ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย "ปีแพะ" 2558


ข่าวการศึกษา 31 ธ.ค. 2558 เวลา 15:45 น.

6,161

views
Advertisement

แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย "ปีแพะ" 2558

เวลาล่วงเลยมา 1 ปี 4 เดือน ตั้งแต่รัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศและเดินหน้าประกาศ “ปฏิรูปประเทศไทย” ทั้ง 11 ด้าน เพื่อ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ตามสโลแกน

การปฏิรูปด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาคนอย่างยั่งยืน เป็น 1 ใน 11 ด้านที่ถูกกำหนดว่าต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน เพราะเชื่อว่าการวางรากฐานทางการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพย่อมส่งผลต่อการพัฒนาในทุกๆด้าน

“ทีมการศึกษา” ขอส่งท้ายปีแพะด้วยการแกะรอยการปฏิรูปการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูเสมือนจะเห็น “แสงไฟอยู่ปลายอุโมงค์” เมื่อทุกฝ่ายขานรับและตระหนักถึงความสำคัญ ส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการโดย คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ไม่ต้องทำงานอย่างโดดเดี่ยว เพราะมีหน่วยงานหลายฝ่ายเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ทั้ง สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมไปถึง ภาคประชาสังคม

และที่สำคัญซึ่งเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลเอาจริงต่อการปฏิรูปการศึกษา คือการแต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือ “ซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษา” ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน มี.ค.2558 มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทั้งยังส่งเทียบเชิญ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ และ ดร.วิรไท สันติประภพ ที่ปรึกษาทีดีอาร์ไอมาเป็นกุนซือ

ทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนา การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเสนอแนะมาตรการและแนวทางการตัดสินใจเชิงรุก เพื่อให้การขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและแผนพัฒนาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นหลักที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” ผู้นำรัฐนาวาเน้นย้ำในการประชุมซุปเปอร์บอร์ดคือ ต้องทำให้การศึกษาไทยเป็นการศึกษาที่มีความสุข ทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ต้องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี จบแล้วมีงานทำ แข่งขันในระดับนานาประเทศได้ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

กว่า 7 เดือนนับตั้งแต่เปิดศักราชปีแพะ 2558 กระทรวงศึกษาธิการซึ่งกุมบังเหียนโดย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย หรือ “บิ๊กเข้” ได้วางโรดแม็ปปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืนไว้ 3 ระยะคือ ระยะเร่งด่วนที่จะลุยในปี 2558 ระยะ กลางที่จะขับเคลื่อนในปี 2559-2564 และระยะยาวตั้งแต่ปี 2565-2569

แต่เราขอหยิบยกประเด็นสำคัญที่จะเดินหน้าปฏิรูปเร่งด่วน 6 ด้านคือ การปฏิรูปการเรียนรู้ การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงิน การปฏิรูประบบข้อมูลและสารสนเทศทางการศึกษา การปฏิรูประบบการกระจายอำนาจ การปฏิรูปกฎหมายการศึกษา และการปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครู โดยตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนทั้ง 6 คณะ

พร้อมชงร่างวิสัยทัศน์และกรอบทิศทางการพัฒนาการศึกษา ระยะเวลา 5 ปี ต่อซุปเปอร์บอร์ด โดยตั้งเป้า ภายในปี 2563 ผลการจัดอันดับความสามารถด้านการศึกษาของไทยต้องดีขึ้นอย่างน้อย 5 อันดับ นักเรียนไทยต้องสามารถสื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา

Advertisement


ส่วนเรื่อง การปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงนั้นแม้จะมีผู้เสนอเข้ามาเป็นระลอก แต่ “บิ๊กเข้” เจ้ากระทรวงคุณครูในสมัยนั้นได้ให้ชะลอไว้ก่อน โดยขอให้พุ่งเป้าไปที่ การปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนที่เห็นผลในห้องเรียน แม้ภายหลังจะ “เสียงอ่อน” ยอมรับว่ากระทรวงคุณครูมีความอุ้ยอ้าย แต่ก็ขอให้ผู้บริหารองค์กรหลักกลับไปหารือให้ตกผลึกเสียก่อน

แต่แล้วเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2558 ก็มีการ เปลี่ยนม้ากลางศึก เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พ้นตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี แล้วส่ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เข้ามากุมบังเหียนแทน

นโยบายแรกที่ประกาศออกมาคือ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยให้เลิกเรียนบ่ายสองโมง จากนั้นให้โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนาความรู้ตามความสนใจของเด็ก ตรงเป๊ะตามนโยบายนายกฯที่อยากเห็นเด็ก ครูและผู้ปกครองมีความสุข ดีเดย์ตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการ ศึกษา 2558 นำร่องในโรงเรียน 3,837 โรงทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายเป็น 14,500 โรง ในปี 2559 และเต็ม 100% ในปี 2560



ตามมาด้วย การปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ที่ดึงผู้เชี่ยวชาญจาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มาวางระบบการจัดการเรียนการสอน พร้อมจัด “เทรนเนอร์ชั้นนำ” จากต่างประเทศ 50 ชีวิต มาอบรมครูเก่งที่เฟ้นมาจากทั่วประเทศร่วม 500 คน ในเดือน มี.ค.2559 ก่อนสั่งเดินเครื่องเต็มลูกสูบ เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559

ลงลึกไปถึง การปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา ที่ปรับเปลี่ยนบนหลักการว่าตัวชี้วัดในการประเมินสถานศึกษาแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่ควรบ่งบอกได้ว่าการประเมินนั้นเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

นั่นนำมาซึ่งสิ่งที่หลายภาคส่วนเริ่มจะเห็น “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” และมองว่ากระทรวงศึกษาธิการกำลังเดินมาถูกทางแล้ว!!!

แต่จู่ๆช่วงเดือน ต.ค.ก็เกิดอาการ “สะดุด” ขาตัวเอง เมื่อมีการเปิดประเด็น การปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรูปแบบที่เรียกว่า single command มีปลัดกระทรวงเป็นผู้สั่งการเพียงคนเดียว โดยยุบ 5 องค์กรหลักเปลี่ยนสถานะเป็นกรม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรมปฐมวัยและประถมศึกษา กรมมัธยมศึกษา กรมวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กรมการศึกษาพิเศษ กรมอาชีวศึกษา และกรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยมีสำนักงานศึกษาธิการภาค 1-13 และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นส่วนเชื่อมโยงกับส่วนกลาง

“โยนหินถามทาง” จาก พล.อ.ดาว์พงษ์ หรือไม่??? คือสิ่งที่สังคมตั้งคำถาม พร้อมๆกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะการเสนอใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาปรับโครงสร้างกระทรวง ซึ่งแม้จะมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วเสียงสวดยับกลับมีมากกว่า



เพราะต้องยอมรับด้วยจำนนต่อ “หลักฐาน” ว่าการปฏิรูปการศึกษา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ทศวรรษแรกเมื่อปี 2540-2550 และทศวรรษที่ 2 ตั้งแต่ปี 2552-2561 ซึ่งแม้รอบหลังจะล่วงเลยมาได้เพียงปี 2557 ก็โดนรัฐบาลทหารเข้ายึดอำนาจ แต่การศึกษาไทยก็เหมือนยังไม่ได้ปฏิรูป เพราะผลผลิตจากการศึกษายังคง “เต็มไปด้วยปัญหา” และ “ด้อยคุณภาพ”

ทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไทยที่ยังตกต่ำ เรียนเยอะแต่ไร้ความรู้ มาตรฐานของสถานศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน ขาดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ทั้งการคิด วิเคราะห์ และแสวงหาความรู้ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ปัญหาครูขาดแคลน ไร้เงาคนเก่ง คนดีมาเป็นครู การกระจายอำนาจยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารและจัดการศึกษาจากทุกภาคส่วน ซึ่งดูแล้วเป็นปัญหาที่ย้อนกลับไปสู่ “วังวน” เดิมๆ

“ทีมการศึกษา” มองว่าสาเหตุที่กระทรวงศึกษาธิการถูกสังคมตราหน้าว่า “ปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว” อย่างไม่เป็นท่า ประเด็นสำคัญประการหนึ่งมาจากการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาเรามัวแต่ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างที่เป็นแค่ “เปลือก” จนละเลยหลงลืม “แก่น” ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก นั่นคือ “การพัฒนาคุณภาพคน”

เราไม่ได้บอกว่าการปรับโครงสร้างเป็นเรื่องไม่ดี ไม่สมควรทำ เพราะโครงสร้างการบริหารงานที่ดีย่อมนำไปสู่ความสำเร็จ แต่เรามองว่าในห้วงเวลาอันสำคัญของการปฏิรูปประเทศเช่นนี้ ควรพุ่งเป้าไปที่เรื่องของคุณภาพเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปหลักสูตร การปฏิรูปการเรียนการสอน การปฏิรูปครู และสารพัดโครงการที่คลอดออกมาเป็นของขวัญปีใหม่ ทั้งฟื้นคุรุทายาท คืนครูสู่ห้องเรียน เด็ก ป.1 อ่านออกเขียนได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ และขยายทวิภาคี

เพราะนั่นเป็นการปฏิรูปที่จะตอบโจทย์เรื่องของ “คุณภาพ” การศึกษาของเด็กไทยอย่างแท้จริง

ส่วนเรื่องโครงสร้างที่ใช้อยู่ หากในอนาคตพบว่าไม่สามารถตอบสนองการปฏิรูปการศึกษาได้จริง ก็ย่อมขอยกเป็นโจทย์ข้อต่อไปที่จะเดินหน้าปรับเปลี่ยนได้อย่างเต็มปากเต็มคำ



และก่อนย่างก้าวเข้าสู่ปีวอก 2559 “ทีมการศึกษา” ขอฝากความหวังไว้กับรัฐบาลที่มีสิทธิ์ขาดอำนาจในมือว่า ขอให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียงแค่การสะดุด เพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมีความหวัง ไม่ใช่เดินเกมผิดจนประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

อย่าทำให้เด็กไทยเสียโอกาส เพราะผู้ใหญ่มัวเดินหลงทาง และความหวังที่จะ “ปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศ” ต้อง “ล่ม” ซ้ำซาก!!!

ทีมการศึกษา

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 30 ธันวาคม 2558 

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้าย "ปีแพะ" 2558แกะรอยปฏิรูปการศึกษาส่งท้ายปีแพะ2558

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

Advertisement


:: เรื่องปักหมุด ::

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 14 ราย (26 มกราคม 2569)

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 14 ราย (26 มกราคม 2569)

เปิดอ่าน 9,250 ☕ 30 ม.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.เร่งปรับโครงสร้างหนี้สิน พร้อมปรับวินัยทางการเงินครู
สพฐ.เร่งปรับโครงสร้างหนี้สิน พร้อมปรับวินัยทางการเงินครู
เปิดอ่าน 3,486 ☕ 17 ก.พ. 2569

ก.ค.ศ.ตั้งกรรมการอ่านผลงานชุดใหม่ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ให้ได้คนที่มีความรู้จริง
ก.ค.ศ.ตั้งกรรมการอ่านผลงานชุดใหม่ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ให้ได้คนที่มีความรู้จริง
เปิดอ่าน 4,693 ☕ 17 ก.พ. 2569

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 5 ราย (11 กุมภาพันธ์ 2569)
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 5 ราย (11 กุมภาพันธ์ 2569)
เปิดอ่าน 15,691 ☕ 16 ก.พ. 2569

สพฐ.สั่งเข้มเขตพื้นที่ฯย้ายครู ว18/2565 ต้องโปร่งใส ดำเนินการตามกติกา อุดช่องทุจริต
สพฐ.สั่งเข้มเขตพื้นที่ฯย้ายครู ว18/2565 ต้องโปร่งใส ดำเนินการตามกติกา อุดช่องทุจริต
เปิดอ่าน 1,131 ☕ 11 ก.พ. 2569

การดำเนินงานเกี่ยวกับแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
การดำเนินงานเกี่ยวกับแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เปิดอ่าน 1,423 ☕ 10 ก.พ. 2569

จัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก่อนวันที่ 8 ก.พ.2569
จัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก่อนวันที่ 8 ก.พ.2569
เปิดอ่าน 1,428 ☕ 6 ก.พ. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การวาดภาพนกเบื้องต้น
การวาดภาพนกเบื้องต้น
เปิดอ่าน 78,771 ครั้ง

4 หลักการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคข้อเข่าเสื่อม
4 หลักการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคข้อเข่าเสื่อม
เปิดอ่าน 1,210 ครั้ง

รวมจอ ViewSonic รุ่นยอดนิยม ใช้งานได้ทุกรูปเเบบ
รวมจอ ViewSonic รุ่นยอดนิยม ใช้งานได้ทุกรูปเเบบ
เปิดอ่าน 673 ครั้ง

เตือนภัย "ถ่ายเป็นเลือด" ระวังโรคแฝง...ร้ายแรงถึงชีวิต!!
เตือนภัย "ถ่ายเป็นเลือด" ระวังโรคแฝง...ร้ายแรงถึงชีวิต!!
เปิดอ่าน 123,515 ครั้ง

ดูพี่ตำรวจเค้าทำ รถเกือบชนกันระนาว !
ดูพี่ตำรวจเค้าทำ รถเกือบชนกันระนาว !
เปิดอ่าน 14,758 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ