ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก

เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 9 ม.ค. 2552 เปิดอ่าน : 5,310 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

Surprise!! เมื่อเห็นช่วงเวลา “แรก” ของลูก รู้สึกยังไงกันคะ ตื่นเต้น ปลื้มใจ และประทับใจกับการเติบโตของลูกใช่ไหมล่ะ แล้วรูไหมคะว่าตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปี มีช่วงนาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่ลูกทำอะไรได้เป็นครั้งแรกเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะช่วงปีแรกของลูก บอกได้คำเดียวว่า อย่ากะพริบตาเชียวค่ะ

1.ยิ้มแรกของหนูเกิดมาไม่กี่วัน เจ้าตัวเล็กก็ยิ้มทักทาย จนทำให้พ่อแม่หลงใหลได้ปลื้มและยิ้มตอบแก้มแทบปริ แต่ที่จริงยิ้มแรกของลูกน้อยไม่ได้มีสัญญาณมาจากความสุขหรือว่าจำได้หรอกค่ะ รอยยิ้มนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาระบบประสาทในตัวลูก หรือกล้ามเนื้อริมฝีปากกระตุกเท่านั้นเอง

อ๊ะ อย่าเพิ่งผิดหวังไปนะคะ เพราะยิ้มแรกที่มีความหมายของลูกจะเกิดขึ้นตอนอายุประมาณ 6 สัปดาห์เป็นยิ้มที่เกิดจากเลียนแบบสิ่งที่ได้เห็นคนอื่นทำกับเขาขณะอยู่ในเปลค่ะ

2.พลิกคว่ำ ครั้งแรกนอนอยู่ในท่าที่คุณแม่จับวางไว้มาตั้งนาน 4-5 เดือน ชักเริ่มเบื่อคุณแม่ไม่ต้องแปลกใจนะคะถ้าเห็นเจ้าตัวเล็กที่จับนอนหงายเอาไว้กำลังพยายามตะแคงซ้ายตะแคงขวา และพลิกตัวนอนคว่ำได้ในที่สุด เพราะวัยนี้ลูกมีความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อลำตัวพอที่จะเคลื่อนไหวอย่างอิสระ และอยากจะเคลื่อนไหวร่างกายด้วยตัวเองบ้างแล้ว

3.กระดึ๊บ..กระดึ๊บ คืบแล้วช่วงเวลาเดียวกันกับที่เจ้าตัวเล็กพลิกคว่ำพลิกหงายได้สำเร็จ และกำลังพัฒนากล้ามเนื้อท้อง ลำตัวและหลังอยู่นี้คุณแม่จะเห็นเจ้าตัวเล็กยกแขนขาเคลื่อนไหวเหมือนกำลังว่ายน้ำ และเริ่มคืบตัวไปข้างหน้าด้วย เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องไปในตัว ต่อแต่นี้ไปเจ้าตัวเล็กที่เคยนอนตาแป๋วจะไม่ยอมนอนอยู่เฉยๆ อีกแล้วค่ะ

4.หนูนั่งแล้วนะSurprise! ของลูกน้อยวัยประมาณ 7 เดือนที่คุณแม่จะได้เห็นคือเจ้าตัวเล็กนั่งเองได้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อท้องของลูกแข็งแรงพอที่จะนั่งโดยไม่ต้องคอยประคอง แต่แรกๆ ที่นั่งลูกอาจจะโยกเยกหงายหน้าหงายหลังไปบ้าง เพราะยังปรับความสมดุลของร่างกายให้ทำงานสอดรับกับพัฒนาการของกล้ามเนื้อไม่ได้ แต่เขาจะค่อยๆเรียนรู้การทรงตัวและนั่งได้อย่างมั่นใจในไม่ช้าค่ะ

5.ต้วมเตี้ยม ฝึกคลานพลิกคว่ำแล้วคืบแล้วนั่งแล้วสเต็ปต่อมาเมื่ออายุย่างเข้าเดือนที่ 8 เจ้าตัวเล็กแสนซนคนเก่งก็เริ่มหัดคลานลูกจะคลานได้จำเป็นต้องใช้การทำงานประสานกันของมือเข่าและเท้าเป็นตัวขับเคลื่อนช่วงแรกลูกอาจจะยังคลานได้ไม่ดีนักคือแทนที่จะคลานไปข้างหน้าก็ดันคลานถอยหลัง หรือคลานเป็นวงกลมวนรอบซะนี่ ดูแล้วคุณแม่คงอดขำไม่ได้ แต่อดใจรออีกนิดเถอะค่ะ ลูกกำลังพยายามฝึกบังคับทิศทาง พอคลานได้คล่องแล้วล่ะก็คุณแม่จะได้เห็นลูกคลานสามขาโบกไม้โบกมือได้อย่างสบาย

6.เกาะยืนแล้วจ้าหลังเริ่มคลานได้คล่อง เจ้าตัวเล็กจะคลานไปทั่วบ้าน จนกระทั่งอายุประมาณ 10 เดือน พัฒนาการของลูกจะก้าวไปอีกขั้นคือเรียนรู้ที่จะเกาะเตียง เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพื่อพยุงตัวเองให้ยืนขึ้น คนเป็นแม่เห็นอย่างนี้แล้วก็อดลุ้นให้ลูกเดินได้เองเร็ววันไม่ได้ ส่วนเจ้าตัวเล็กสิคะแม้ว่าจะยังยืนได้ไม่มั่นคง แต่ก็ตื่นเต้นกับวิวความสูงที่เพิ่มขึ้น

7.ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน“ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน ไข่ตกดิน อดกินไข่ต้ม” ว้าว…ว เกาะยืนไม่ทันไรลูกแม่ก็ตั้งไข่ยืนเองได้แล้ว แม้จะยืนได้แค่แป๊บๆ แล้วก็ล้มก้นกระแทกก็เถอะ อ้อ…ช่วงนี้ถ้าลูกยืนแล้วทิ้งก้นกระแทกจุมปุกลงกับพื้น ก็อย่าตกใจหรือกลัวว่าลูกจะเจ็บนะคะ เพราะบางทีก็ล้มจริงบางทีก็ล้มหลอก ลูกเห็นการล้มก้นกระแทกเป็นเรื่องสนุก และลองเล่นกับร่างกายตัวเองที่สามารถควบคุมได้อยู่ค่ะ

8.ก้าวแรกที่เดิน1…2…3… ไชโย! ลุ้นตัวโก่งมานานในที่สุดลูกก็เดินได้แล้ว ครบขวบปีพอดีเลย ก้าวแรกของลูกนี้แสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อขาของลูกพัฒนาขึ้นมากแล้ว แรกๆ ที่ลูกหัดเดินคุณแม่อาจช่วยด้วยการจับสองมือ ลดลงเหลือมือเดียว ไม่นานเจ้าตัวเล็กจะมีความมั่นใจที่จะทรงตัวเดินเอง แม้แรกๆ จะยังไม่มั่นคงนัก อย่างเวลาอยากจะเดินเร็วๆ ขาก็ดูเหมือนก้าวไม่ทันใจ ทำให้สะดุดล้มบ่อยครั้ง แต่ลูกจะเรียนรู้การถ่วงน้ำหนักและความสมดุลเองของร่างกายเองค่ะ

9.ป๊า..ม้า คำแรกเจ้าตัวเล็กเริ่มทดสอบเสียงแรกของตัวเองด้วยการเล่นน้ำลาย ทำเสียงอืออา อ้อแอ้ คุยกับตัวเองมานาน แต่ยังพูดเป็นคำๆ ไม่ได้ จนอายุประมาณขวบนี่แหละค่ะ ลูกจะหลุดคำพูดแรก ซึ่งคำแรกๆ ที่ลูกจะพูดนี้มักเป็นคำพยางค์เดียวแต่มีความหมาย เช่น นม หม่ำ ฯลฯ แต่คำที่สร้างความชื่นใจให้คนเป็นพ่อแม่มากที่สุดคงหนีไม่พ้นคำว่า “พ่อ” “แม่” จริงไหมล่ะคะ

10.ตักข้าวกินเองนะหลังจากลูกเริ่มเดินเองได้คล่อง อายุสัก 14 เดือน เขามักจะอยากลองทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ ช่วงนี้คุณจะเห็นลูกตักข้าวกินเองได้ แต่อาจจะหกเลอะเทอะเสื้อผ้าไปสักหน่อย ก็อย่าแสดงทีท่ารังเกียจความสกปรกนั้นจนลูกเกิดความรู้สึกผิดนะคะ เพราะอาจจะกลายเป็นการปิดกั้นการเรียนรู้ของลูกไป ทางที่ดีคุณแม่ควรถือโอกาสนี้ฝึกให้ลูกเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองไปเสียเลยดีกว่า

11.กระโดดสองขาการกระโดดเป็นทักษะที่คนเป็นแม่รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นลูกทำได้ เพราะเจ้าตัวเล็กวัยขวบครึ่งที่เดิน วิ่ง และปีนป่ายได้คล่อง จะเริ่มไม่อยู่นิ่ง เริ่มฝึกกระโดดตัวลอย 2 ขาไม่ติดพื้น แม้ครั้งแรกจะกระโดดขาลอยจากพื้นไม่พร้อมกันและไม่สูงก็ตาม แต่ก็เป็นสัญญาณบอกว่า กล้ามเนื้อใหญ่ ส่วนแขน ขา และลำตัวของลูกพัฒนามากขึ้น พื้นฐานแห่งการเคลื่อนไหวและการทรงตัวดีขึ้น และลูกก็สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีกว่าเดิม

12.ใส่และถอดเสื้อผ้าใส่ๆ ถอดๆ เป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับเจ้าตัวเล็กวัย 1 ปี 8 เดือนค่ะ เพราะลูกวัยนี้จะรู้จักรูดซิปเป็น ดึงถุงเท้าออกเป็น สวมรองเท้าได้ถูกข้างมากขึ้น และเริ่มจะสวมถอดเสื้อและกางเกงแบบที่สวมง่ายๆ ได้ เพราะเป็นวัยที่ควบคุมการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้นมาก และจะทำได้คล่องเมื่ออายุประมาณ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปีค่ะ

เห็นมั้ยคะว่ามีช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นกับลูกน้อยมากมายและยังจะมีอะไรแปลกใหม่มาให้คนเป็นพ่อแม่ตื่นเต้นได้เสมออย่าลืมเตรียมรับมืออย่างมีความสุขกับลูกให้ดีนะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก MODERN MOM
เรียบเรียงมาจากเว็บไซต์ กระปุกดอทคอม

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก , , เป็นปลื้มกับ , 12 , เรื่องแรกของลูก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ชนชาติแรกที่สูบบุหรี่

ชนชาติแรกที่สูบบุหรี่
เปิดอ่าน 7,639 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน☕ คลิกอ่านเลย
ประโยชน์ 5 ข้อของการรีไฟแนนซ์บ้าน
เปิดอ่าน 14,482 ครั้ง
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้☕ คลิกอ่านเลย
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้
เปิดอ่าน 29,941 ครั้ง
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี☕ คลิกอ่านเลย
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี
เปิดอ่าน 37,180 ครั้ง
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร☕ คลิกอ่านเลย
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร
เปิดอ่าน 32,002 ครั้ง
เลี้ยง-เล่นอย่างสร้างสรรค์ “สมาธิสั้น” รับมือได้☕ คลิกอ่านเลย
เลี้ยง-เล่นอย่างสร้างสรรค์ “สมาธิสั้น” รับมือได้
เปิดอ่าน 32,295 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็ดลับ13ประการในการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพเคล็ดลับ13ประการในการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 23,854 ครั้ง
คู่มือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนคู่มือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
เปิดอ่าน 5,778 ครั้ง
เกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบากเกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบาก
เปิดอ่าน 18,874 ครั้ง
อย่าแตกตื่น เสียงลือ! 22 ก.ค. ตะวันดับ สึนามิ ถล่มเอเชีย?อย่าแตกตื่น เสียงลือ! 22 ก.ค. ตะวันดับ สึนามิ ถล่มเอเชีย?
เปิดอ่าน 6,259 ครั้ง
10 เรื่องจริงเกี่ยวกับความฝัน ที่คุณอาจไม่เคยรู้10 เรื่องจริงเกี่ยวกับความฝัน ที่คุณอาจไม่เคยรู้
เปิดอ่าน 11,770 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม