ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ครม.อนุมัติปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน นักการภารโรง สพฐ.

ครม.อนุมัติปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน นักการภารโรง สพฐ.

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 9 ต.ค. 2556 เปิดอ่าน : 33,594 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ครม.อนุมัติปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน นักการภารโรง สพฐ.

Advertisement

ครม.เห็นชอบปรับอัตราเงินเดือนลูกจ้าง-นักการภารโรง 1.5 หมื่น, อนุมัติบรรจุบัณฑิตครูคืนถิ่น ฯลฯ

ศึกษาธิการ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2556 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 4 เรื่อง คือ

  • เห็นชอบการปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน นักการภารโรง สพฐ.
  • อนุมัติอัตราเกษียณอายุราชการเพื่อบรรจุบัณฑิตครูคืนถิ่น
  • อนุมัติร่างพระราชบัญญัติ มศว
  • อนุมัติ MOU ด้านการอาชีวศึกษา ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการไทย-จีน

►เห็นชอบการปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน นักการภารโรง สพฐ.

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ในคราวประชุม ครั้งที่ 9/2556 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2556 ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) ประธานกรรมการเสนอ ดังนี้

1. เห็นชอบในหลักการเพื่อปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน นักการภารโรง และบุคลากรอื่นๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่จ้างด้วยงบดำเนินงาน ให้เทียบเท่าการเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของข้าราชการ ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ ซึ่งสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เพื่อรองรับการปรับดำเนินการดังกล่าวแล้ว จำนวน 3,300.8208 ล้านบาท

2. ให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างรายวัน/รายเดือน ในลักษณะจ้างเหมา ประเมินถึงความเหมาะสมและความจำเป็นของจำนวนลูกจ้างให้สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน และเสนอให้คณะกรรมการระดับชาติ เพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ พิจารณาความเหมาะสมในภาพรวม โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน และภาระงบประมาณในระยะยาว


►อนุมัติอัตราเกษียณอายุราชการเพื่อบรรจุบัณฑิตครูคืนถิ่น

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 2 (ฝ่ายสังคมและกฎหมาย) ในคราวประชุม ครั้งที่ 7/2556 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2556 ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา) ประธานกรรมการเสนอ ที่มีมติอนุมัติหลักการให้ สพฐ.ใช้อัตราข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากผลการเกษียณอายุราชการในทุกปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการบรรจุนักศึกษาทุนพระราชทาน “บัณฑิตครูคืนถิ่น” โครงการกองทุนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรี เท่าจำนวนนักศึกษาทุนที่สำเร็จการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา ให้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูสังกัด สพฐ. ในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการกองทุนการศึกษา หรือโรงเรียนเครือข่ายในภูมิลำเนาท้องถิ่นของตนเอง ตามเงื่อนไขข้อผูกพันของโครงการฯ โดยให้รายงานจำนวนอัตราเกษียณอายุราชการที่ต้องใช้ในการบรรจุนักศึกษาทุนพระราชทานในแต่ละปีการศึกษา ให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) รับทราบด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้ทันต่อการบรรจุนักศึกษาทุนพระราชทานเป็นการเฉพาะเท่าจำนวนที่จะใช้ในการบรรจุในแต่ละปีงบประมาณ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ โดยยกเว้นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 เรื่องมาตรการบริหารกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2552-2556) และมอบหมายให้ ศธ.รับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

สาระสำคัญของเรื่อง

1. เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จเจ้าพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการกองทุนการศึกษาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น คัดเลือกนักศึกษาที่เป็นศิษย์เก่า และหรือผู้ที่มีภูมิลำเนาใกล้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนครูและกำลังศึกษาในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ปีที่ 4 และปีที่ 5 ให้ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน และให้ทุนการศึกษาพระราชทาน โดยมีเงื่อนไขให้กลับไปสอนหนังสือในโรงเรียนสังกัด สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่มีปัญหาการขาดแคลนครู สำนักงานโครงการกองทุนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรี จึงขอความร่วมมือขอโอกาสให้นักศึกษาทุนพระราชทานดังกล่าว ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการกองทุนการศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลน ประกอบกับ สพฐ. มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พิเศษในท้องถิ่นทุรกันดาร ห่างไกล บนเกาะ และภูเขา ประสบปัญหาครูขอย้ายออกเนื่องจากไม่ใช่บุคคลในท้องถิ่น และไม่สะดวกในการเดินทาง ทำให้การเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ข้อมูลโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พิเศษ มีดังนี้

โครงการกองทุนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรีจึงเป็นโครงการที่สามารถตอบสนองความต้องการครูของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่พิเศษ ท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกล หาบุคคลไปบรรจุได้ยาก ทำให้ได้บุคคลในท้องถิ่นกลับไปบรรจุเป็นข้าราชการครู เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนเด็กในท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเองให้ได้มีความเจริญ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของชุมชน สังคมและประเทศชาติในโอกาสต่อไป

2. เพื่อสนองต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาการศึกษาในท้องถิ่นห่างไกลกันดาร และช่วยเหลือให้เยาวชนได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรีแล้วกลับไปรับใช้ถิ่นกำเนิดในภูมิลำเนาของตนเองเป็นการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดารและขาดแคลน ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาให้ได้มีงานทำ ลดปัญหาการขาดแคลนครูกรณีครูขอย้ายออกจากถิ่นทุรกันดารห่างไกล เพราะไม่ใช่บุคคลในท้องถิ่น ประกอบกับปัจจุบันส่วนราชการยังคงมีสภาพความขาดแคลนอัตรากำลังข้าราชการครูอยู่ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในถิ่นห่างไกล ทุรกันดารตามรอยตะเข็บชายแดน บนเกาะ ภูเขา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีอัตรากำลังข้าราชการครูให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนามาตรฐานทางการศึกษา และเป็นการสนองต่อพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามโครงการกองทุนการศึกษา สพฐ. จึงมีความจำเป็นในการขอใช้อัตราข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากผลการเกษียณอายุราชการในทุกปีงบประมาณไว้รองรับการบรรจุนักศึกษาทุนพระราชทาน “บัณฑิตครูคืนถิ่น” โครงการกองทุนการศึกษา สำนักงานเลขาธิการคณะองคมนตรี เท่าจำนวนนักศึกษาทุนที่สำเร็จการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา ให้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูสังกัด สพฐ. ในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการกองทุนการศึกษา หรือโรงเรียนเครือข่ายในภูมิลำเนาท้องถิ่นของตนเอง


►อนุมัติร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. .... ตามที่ ศธ.เสนอ และส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยให้รับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ

1. กำหนดให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

2. กำหนดวัตถุประสงค์ ภาระหน้าที่ การแบ่งส่วนงาน หลักเกณฑ์การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนงาน การรับสถานศึกษาอื่นเข้าสมทบ และอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย

3. กำหนดให้มหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ฯลฯ แต่พนักงานมหาวิทยาลัยต้องได้รับการคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะประกันตนด้วยความสมัครใจ

4. กำหนดให้มหาวิทยาลัยมีรายได้ส่วนหนึ่งจากเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ และเงินกองทุนที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นและรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุน รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และให้อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้จากการซื้อหรือแลกเปลี่ยนไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุและให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย และในกรณีที่รัฐบาลปรับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดให้แก่ข้าราชการ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยในสัดส่วนเดียวกัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัยด้วย

5. กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ที่มหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาให้มหาวิทยาลัย และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงให้มีโอกาสเรียนจนสำเร็จปริญญาตรีโดยให้เป็นไปตามระเบียบที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

6. กำหนดให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วยนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการซึ่งเลือกจากกรรมการสภาวิชาการและพนักงานมหาวิทยาลัยตามที่กำหนด กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษา กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย และให้มีสำนักงานสภามหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

7. กำหนดให้มีสภาวิชาการ สภาคณาจารย์ คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการบริหารงานบุคคล และคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ โดยให้องค์ประกอบ ที่มาของกรรมการ อำนาจหน้าที่เป็นไปตามที่กำหนด และให้จำนวนคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุมเป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

8. กำหนดให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

9. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาและการประเมินการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย

10. กำหนดหลักเกณฑ์ ระบบบัญชี การตรวจสอบทางบัญชีและการเงินของมหาวิทยาลัย ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินงานของอธิการบดี และให้อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าและรองหัวหน้าส่วนงานตามที่กำหนด เป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับและดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัย

11. กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณและรายได้ การดำรงตำแหน่ง และคณะกรรมการต่าง ๆ ส่วนราชการ การโอนบรรดาข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานของมหาวิทยาลัย ตำแหน่งทางวิชาการ ตลอดจนระเบียบข้อบังคับ หรือประกาศที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นต้น


►อนุมัติ MOU ด้านการอาชีวศึกษา ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการไทย-จีน

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ ศธ.เสนอ ดังนี้

1. อนุมัติการจัดทำและลงนามร่างบันทึกความเข้าใจระหว่าง ศธ. และกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้านอาชีวศึกษา ทั้งนี้ หากก่อนลงนามมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ให้ ศธ.หารือร่วมกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้นๆ แทนคณะรัฐมนตรีโดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ ด้านอาชีวศึกษา โดยไม่ต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Power) ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจ

เป็นข้อตกลงที่จะร่วมมือกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทางด้านอาชีวศึกษา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ การแบ่งปันข้อมูลข่าวสารด้านนโยบายการอาชีวศึกษาในระดับรัฐบาล เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนในด้านการพัฒนายุทธศาสตร์ การวางระบบ นโยบายและกลไกเพื่อการอาชีวศึกษา การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันอาชีวศึกษา หรือหน่วยงานการศึกษาของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนนักเรียน ครู รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรมเฉพาะด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการทั้งสองฝ่ายในด้านการฝึกปฏิบัติงาน และความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการกับสถาบันอาชีวศึกษาของนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และนักวิชาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศทุกด้านบนพื้นฐานของความเท่าเทียม และต่างตอบแทน

 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ครม.อนุมัติปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน นักการภารโรง สพฐ. , , ครม.อนุมัติปรับอัตราค่าจ้างสำหรับลูกจ้างรายเดือน , นักการภารโรง , สพฐ. << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ครม.แต่งตั้งประธานและกรรมการใน สทศ.และ สสวท.☕ คลิกอ่านเลย
ครม.แต่งตั้งประธานและกรรมการใน สทศ.และ สสวท.
เปิดอ่าน 3,712 ครั้ง
มติคณะรัฐมนตรี 17 มีนาคม 2558  ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติคณะรัฐมนตรี 17 มีนาคม 2558 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 3,144 ครั้ง
ผลประชุม ก.พ.อ.ครั้งที่ 2/2556☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุม ก.พ.อ.ครั้งที่ 2/2556
เปิดอ่าน 7,030 ครั้ง
สรุปคำกล่าวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 15 สิงหาคม 2557 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
สรุปคำกล่าวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 15 สิงหาคม 2557 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
เปิดอ่าน 14,413 ครั้ง
รมว.ศธ.หารือหลักเกณฑ์ใหม่ในการสอบผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ.☕ คลิกอ่านเลย
รมว.ศธ.หารือหลักเกณฑ์ใหม่ในการสอบผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ.
เปิดอ่าน 9,423 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อย่าลืมเป้าหมายการศึกษา : โดย ดร.กมล รอดคล้ายอย่าลืมเป้าหมายการศึกษา : โดย ดร.กมล รอดคล้าย
เปิดอ่าน 12,217 ครั้ง
ความเข้าใจเรื่องแผ่นดินไหว: ประเทศไทยกับ 3 รอยเลื่อนมีพลัง และพื้นที่เสี่ยงภัย 5 ระดับความเข้าใจเรื่องแผ่นดินไหว: ประเทศไทยกับ 3 รอยเลื่อนมีพลัง และพื้นที่เสี่ยงภัย 5 ระดับ
เปิดอ่าน 18,170 ครั้ง
10 วิธีเจ๋งๆ ในการฝึกภาษาอังกฤษ ให้เก่งได้ด้วยตัวเอง !!10 วิธีเจ๋งๆ ในการฝึกภาษาอังกฤษ ให้เก่งได้ด้วยตัวเอง !!
เปิดอ่าน 15,728 ครั้ง
"โดนัท เซลฟี่" เทรนด์ใหม่มาแรง คืออะไร ไปดูกันครับ"โดนัท เซลฟี่" เทรนด์ใหม่มาแรง คืออะไร ไปดูกันครับ
เปิดอ่าน 9,804 ครั้ง
เเนะ 7 วิธีมี "เงินเก็บ" เพิ่มมากขึ้นภายใน 1 ปีเเนะ 7 วิธีมี "เงินเก็บ" เพิ่มมากขึ้นภายใน 1 ปี
เปิดอ่าน 49,816 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ