การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบโรงเรียนสอนคิด (Thinking School) ภายใต้การบริหารสถานศึกษารูปแบบ PIPTA MODEL 2) ศึกษาผลการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการดำเนินงาน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 16 โรงเรียนเทศบาล 5 ชุมชนหนองยางหนองม่วง จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย จำนวน 5 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Thinking School ที่บูรณาการเทคโนโลยี AI แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ปกครอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างชัดเจน โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 41.39 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 96.11 แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี AI ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ Thinking School ภายใต้ PIPTA MODEL มีประสิทธิภาพในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
2. นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยดีขึ้น ทั้งด้านการอ่านออกเสียง การสะกดคำ การเขียนคำ การใช้ภาษา และมีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมมากขึ้น ได้แก่ มีความกระตือรือร้นในการเรียน กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในการอ่านและการเขียน รวมทั้งมีนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้น โดยเกิดจากการบริหารจัดการตาม PIPTA MODEL ซึ่งประกอบด้วย การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (Participation) การใช้สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ (Instructional Media) การพัฒนาวิชาชีพครูผ่าน PLC การบริหารงานด้วยวงจรคุณภาพ PDCA การจัดการเรียนรู้แบบ Thinking School และกิจกรรมส่งเสริมเพิ่มเติม เช่น กิจกรรมพี่สอนน้อง และกิจกรรมภาษาไทยวันละคำ
3. ผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวได้รับการยอมรับและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง และสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบโรงเรียนสอนคิด ภายใต้การบริหารสถานศึกษารูปแบบ PIPTA MODEL เป็นแนวทางที่ช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านภาษาไทย ส่งเสริมทักษะการคิด การเรียนรู้เชิงรุก และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนในบริบทของสถานศึกษาอื่นได้
คำสำคัญ: ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การอ่านและการเขียนภาษาไทย, Thinking School, PIPTAA MODEL, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน