ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

วิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน


เรื่องราวจากสมาชิก

8,370

views
Advertisement

วิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

  ชื่อเรื่อง                  การพัฒนาทักษะกระบวนการคิดและนิสัยรักการทำงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 

 ชื่อผู้วิจัย                นางอุ่นจิต   คุ้มสวัสดิ์

 ตำแหน่ง                ครู  ชำนาญการ

 วุฒิการศึกษา        กศ.บ. ภาษาไทย

 ชื่อสถานศึกษา     โรงเรียนเติมแสงไขปากช่องวิทยา

 ภาคเรียน / ปีการศึกษาที่ทำวิจัย      ภาคเรียนที่  1 / 2550

 ความเป็นมาของการวิจัย

จากการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์  N.T. พบว่านักเรียนขาดทักษะด้านการคิดวิเคราะห์  คิด สังเคราะห์  และนอกจากนี้แล้วนักเรียน ยังขาดนิสัยรักการทำงานอีกด้วย จากการสังเกตของผู้วิจัยพบว่า  นักเรียนคุ้นเคยกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูเป็นผู้ให้อย่างเดียว  กล่าวคือ  ครูจะเป็นผู้บรรยาย  อธิบายให้นักเรียนฟัง  นักเรียนไม่ได้รับการฝึกฝนให้ศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  อีกทั้ง  เมื่อจะทำการวัด ประเมินผล ครูก็มักจะให้นักเรียนทำแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  ทำให้นักเรียนสามารถที่จะเดาคำตอบได้  หรืออาจจะลอกคำตอบจากเพื่อน  และเมื่อใดที่ครูกำหนดภาระงานให้  เช่น  การทำโครงงาน  มักไม่ได้ผลงานที่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์  และอาจพบปัญหานักเรียนไม่ส่งงาน  เนื่องจากกระบวนการจัดทำยุ่งยากซับซ้อนหลายขั้นตอน  เนื้อหามากเกินไป  ทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย  จึงคิดว่า  การนำโครงงานแผ่นเดียวหรือวิจัยสำหรับนักเรียนมาใช้ในการพัฒนาและฝึกทักษะแก่นักเรียน  น่าจะส่งผลให้นักเรียนมีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์  สังเคราะห์  และมีนิสัยรักการทำงานมากยิ่งขึ้น  เพราะการทำโครงงานแผ่นเดียว  มีเนื้อหาที่ไม่มากและกระบวนการก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน  ซึ่งนักเรียนสามารถฝึกทำได้  อีกทั้งการฝึกเขียนวิจัยสำหรับนักเรียน, การเขียนโครงงานยังเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย  สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง   เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านนิสัยรักการทำงาน  และมีส่วนช่วยเสริมทักษะด้านกระบวนการทำงานได้ด้วยทางหนึ่งเช่นกัน

 วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย

วัตถุประสงค์

                เพื่อพัฒนานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ให้มีทักษะกระบวนการคิดและนิสัยรักการทำงาน

 เป้าหมาย

                เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดและนิสัยรักการทำงานของนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษา  ปีที่  3 

วิธีดำเนินการวิจัย

วิธีการวิจัย

                กลุ่มเป้าหมาย

                ประชากรกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่  3/2  จำนวน  28  คน  ภาคเรียนที่  1 / 2550

 เครื่องมือในการวิจัย ( นวัตกรรม )

1.       โครงงานแผ่นเดียว

2.       วิจัยของหนู ( วิจัยสำหรับนักเรียน )

 เครื่องมือรวบรวมข้อมูล

1.       แบบประเมินผลงานนักเรียน  และเกณฑ์การประเมิน ( Rubrics )

2.       แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน  และเกณฑ์การประเมิน ( Rubrics )

 วิธีการรวบรวมข้อมูล

1.       นำรูปแบบของโครงงานแผ่นเดียวและวิจัยสำหรับนักเรียนมาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับวิชาภาษาไทย

2.       ออกแบบแบบประเมินผลงานนักเรียน  และแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานที่มีกระบวนการ        พร้อมทั้งเกณฑ์การประเมิน ( Rubrics )

3.       นักเรียนศึกษารูปแบบการทำโครงงานแผ่นเดียวจากตัวอย่างที่ดีหลากหลายตัวอย่าง

4.       นักเรียนจัดทำโครงงานแผ่นเดียว  โดย ;

-          ครั้งที่  1  ฝึกทำโครงงานเลียนแบบตัวอย่าง

-          ครั้งที่  2 5  จัดทำโครงงานแผ่นเดียวตามแผนการจัดการเรียนรู้

5.       นักเรียนศึกษารูปแบบการเขียนวิจัยของหนูจากตัวอย่างที่ดีหลากหลายตัวอย่าง

6.       นักเรียนจัดทำโครงงานแผ่นเดียว  โดย ;

-          ครั้งที่  1  ฝึกเขียนวิจัยของหนูเลียนแบบตัวอย่าง

-          ครั้งที่  2 5  เขียนวิจัยของหนูตามแผนการจัดการเรียนรู้

7.       ประเมินผลงานนักเรียนทุกครั้ง  โดยนักเรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมิน ครูประเมิน  เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักเปรียบเทียบผลงานของตนกับเพื่อน  และมีการพัฒนาผลงานของตนต่อไป

8.       ประเมินทักษะกระบวนการคิดของนักเรียนด้วยแบบสังเกตพฤติกรรม  และจากการสังเกตผลงานของนักเรียนที่ปรากฏให้เห็นหรือแสดงถึงการพัฒนาด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ด้านความคิดที่เป็นกระบวนการมากขึ้น  เป็นต้น

9.       ทดสอบนักเรียนด้วยแบบทดสอบที่เน้นการคิด  วิเคราะห์

10.    สรุปผลการพัฒนานักเรียนด้วยโครงงานแผ่นเดียวและวิจัยของหนู  โดยพิจารณาจากคะแนนการทดสอบ  เปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้  และข้อมูลจากแบบประเมินการทำโครงงาน, การเขียนวิจัยของหนู,  การสังเกตพฤติกรรมการทำงาน

 การวิเคราะห์ข้อมูล

                ใช้ค่าร้อยละเปรียบเทียบ, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย  และการหาประสิทธิภาพของกระบวนการด้วยค่า  t - test 

 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ด้วยโครงงานแผ่นเดียว  และวิจัยของหนู  สรุปได้  ดังนี้

ตารางที่  1  แสดงคะแนนเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย  

นวัตกรรม

ชุดที่

              คะแนนเฉลี่ย

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

( S.D.)

ค่าสัมประสิทธิ์

การกระจาย

( C.V. )

ก่อนเรียน

หลังเรียน

ก่อนเรียน

หลังเรียน

1

5.93

8.57

1.02

0.97

9.22

2

6.18

8.50

0.82

0.64

7.53

รวมเฉลี่ย

6.06

8.54

0.92

0.81

8.38

 

 

 

 

จากตารางที่  1  พบว่า  คะแนนเฉลี่ย     หลังเรียนของนักเรียนสูงขึ้น  แสดงว่า  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดโดยใช้โครงงานแผ่นเดียวและวิจัยของหนู ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

                เมื่อเปรียบเทียบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D ) หลังเรียนต่ำกว่าก่อนเรียน แสดงว่า  หลังเรียนมีคะแนนมากกว่าก่อนเรียน  ซึ่งถือว่า  เป็นการสอนที่มีคุณภาพ

                ส่วนค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย ( C.V. )    และหาค่าก่อนเรียนและหลังเรียน  พบว่า  ค่า  C.V  หลังเรียนเป็นไปตามสมมุติฐาน

                คือ           ค่า  C.V.  น้อยกว่า  10                         แสดงว่าผลการสอนดีเยี่ยม

                                ค่า  C.V.  อยู่ระหว่าง  10-15              แสดงว่าผลการสอนดี

                                ค่า  C.V.  มากว่า  15                             แสดงว่าผลการสอนไม่น่าพอใจ

               

ตารางที่  2  แสดงแสดงการหาประสิทธิภาพ และค่าทีของกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

 

นวัตกรรม

ชุดที่

ค่าเฉลี่ยร้อยละ

P*

ก่อนเรียน

เต็งลั้ง โคมแดง โคมจีน โคมเต็งลั้ง โคมผ้ากำหมะหยี่ (ราคาต่อคู่) โคมตรุษจีน แขวนหน้าบ้าน ร้านค้า #60 #80 #100 #120

฿949

https://s.shopee.co.th/4q9unuFgOX?share_channel_code=6


วิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

แป้งฝุ่น...ดูดซับความมัน

แป้งฝุ่น...ดูดซับความมัน


เปิดอ่าน 8,359 ครั้ง
ครูศิลป์....

ครูศิลป์....


เปิดอ่าน 8,365 ครั้ง
นัย..สำคัญ..

นัย..สำคัญ..


เปิดอ่าน 8,354 ครั้ง
มะระหวาน....อาหารมากคุณค่า

มะระหวาน....อาหารมากคุณค่า


เปิดอ่าน 8,373 ครั้ง
พืชผัก....ต้านมะเร็ง

พืชผัก....ต้านมะเร็ง


เปิดอ่าน 8,376 ครั้ง
โทษของการอาบน้ำบ่อย

โทษของการอาบน้ำบ่อย


เปิดอ่าน 8,347 ครั้ง
ศิษย์มีครู..

ศิษย์มีครู..


เปิดอ่าน 8,399 ครั้ง
มะรุม พืชมหัศจรรย์

มะรุม พืชมหัศจรรย์


เปิดอ่าน 8,402 ครั้ง
"การที่เราจะรักใครสักคน...."

"การที่เราจะรักใครสักคน...."


เปิดอ่าน 8,360 ครั้ง
8 นาที กับโยคะบนที่นอน

8 นาที กับโยคะบนที่นอน


เปิดอ่าน 8,366 ครั้ง
คุณมี...ข้อผิดพลาดนี้ไหม

คุณมี...ข้อผิดพลาดนี้ไหม


เปิดอ่าน 8,398 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

 เรื่องง่ายๆ ในชีวิต เพื่อทำให้สุขภาพดีได้ไม่ยาก

เรื่องง่ายๆ ในชีวิต เพื่อทำให้สุขภาพดีได้ไม่ยาก

เปิดอ่าน 8,403 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
คนนอนตื่นสาย ....ฉลาดและรวยกว่า คนตื่นเช้า... มีใครกล้าคัดค้าน  ยกมือครับ
คนนอนตื่นสาย ....ฉลาดและรวยกว่า คนตื่นเช้า... มีใครกล้าคัดค้าน ยกมือครับ
เปิดอ่าน 8,371 ☕ คลิกอ่านเลย

ไกรสร พาครอบครัว"พุ่มพวง"แถลงข่าวสงบศึก
ไกรสร พาครอบครัว"พุ่มพวง"แถลงข่าวสงบศึก
เปิดอ่าน 8,368 ☕ คลิกอ่านเลย

สบถวันละนิด.... จิตแจ่มใส !?!
สบถวันละนิด.... จิตแจ่มใส !?!
เปิดอ่าน 8,351 ☕ คลิกอ่านเลย

ลดเสี่ยงห่างไกลมะเร็ง กับการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน
ลดเสี่ยงห่างไกลมะเร็ง กับการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 8,382 ☕ คลิกอ่านเลย

คนหน้าตาดีไม่มีภาพ
คนหน้าตาดีไม่มีภาพ
เปิดอ่าน 8,325 ☕ คลิกอ่านเลย

ฉลามก็อ่อนโยนเป็น
ฉลามก็อ่อนโยนเป็น
เปิดอ่าน 8,335 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี
เปิดอ่าน 15,520 ครั้ง

"มะระ" ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!
"มะระ" ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!
เปิดอ่าน 18,291 ครั้ง

ปิดฉาก!"ไมโครซอฟท์" ประกาศเลิกผลิตวินโดวส์รุ่นใหม่ เน้นบริการ"อัพเดต"แทน
ปิดฉาก!"ไมโครซอฟท์" ประกาศเลิกผลิตวินโดวส์รุ่นใหม่ เน้นบริการ"อัพเดต"แทน
เปิดอ่าน 8,536 ครั้ง

ใช้กระดาษบางๆ ทำสะพานวางแก้วน้ำได้ ทำยังไง เทคนิคดีๆ เอาไว้สอนเด็กครับ
ใช้กระดาษบางๆ ทำสะพานวางแก้วน้ำได้ ทำยังไง เทคนิคดีๆ เอาไว้สอนเด็กครับ
เปิดอ่าน 25,795 ครั้ง

คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง
เปิดอ่าน 13,926 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ