ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก

เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 9 ม.ค. 2552 เปิดอ่าน : 7,379 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ Surprise!! เมื่อเห็นช่วงเวลา “แรก” ของลูก รู้สึกยังไงกันคะ ตื่นเต้น ปลื้มใจ และประทับใจกับการเติบโตของลูกใช่ไหมล่ะ แล้วรูไหมคะว่าตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปี มีช่วงนาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่ลูกทำอะไรได้เป็นครั้งแรกเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะช่วงปีแรกของลูก บอกได้คำเดียวว่า อย่ากะพริบตาเชียวค่ะ ❞
เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก

Advertisement


1.ยิ้มแรกของหนูเกิดมาไม่กี่วัน เจ้าตัวเล็กก็ยิ้มทักทาย จนทำให้พ่อแม่หลงใหลได้ปลื้มและยิ้มตอบแก้มแทบปริ แต่ที่จริงยิ้มแรกของลูกน้อยไม่ได้มีสัญญาณมาจากความสุขหรือว่าจำได้หรอกค่ะ รอยยิ้มนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาระบบประสาทในตัวลูก หรือกล้ามเนื้อริมฝีปากกระตุกเท่านั้นเอง

อ๊ะ อย่าเพิ่งผิดหวังไปนะคะ เพราะยิ้มแรกที่มีความหมายของลูกจะเกิดขึ้นตอนอายุประมาณ 6 สัปดาห์เป็นยิ้มที่เกิดจากเลียนแบบสิ่งที่ได้เห็นคนอื่นทำกับเขาขณะอยู่ในเปลค่ะ

2.พลิกคว่ำ ครั้งแรกนอนอยู่ในท่าที่คุณแม่จับวางไว้มาตั้งนาน 4-5 เดือน ชักเริ่มเบื่อคุณแม่ไม่ต้องแปลกใจนะคะถ้าเห็นเจ้าตัวเล็กที่จับนอนหงายเอาไว้กำลังพยายามตะแคงซ้ายตะแคงขวา และพลิกตัวนอนคว่ำได้ในที่สุด เพราะวัยนี้ลูกมีความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อลำตัวพอที่จะเคลื่อนไหวอย่างอิสระ และอยากจะเคลื่อนไหวร่างกายด้วยตัวเองบ้างแล้ว

3.กระดึ๊บ..กระดึ๊บ คืบแล้วช่วงเวลาเดียวกันกับที่เจ้าตัวเล็กพลิกคว่ำพลิกหงายได้สำเร็จ และกำลังพัฒนากล้ามเนื้อท้อง ลำตัวและหลังอยู่นี้คุณแม่จะเห็นเจ้าตัวเล็กยกแขนขาเคลื่อนไหวเหมือนกำลังว่ายน้ำ และเริ่มคืบตัวไปข้างหน้าด้วย เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องไปในตัว ต่อแต่นี้ไปเจ้าตัวเล็กที่เคยนอนตาแป๋วจะไม่ยอมนอนอยู่เฉยๆ อีกแล้วค่ะ

4.หนูนั่งแล้วนะSurprise! ของลูกน้อยวัยประมาณ 7 เดือนที่คุณแม่จะได้เห็นคือเจ้าตัวเล็กนั่งเองได้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อท้องของลูกแข็งแรงพอที่จะนั่งโดยไม่ต้องคอยประคอง แต่แรกๆ ที่นั่งลูกอาจจะโยกเยกหงายหน้าหงายหลังไปบ้าง เพราะยังปรับความสมดุลของร่างกายให้ทำงานสอดรับกับพัฒนาการของกล้ามเนื้อไม่ได้ แต่เขาจะค่อยๆเรียนรู้การทรงตัวและนั่งได้อย่างมั่นใจในไม่ช้าค่ะ

5.ต้วมเตี้ยม ฝึกคลานพลิกคว่ำแล้วคืบแล้วนั่งแล้วสเต็ปต่อมาเมื่ออายุย่างเข้าเดือนที่ 8 เจ้าตัวเล็กแสนซนคนเก่งก็เริ่มหัดคลานลูกจะคลานได้จำเป็นต้องใช้การทำงานประสานกันของมือเข่าและเท้าเป็นตัวขับเคลื่อนช่วงแรกลูกอาจจะยังคลานได้ไม่ดีนักคือแทนที่จะคลานไปข้างหน้าก็ดันคลานถอยหลัง หรือคลานเป็นวงกลมวนรอบซะนี่ ดูแล้วคุณแม่คงอดขำไม่ได้ แต่อดใจรออีกนิดเถอะค่ะ ลูกกำลังพยายามฝึกบังคับทิศทาง พอคลานได้คล่องแล้วล่ะก็คุณแม่จะได้เห็นลูกคลานสามขาโบกไม้โบกมือได้อย่างสบาย

6.เกาะยืนแล้วจ้าหลังเริ่มคลานได้คล่อง เจ้าตัวเล็กจะคลานไปทั่วบ้าน จนกระทั่งอายุประมาณ 10 เดือน พัฒนาการของลูกจะก้าวไปอีกขั้นคือเรียนรู้ที่จะเกาะเตียง เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพื่อพยุงตัวเองให้ยืนขึ้น คนเป็นแม่เห็นอย่างนี้แล้วก็อดลุ้นให้ลูกเดินได้เองเร็ววันไม่ได้ ส่วนเจ้าตัวเล็กสิคะแม้ว่าจะยังยืนได้ไม่มั่นคง แต่ก็ตื่นเต้นกับวิวความสูงที่เพิ่มขึ้น

7.ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน“ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน ไข่ตกดิน อดกินไข่ต้ม” ว้าว…ว เกาะยืนไม่ทันไรลูกแม่ก็ตั้งไข่ยืนเองได้แล้ว แม้จะยืนได้แค่แป๊บๆ แล้วก็ล้มก้นกระแทกก็เถอะ อ้อ…ช่วงนี้ถ้าลูกยืนแล้วทิ้งก้นกระแทกจุมปุกลงกับพื้น ก็อย่าตกใจหรือกลัวว่าลูกจะเจ็บนะคะ เพราะบางทีก็ล้มจริงบางทีก็ล้มหลอก ลูกเห็นการล้มก้นกระแทกเป็นเรื่องสนุก และลองเล่นกับร่างกายตัวเองที่สามารถควบคุมได้อยู่ค่ะ

8.ก้าวแรกที่เดิน1…2…3… ไชโย! ลุ้นตัวโก่งมานานในที่สุดลูกก็เดินได้แล้ว ครบขวบปีพอดีเลย ก้าวแรกของลูกนี้แสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อขาของลูกพัฒนาขึ้นมากแล้ว แรกๆ ที่ลูกหัดเดินคุณแม่อาจช่วยด้วยการจับสองมือ ลดลงเหลือมือเดียว ไม่นานเจ้าตัวเล็กจะมีความมั่นใจที่จะทรงตัวเดินเอง แม้แรกๆ จะยังไม่มั่นคงนัก อย่างเวลาอยากจะเดินเร็วๆ ขาก็ดูเหมือนก้าวไม่ทันใจ ทำให้สะดุดล้มบ่อยครั้ง แต่ลูกจะเรียนรู้การถ่วงน้ำหนักและความสมดุลเองของร่างกายเองค่ะ

9.ป๊า..ม้า คำแรกเจ้าตัวเล็กเริ่มทดสอบเสียงแรกของตัวเองด้วยการเล่นน้ำลาย ทำเสียงอืออา อ้อแอ้ คุยกับตัวเองมานาน แต่ยังพูดเป็นคำๆ ไม่ได้ จนอายุประมาณขวบนี่แหละค่ะ ลูกจะหลุดคำพูดแรก ซึ่งคำแรกๆ ที่ลูกจะพูดนี้มักเป็นคำพยางค์เดียวแต่มีความหมาย เช่น นม หม่ำ ฯลฯ แต่คำที่สร้างความชื่นใจให้คนเป็นพ่อแม่มากที่สุดคงหนีไม่พ้นคำว่า “พ่อ” “แม่” จริงไหมล่ะคะ

10.ตักข้าวกินเองนะหลังจากลูกเริ่มเดินเองได้คล่อง อายุสัก 14 เดือน เขามักจะอยากลองทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ ช่วงนี้คุณจะเห็นลูกตักข้าวกินเองได้ แต่อาจจะหกเลอะเทอะเสื้อผ้าไปสักหน่อย ก็อย่าแสดงทีท่ารังเกียจความสกปรกนั้นจนลูกเกิดความรู้สึกผิดนะคะ เพราะอาจจะกลายเป็นการปิดกั้นการเรียนรู้ของลูกไป ทางที่ดีคุณแม่ควรถือโอกาสนี้ฝึกให้ลูกเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองไปเสียเลยดีกว่า

11.กระโดดสองขาการกระโดดเป็นทักษะที่คนเป็นแม่รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นลูกทำได้ เพราะเจ้าตัวเล็กวัยขวบครึ่งที่เดิน วิ่ง และปีนป่ายได้คล่อง จะเริ่มไม่อยู่นิ่ง เริ่มฝึกกระโดดตัวลอย 2 ขาไม่ติดพื้น แม้ครั้งแรกจะกระโดดขาลอยจากพื้นไม่พร้อมกันและไม่สูงก็ตาม แต่ก็เป็นสัญญาณบอกว่า กล้ามเนื้อใหญ่ ส่วนแขน ขา และลำตัวของลูกพัฒนามากขึ้น พื้นฐานแห่งการเคลื่อนไหวและการทรงตัวดีขึ้น และลูกก็สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีกว่าเดิม

12.ใส่และถอดเสื้อผ้าใส่ๆ ถอดๆ เป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับเจ้าตัวเล็กวัย 1 ปี 8 เดือนค่ะ เพราะลูกวัยนี้จะรู้จักรูดซิปเป็น ดึงถุงเท้าออกเป็น สวมรองเท้าได้ถูกข้างมากขึ้น และเริ่มจะสวมถอดเสื้อและกางเกงแบบที่สวมง่ายๆ ได้ เพราะเป็นวัยที่ควบคุมการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้นมาก และจะทำได้คล่องเมื่ออายุประมาณ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปีค่ะ

เห็นมั้ยคะว่ามีช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นกับลูกน้อยมากมายและยังจะมีอะไรแปลกใหม่มาให้คนเป็นพ่อแม่ตื่นเต้นได้เสมออย่าลืมเตรียมรับมืออย่างมีความสุขกับลูกให้ดีนะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก MODERN MOM
เรียบเรียงมาจากเว็บไซต์ กระปุกดอทคอม

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก , , เป็นปลื้มกับ , 12 , เรื่องแรกของลูก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ดื่มนม ยืดอายุ ☕ คลิกอ่านเลย
ดื่มนม ยืดอายุ
เปิดอ่าน 12,851 ครั้ง
เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง☕ คลิกอ่านเลย
เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง
เปิดอ่าน 23,999 ครั้ง
ไม่ใช่แค่ไอคิว!! สร้างเด็กไทยพันธุ์ใหม่ “เก่ง-ฉลาด-ดี” ต้อง “ฝึกทักษะสมอง EF”☕ คลิกอ่านเลย
ไม่ใช่แค่ไอคิว!! สร้างเด็กไทยพันธุ์ใหม่ “เก่ง-ฉลาด-ดี” ต้อง “ฝึกทักษะสมอง EF”
เปิดอ่าน 11,233 ครั้ง
ชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Q☕ คลิกอ่านเลย
ชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Q
เปิดอ่าน 8,543 ครั้ง
มหัศจรรย์สมุนไพรไทยต้านโรคคนเมือง ☕ คลิกอ่านเลย
มหัศจรรย์สมุนไพรไทยต้านโรคคนเมือง
เปิดอ่าน 9,477 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อักษรไทยสมัยสุโขทัยอักษรไทยสมัยสุโขทัย
เปิดอ่าน 24,587 ครั้ง
อยากรู้มั้ยว่าทำไม ? คนไทยถึงรักพระเจ้าแผ่นดินอยากรู้มั้ยว่าทำไม ? คนไทยถึงรักพระเจ้าแผ่นดิน
เปิดอ่าน 8,956 ครั้ง
โอเน็ต!ยัง โอเค?โอเน็ต!ยัง โอเค?
เปิดอ่าน 6,809 ครั้ง
ASEANASEAN
เปิดอ่าน 11,890 ครั้ง
เผยคลิปแม่หมอสุพัฒน์ พูดถึงลูกชาย ใจร้าย-อกตัญญูเผยคลิปแม่หมอสุพัฒน์ พูดถึงลูกชาย ใจร้าย-อกตัญญู
เปิดอ่าน 10,186 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ