดนวัตกรรมเพื่อมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติครู
4. ผลการดำเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับ
ด้านสถานศึกษา: โรงเรียนบ้านจันดีมีรูปแบบนวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการนิเทศภายในเชิงระบบ ได้รับความไว้วางใจจากชุมชน และได้รับการยอมรับให้เป็นสถานศึกษาแกนนำด้านการนิเทศภายในของหน่วยงานต้นสังกัด
ด้านครูผู้สอน: ครูร้อยละ 100 เกิดความเชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรม Active Learning ปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ มีนวัตกรรมการสอนของตนเอง และมีความสุขในการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน
ด้านผู้เรียน: นักเรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตร ผลคะแนนสอบ O-NET และ NT ในวิชาหลักเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 3 บรรลุค่าเป้าหมายของสถานศึกษา และนักเรียนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมสะท้อนวินัยและคุณธรรมอย่างเด่นชัดตามแนวทาง "Jandee Hero"
5. ปัจจัยความสำเร็จ
ความสำเร็จของนวัตกรรมเกิดจาก (1) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร ที่นิเทศเชิงเสริมสร้างพลังบวก (2) วัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้และการเปิดใจของคณะครู ที่พร้อมทำงานร่วมกันผ่านวง PLC และ (3) การมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองที่ร่วมสนับสนุนทรัพยากรและระบบคลังสื่อดิจิทัล
6. บทเรียนที่ได้รับและการเผยแพร่
บทเรียนที่ได้รับ: บรรยากาศแห่งความสุขและความรู้สึกปลอดภัยทางวิชาชีพของครู เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนในห้องเรียนได้อย่างยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ช่วยลดภาระงานเอกสารให้ครูได้อย่างมหาศาล
การเผยแพร่และการยอมรับ: โรงเรียนได้เผยแพร่คู่มือและคลังสื่อผ่านทางเว็บไซต์และเพจโรงเรียน
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียนที่ให้ความสนใจ