ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน

ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 ก.พ. 2559 เปิดอ่าน : 2,605 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับและหารือแนวทางปฏิรูปการอุดหนุนเด็กยากจน เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กับ นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และคณะ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ห้อง MOC

 

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. ได้นำเสนอแนวทางปฏิรูปการอุดหนุนเด็กยากจนเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งใช้งานวิจัย “บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ” (National Education Account : NEA) เป็นฐานข้อมูลในการดำเนินงาน โดยบัญชีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายงบประมาณด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอื่นๆ ว่า มีการใช้จ่ายงบประมาณในการศึกษาแต่ละด้านและแต่ละระดับอย่างไร รวมทั้งการใช้จ่ายด้านการศึกษาของภาคเอกชนและครัวเรือนด้วย

โดยผลการวิจัยดังกล่าวพบว่า ที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาได้เท่าที่ควร เพราะการจัดสรรงบประมาณยังไปไม่ถึงเด็กยากจนตัวจริงที่มีอยู่กว่า 2 ล้านคน เนื่องจากไม่มีระบบข้อมูลคัดกรองเด็กที่แม่นยำ การจัดสรรงบประมาณจึงเป็นแบบถัวเฉลี่ย ทำให้เด็กยากจนได้รับงบประมาณไม่เต็มที่

ดังนั้น สสค.จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อจัดระบบการจัดสรรงบประมาณแก่เด็กยากจนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีแผนที่จะดำเนินงานใน 4 ส่วน คือ

1) ปฏิรูปเกณฑ์และกระบวนการคัดกรองเด็กยากจน โดยจะใช้เกณฑ์คัดกรองตามเกณฑ์โครงการอุดหนุนเด็กแรกเกิดที่องค์การยูนิเซฟและสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พัฒนาขึ้น กล่าวคือ จะพิจารณาจากเด็กที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือต่ำกว่า 36,000 บาทต่อคนต่อปี ประกอบการพิจารณาเกณฑ์สถานะครัวเรือนด้วย เพื่อให้สามารถคัดกรองเด็กที่ยากจนจริงและไม่ได้รับความช่วยเหลือออกมาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

2) จัดระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลเด็กยากจนและพัฒนาให้เป็นระบบติดตามการเรียนของนักเรียนในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า

3) ควรให้เงินอุดหนุนแก่เด็กแบบไม่มีเงื่อนไข โดยไม่กำหนดจำนวนการมาเรียนขั้นต่ำของนักเรียน และให้แบบต่อเนื่องในปีถัดไปตลอดการศึกษาภาคบังคับ รวมทั้งให้น้ำหนักกับเด็กระดับก่อนประถมฯ (ปฐมวัย) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นไปเรียนชั้น ป.1 และข้อเสนอดังกล่าวเห็นว่า สพฐ.ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงจำนวนเงินที่เหมาะสมและมีความถี่สอดคล้องกับการโอนเงินอุดหนุนรายหัว เช่น โรงเรียนควรจัดให้มีระบบข้อมูลและระบบบัญชีค่าใช้จ่ายรองรับเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนไปแล้ว เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณตรงตามวัตถุประสงค์ และเชื่อมโยงกับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว

4) ควรเพิ่มบทบาทของกรรมการสถานศึกษา ในการพิจารณาหรือยืนยันข้อมูลสถานะทางเศรษฐกิจของนักเรียน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของ สสค. สอดคล้องกับแนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้มีฐานข้อมูลกลางในแต่ละเรื่อง ที่จะสามารถนำมาใช้วางแผนงานและงบประมาณได้ ในส่วนของการคัดกรองเด็กยากจน เห็นด้วยที่จะต้องมีแนวทางการพัฒนาระบบให้มีความแม่นยำมากขึ้นที่จะสามารถคัดกรองเด็กยากจนจริงๆ โดยมอบให้ สพฐ.ประสานเรื่องของฐานข้อมูลและเกณฑ์การคัดกรองเด็กยากจนกับ พม. เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป 


 

สสค. จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน พ.ศ.2553 เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาและส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ตลอดจนให้เยาวชนมีคุณภาพและสุขภาวะที่ดีขึ้น มีการบริหารงานโดยคณะกรรมการ สสค. ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง) เป็นประธานกรรมการ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง

ผลการดำเนินงาน : ตลอดระยะเวลา 5 ปี (ปี 2553-2558) สสค.ได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้มีบทบาทสร้างการเรียนรู้แก่เยาวชนและผู้แทนจากทุกภาคส่วนทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อดำเนินภารกิจที่สำคัญ 5 ด้าน คือ

1) ระดมพลังประชารัฐ เพื่อปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ 80 พื้นที่ต้นแบบที่มีระบบดูแลเฉพาะตัว (CMU) สำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มด้อยโอกาส, 15 จังหวัดต้นแบบปฏิรูปการเรียนรู้, 91 ชุมชนต้นแบบเรียนรู้เพื่อสัมมาชีพ, 5 ศูนย์อาเซียน ที่หลอมรวมบ้าน-วัด-โรงเรียน เพื่อเตรียมชุมชนสู่อาเซียน

2) สร้างและจัดการความรู้เชิงระบบ มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ แม่ฮ่องสอนโมเดล สารสนเทศเพื่อหลักประกันโอกาสทางการศึกษา, บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ หรือ NEA (National Education Account), ทักษะชีวิตและโลกของงาน นำไปสู่การปฏิรูปกรอบหลักสูตรเพื่อการมีงานทำ

3) ส่งเสริมคุณค่าและสนับสนุนครูดี มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ 164 ครูดีที่ได้รับรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและมีคุณูปการแก่วงการศึกษา, 18,870 ครูที่ได้รับรางวัล “ครูสอนดี” (สอนเป็น-เห็นผล-คนยกย่อง), 529 ทุนสำหรับครูผู้อุทิศตน ในโครงการดูแลด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง

4) สนับสนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ มีผลการดำเนินที่สำคัญ ได้แก่ 2,000 นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน, เด็กและเยาวชนได้รับประโยชน์ 350,000 คน, 95% โรงเรียนห่างไกลได้รับการพัฒนาคุณภาพผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้

5) สนับสนุนการรณรงค์สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปการเรียนรู้ระดับจังหวัด โดยสร้างพลังการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น, การวิจัยการใช้เวลาของครูไทย, จุดกระแสสังคมโดยการเปิดประเด็นสู่สาธารณะ

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน , , ศธ.หารือ , สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ , ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง , 2 , ล้านคน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (22 กันยายน 2558)☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (22 กันยายน 2558)
เปิดอ่าน 14,292 ครั้ง
ความก้าวหน้านโยบาย ศธ.☕ คลิกอ่านเลย
ความก้าวหน้านโยบาย ศธ.
เปิดอ่าน 9,825 ครั้ง
สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี☕ คลิกอ่านเลย
สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
เปิดอ่าน 4,025 ครั้ง
1 ทศวรรษ สพฐ.☕ คลิกอ่านเลย
1 ทศวรรษ สพฐ.
เปิดอ่าน 4,363 ครั้ง
มติ ครม.11 ธันวาคม 2555 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.11 ธันวาคม 2555 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 11,358 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รับชมย้อนหลัง การประชุมชี้แจงการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ วันที่ 17 สิงหาคม 2559รับชมย้อนหลัง การประชุมชี้แจงการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ วันที่ 17 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 8,302 ครั้ง
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค “ขาดมือถือไม่ได้”กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค “ขาดมือถือไม่ได้”
เปิดอ่าน 9,265 ครั้ง
ประติมากรรมรูปเคารพประติมากรรมรูปเคารพ
เปิดอ่าน 13,058 ครั้ง
คุณครูจะช่วยเพิ่มสมาธิและความสนใจของนักเรียน ได้ด้วยเทคนิคนี้คุณครูจะช่วยเพิ่มสมาธิและความสนใจของนักเรียน ได้ด้วยเทคนิคนี้
เปิดอ่าน 11,719 ครั้ง
การดูแลสุขภาพหน้าฝน ทำได้ง่ายๆการดูแลสุขภาพหน้าฝน ทำได้ง่ายๆ
เปิดอ่าน 7,557 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ