❝ รายงานผลการพัฒนา แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง
โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT)
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ❞
ชื่อเรื่อง : รายงานผลการพัฒนา แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง
โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT)
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษาค้นคว้า : นางจันทร์สร้อย ชัยเจริญ
หน่วยงาน : โรงเรียนร่มเกล้า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1
ปีที่ทำการศึกษา : พุทธศักราช 2551
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์
เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1/1 โรงเรียนร่มเกล้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภูเขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 28 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 9 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ที่มีอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ 0.22 ถึง 0.85 และมีความยากง่าย (p) ตั้งแต่ 0.39 ถึง 0.71 มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ เท่ากับ 0.79 แบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีประสิทธิผล และทดสอบสมมติฐานใช้ t – test (Dependent Samples) ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า
1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 85.49/83.93 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2. คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรม การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.7491 ซึ่งหมายความว่า นักเรียน มีความก้าวหน้าทางการเรียนสูงขึ้นร้อยละ 74.91
4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
5. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรู้ด้วยด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีความคงทนในการเรียนรู้
ผลการศึกษาค้นคว้าทำให้ได้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ Learning Together (LT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้
วันที่ 10 ส.ค. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 9,152 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,100 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,078 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,055 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,130 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,179 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,107 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,074 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,603 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,773 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,285 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,055 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,069 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,132 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,051 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,083 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 9,100 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 9,058 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,040 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,040 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,147 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,173 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,191 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 239,418 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 40,185 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 10,195 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 20,117 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 6,232 ครั้ง |
|
|