ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > วอนคืนครูให้นักเรียน เพื่อคุณภาพเด็กไทย

วอนคืนครูให้นักเรียน เพื่อคุณภาพเด็กไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 9,372 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

การศึกษาไทยคุณภาพต่ำ จะพัฒนา ได้อย่างไรนั้น ดร.ปัญญา แก้วกียูร นักการศึกษาเห็นว่า นอกจากปัญหาเชิงนโยบายแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องครู

“ครูไม่ได้ทำหน้าที่ครูอย่างแท้จริง เพราะว่าต้องเอาเวลาไปทำงานวิชาการ ทำหน้าที่ทางธุรการ แย่งเวลาสอนนักเรียนไปจึงควรคืนครูให้กับนักเรียน ให้สอนนักเรียน อย่าให้ครูไปทำงานอื่นที่ไม่ใช่การพัฒนาศักยภาพนักเรียน”

ดร.ปัญญายันเจตนาในงานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กทม. จัดโดยมูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โรงเรียนไทยรัฐวิทยาเกิดขึ้นด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของ ผอ.กำพล วัชรพล ด้วยเห็นว่า “ผมเรียนมาน้อย ต้องทำมาหากินตั้งแต่เด็ก พอมีฐานะขึ้นมาอย่างนี้ จึงอยากสนับสนุนการศึกษา ช่วยให้เด็กยากจนได้มีโอกาส”

การเรียนการสอนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ เน้นว่า โรงเรียนไทยรัฐวิทยาได้จัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง และมียุทธศาสตร์ในการบริหารที่ดีมีระบบการพัฒนาบุคลากร ชุมชนสัมพันธ์ และการเรียนรู้ที่ยั่งยืนเสมอมา

มูลนิธิได้เกื้อหนุนใน 2 ประเด็นหลักคือ 1.ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กในชนบท และ 2.สอนให้เป็นคนดี มีกระบวนการหา ความรู้ ความจริง เป็นพลเมืองดี รักท้องถิ่น และภูมิใจในความเป็นไทย

โรงเรียนไทยรัฐวิทยาเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2512 ถึงปี พ.ศ.2558 มีทั้งหมด 101 แห่ง ครู 24,212 คน และนักเรียน 1,688 คน

คุณภาพของการศึกษาจะยกระดับได้อย่างไร ในทรรศนะของผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา อย่าง ดร.ดุจดาว โตบางป่า ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 4 อ.บางเลน จังหวัดนครปฐม บอกว่า ระดับนโยบาย ถ้าจะให้การศึกษาดีขึ้น ผู้บริหารที่ไปดูงานต่างประเทศ เมื่อพบอะไรดีจะหยิบมาใช้กับเมืองไทย ขอให้คำนึงถึงเด็กไทยด้วยว่าการเลี้ยงดูเราต่างกัน

ดังนั้น การสร้างนโยบาย น่าจะดูที่รากเหง้าการก่อรูปของ นโยบายที่ผ่านมาด้วย สิ่งที่ดีอยู่แล้วน่าจะค่อยๆเปลี่ยนไปตามบริบทของเมืองไทย ไม่ใช่ไปเอาของเขามาแล้วก็สั่งลงมาที่โรงเรียน โรงเรียนก็ทำ แต่เมื่อเปลี่ยนผู้นำนโยบายก็เปลี่ยนอีก ทำเหมือนไฟไหม้ฟาง การกำหนดนโยบายอยากให้ดูแผนการศึกษาของชาติ สร้างมาแล้วให้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจ ระยะเวลาของแผนควรกำหนดเลยว่ากี่ปีพอ แล้วทำตามนั้น เพื่อเด็กจะได้รับประโยชน์

“เดี๋ยวนี้ให้โรงเรียนทำเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ส่งขึ้นมา เหมือนจะดูจากล่างขึ้นมา แต่ในทางปฏิบัติคุณโยนให้เรา ถึงเวลาก็เอาตัววัดเดียวกันมาประเมิน เหมือนเอาเสื้อตัวเดียวกันให้ใส่ทั้งเตรียมอุดมและโรงเรียนทั่วประเทศ”

ปัญหาระดับนโยบายนี้ ดร.ชาร์รีฟท์ ลือนิ ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 10 จังหวัดนราธิวาส เห็นว่ามีปัญหาหลายประเด็น ได้แก่

1.เรื่องนโยบายที่เปลี่ยนบ่อย ขาดความยั่งยืน มักเปลี่ยนไปตามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ จนกลายเป็นว่า การเมืองนำการศึกษา แทนที่การศึกษาจะนำการเมือง

2.เรื่องหลักสูตร โดยเฉพาะเรื่องเวลาเรียน เด็กไทยระดับประถมเราเรียนไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา และบวกหน้าที่พลเมืองอีกเป็น 1,040 ชั่วโมง ซึ่งถือว่ามาก ขณะที่มาเลเซียมีเพียง 7-800 ชม.เท่านั้นเอง แต่ทำไมผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเขาดีกว่า พร้อมตั้งคำถามว่า กลุ่มสาระของเรามากเกินไปหรือเปล่า จำเป็นต่อการดำรงชีวิตทุกกลุ่มหรือไม่ และยังมีความซ้ำซ้อนกัน จึงควรตัดให้เหลือน้อยลง แล้วบูรณาการเนื้อหาเข้าด้วยกัน

3.เรื่องวิทยฐานะทางวิชาชีพครู ตอนนี้คุณครูมีวิทยฐานะสูงขึ้น เงินเดือนก็เพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันคุณภาพของเด็กกลับต่ำลง นั่นแสดงว่าคุณครูไม่ได้ทุ่มเทเวลาในการพัฒนาการเรียนการสอน มัวแต่ไปนั่งทำเอกสารเพื่อรอการประเมินวิทยฐานะใช่หรือไม่

4. การบริหารงบประมาณ การคิดโครงการต่างๆ ควรให้โรงเรียนเป็นผู้คิด ไม่ใช่คิดจากด้านบนลงมา เพราะจะไม่ตรงกับความต้องการของพื้นที่

5.นวัตกรรมการบริหารและจัดการเรียนการสอน มักมาตามกระแส ไม่มีความยั่งยืน และยังไม่มีการตรวจสอบคุณภาพด้วยว่าแต่ละอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

และ 6.การกำกับติดตาม โดยเฉพาะกลุ่มนิเทศติดตามประเมินผล ขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง การลงไปตรวจเยี่ยมน้อยครั้งแล้ว ถึงโรงเรียนบางรายแทนที่จะแนะนำเรื่องการเรียนการสอน กลับไปแนะนำเรื่องการจัดตั้งถังขยะในห้องเรียน

มองลงมาระดับผู้บริหารการศึกษา ดร.ดุจดาวบอกว่า ผู้บริหารการศึกษาต้องมีคุณลักษณะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง รู้จักปรับนโยบายมาใช้ให้เหมาะสมและยั่งยืน และผู้บริหารก็ต้องยั่งยืนด้วย ไม่ใช่มาอยู่แค่หกเดือนแล้วไป และผู้บริหารต้องให้โอกาสครูส่งเสริมให้ครูมีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองสอน ความรู้ในสิ่งที่ตัวเองจะต้องพัฒนาเด็ก

ส่วนครู ต้องเห็นความแตกต่างของผู้เรียน ใส่ใจในความแตกต่างของเด็กให้เท่าเทียมกัน ให้โอกาสทุกคนได้เรียน ได้ทำกิจกรรมเท่าเทียมกัน และเหมาะสมในวัย ผู้บริหารจะต้องส่งเสริมให้ครูเกิดการเรียนรู้ และที่สำคัญต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครูด้วย

สำหรับปัญหาของครูนั้น “ครูมักมุ่งสร้างผลงาน สร้างวิทยฐานะของตนเอง บางคนสั่งงานให้เด็กทำ แล้วตัวเองก็นั่งทำงานไป ไม่ใส่ใจว่าเด็กคนไหนทำได้ ทำไม่ได้”

ส่วน ดร.ชาร์รีฟท์มองไปที่ครูว่า เหมือนครูต้องทิ้งห้องเรียนไม่ได้ดูแลเรื่องการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ ต้องไปอบรม เตรียมการประเมิน ต้องรายงานข้อมูลหน่วยงานต่างๆ “กลายเป็นครูต้องทิ้งภาระการสอน เพื่อไปทำข้อมูลเพื่อรายงานไปยังหน่วยงานอื่นๆจนมีความรู้สึกว่า โรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงเดียวหรือเปล่า”

เมื่อมองไปที่เด็ก ดร.ชาร์รีฟท์ มองว่าเด็กสมัยนี้มีความสนใจในบทเรียนน้อยมาก “มันผิดที่การจัดการเรียนการสอนหรือที่ตัวเด็ก สิ่งแวดล้อมนอกห้องเด็กสนใจมากกว่าหรือเปล่า สื่อต่างๆ เด็กสนใจมากกว่าหรือเปล่า ครูต้องมีกลยุทธ์ในการสร้างแรงจูงใจ และครูก็ต้องมีจิตวิทยาในการสอน”

เรื่องความสนใจของเด็ก ดร.ดุจดาวเห็นว่า นอกจากวิธีการสอนของครูแล้ว ก็น่าเห็นใจครู ที่มุ่งสอนให้ครบหลักสูตร อาจเป็นสาเหตุให้เด็กเบื่อได้เหมือนกัน”

ดังนั้น เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ควรแก้ไขตั้งแต่นโยบาย ทั้งเรื่องหลักสูตร เวลาเรียน และครูผู้สอน.

 

 

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 23 ก.ค.2558 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> วอนคืนครูให้นักเรียน เพื่อคุณภาพเด็กไทย , , วอนคืนครูให้นักเรียน , เพื่อคุณภาพเด็กไทย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 16 ราย (8 ม.ค.2563)☕ 18 ม.ค. 2563
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 16 ราย (8 ม.ค.2563)
เปิดอ่าน 2,453 ครั้ง
สมศ. แนะครูยุคใหม่ให้ผันตัวเป็น "ไลฟ์โค้ช" พร้อมเผยทักษะ 4 ด้าน ที่ต้องเติมให้เด็ก☕ 16 ม.ค. 2563
สมศ. แนะครูยุคใหม่ให้ผันตัวเป็น "ไลฟ์โค้ช" พร้อมเผยทักษะ 4 ด้าน ที่ต้องเติมให้เด็ก
เปิดอ่าน 5,129 ครั้ง
แนะครูปรับตัวให้ทันลูกศิษย์ยุคเจเนอเรชั่นแซด☕ 16 ม.ค. 2563
แนะครูปรับตัวให้ทันลูกศิษย์ยุคเจเนอเรชั่นแซด
เปิดอ่าน 1,788 ครั้ง
สวนดุสิตโพล เผย ความเชื่อมั่น “ครูไทย” ปี 2562 ที่ผ่านมา☕ 16 ม.ค. 2563
สวนดุสิตโพล เผย ความเชื่อมั่น “ครูไทย” ปี 2562 ที่ผ่านมา
เปิดอ่าน 1,578 ครั้ง
รวมพลังศึกษานิเทศก์ แต่งชุดดำบุก ศธ. ค้านรวมไปอยู่สป.ศธ.☕ 16 ม.ค. 2563
รวมพลังศึกษานิเทศก์ แต่งชุดดำบุก ศธ. ค้านรวมไปอยู่สป.ศธ.
เปิดอ่าน 4,107 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

CMS คืออะไรอ่านได้ที่นี่ CMS คืออะไรอ่านได้ที่นี่
เปิดอ่าน 2,009 ครั้ง
เส้นเลือดขอด และเส้นเลือดฝอยที่ขาแตก มีอันตรายมากน้อยแค่ไหนเส้นเลือดขอด และเส้นเลือดฝอยที่ขาแตก มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน
เปิดอ่าน 22,256 ครั้ง
มาดูกันว่า "เกาหลีใต้" เริ่มต้นการเป็นผู้นำด้านการศึกษาโฉมใหม่ของโลกอย่างไร?มาดูกันว่า "เกาหลีใต้" เริ่มต้นการเป็นผู้นำด้านการศึกษาโฉมใหม่ของโลกอย่างไร?
เปิดอ่าน 6,860 ครั้ง
8 วิธีลดความเครียดให้แก่เด็ก 8 วิธีลดความเครียดให้แก่เด็ก
เปิดอ่าน 25,701 ครั้ง
ชาอู่หลง ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือชาอู่หลง ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ
เปิดอ่าน 8,641 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ