ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน

ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 ก.พ. 2559 เปิดอ่าน : 2,516 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับและหารือแนวทางปฏิรูปการอุดหนุนเด็กยากจน เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กับ นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และคณะ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ห้อง MOC

 

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. ได้นำเสนอแนวทางปฏิรูปการอุดหนุนเด็กยากจนเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งใช้งานวิจัย “บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ” (National Education Account : NEA) เป็นฐานข้อมูลในการดำเนินงาน โดยบัญชีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายงบประมาณด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอื่นๆ ว่า มีการใช้จ่ายงบประมาณในการศึกษาแต่ละด้านและแต่ละระดับอย่างไร รวมทั้งการใช้จ่ายด้านการศึกษาของภาคเอกชนและครัวเรือนด้วย

โดยผลการวิจัยดังกล่าวพบว่า ที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาได้เท่าที่ควร เพราะการจัดสรรงบประมาณยังไปไม่ถึงเด็กยากจนตัวจริงที่มีอยู่กว่า 2 ล้านคน เนื่องจากไม่มีระบบข้อมูลคัดกรองเด็กที่แม่นยำ การจัดสรรงบประมาณจึงเป็นแบบถัวเฉลี่ย ทำให้เด็กยากจนได้รับงบประมาณไม่เต็มที่

ดังนั้น สสค.จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อจัดระบบการจัดสรรงบประมาณแก่เด็กยากจนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีแผนที่จะดำเนินงานใน 4 ส่วน คือ

1) ปฏิรูปเกณฑ์และกระบวนการคัดกรองเด็กยากจน โดยจะใช้เกณฑ์คัดกรองตามเกณฑ์โครงการอุดหนุนเด็กแรกเกิดที่องค์การยูนิเซฟและสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พัฒนาขึ้น กล่าวคือ จะพิจารณาจากเด็กที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือต่ำกว่า 36,000 บาทต่อคนต่อปี ประกอบการพิจารณาเกณฑ์สถานะครัวเรือนด้วย เพื่อให้สามารถคัดกรองเด็กที่ยากจนจริงและไม่ได้รับความช่วยเหลือออกมาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

2) จัดระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลเด็กยากจนและพัฒนาให้เป็นระบบติดตามการเรียนของนักเรียนในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า

3) ควรให้เงินอุดหนุนแก่เด็กแบบไม่มีเงื่อนไข โดยไม่กำหนดจำนวนการมาเรียนขั้นต่ำของนักเรียน และให้แบบต่อเนื่องในปีถัดไปตลอดการศึกษาภาคบังคับ รวมทั้งให้น้ำหนักกับเด็กระดับก่อนประถมฯ (ปฐมวัย) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นไปเรียนชั้น ป.1 และข้อเสนอดังกล่าวเห็นว่า สพฐ.ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงจำนวนเงินที่เหมาะสมและมีความถี่สอดคล้องกับการโอนเงินอุดหนุนรายหัว เช่น โรงเรียนควรจัดให้มีระบบข้อมูลและระบบบัญชีค่าใช้จ่ายรองรับเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนไปแล้ว เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณตรงตามวัตถุประสงค์ และเชื่อมโยงกับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว

4) ควรเพิ่มบทบาทของกรรมการสถานศึกษา ในการพิจารณาหรือยืนยันข้อมูลสถานะทางเศรษฐกิจของนักเรียน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของ สสค. สอดคล้องกับแนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้มีฐานข้อมูลกลางในแต่ละเรื่อง ที่จะสามารถนำมาใช้วางแผนงานและงบประมาณได้ ในส่วนของการคัดกรองเด็กยากจน เห็นด้วยที่จะต้องมีแนวทางการพัฒนาระบบให้มีความแม่นยำมากขึ้นที่จะสามารถคัดกรองเด็กยากจนจริงๆ โดยมอบให้ สพฐ.ประสานเรื่องของฐานข้อมูลและเกณฑ์การคัดกรองเด็กยากจนกับ พม. เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป 


 

สสค. จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน พ.ศ.2553 เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาและส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ตลอดจนให้เยาวชนมีคุณภาพและสุขภาวะที่ดีขึ้น มีการบริหารงานโดยคณะกรรมการ สสค. ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง) เป็นประธานกรรมการ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง

ผลการดำเนินงาน : ตลอดระยะเวลา 5 ปี (ปี 2553-2558) สสค.ได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้มีบทบาทสร้างการเรียนรู้แก่เยาวชนและผู้แทนจากทุกภาคส่วนทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อดำเนินภารกิจที่สำคัญ 5 ด้าน คือ

1) ระดมพลังประชารัฐ เพื่อปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ 80 พื้นที่ต้นแบบที่มีระบบดูแลเฉพาะตัว (CMU) สำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มด้อยโอกาส, 15 จังหวัดต้นแบบปฏิรูปการเรียนรู้, 91 ชุมชนต้นแบบเรียนรู้เพื่อสัมมาชีพ, 5 ศูนย์อาเซียน ที่หลอมรวมบ้าน-วัด-โรงเรียน เพื่อเตรียมชุมชนสู่อาเซียน

2) สร้างและจัดการความรู้เชิงระบบ มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ แม่ฮ่องสอนโมเดล สารสนเทศเพื่อหลักประกันโอกาสทางการศึกษา, บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ หรือ NEA (National Education Account), ทักษะชีวิตและโลกของงาน นำไปสู่การปฏิรูปกรอบหลักสูตรเพื่อการมีงานทำ

3) ส่งเสริมคุณค่าและสนับสนุนครูดี มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ 164 ครูดีที่ได้รับรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและมีคุณูปการแก่วงการศึกษา, 18,870 ครูที่ได้รับรางวัล “ครูสอนดี” (สอนเป็น-เห็นผล-คนยกย่อง), 529 ทุนสำหรับครูผู้อุทิศตน ในโครงการดูแลด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง

4) สนับสนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ มีผลการดำเนินที่สำคัญ ได้แก่ 2,000 นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน, เด็กและเยาวชนได้รับประโยชน์ 350,000 คน, 95% โรงเรียนห่างไกลได้รับการพัฒนาคุณภาพผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้

5) สนับสนุนการรณรงค์สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปการเรียนรู้ระดับจังหวัด โดยสร้างพลังการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น, การวิจัยการใช้เวลาของครูไทย, จุดกระแสสังคมโดยการเปิดประเด็นสู่สาธารณะ

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.หารือ สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง 2 ล้านคน , , ศธ.หารือ , สสค.เพื่อปรับปรุงแนวทางจัดสรรงบฯ , ให้ถึงเด็กยากจนตัวจริง , 2 , ล้านคน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันพุธที่ 20 มกราคม 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันพุธที่ 20 มกราคม 2559
เปิดอ่าน 7,007 ครั้ง
ศธ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด☕ คลิกอ่านเลย
ศธ.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด
เปิดอ่าน 4,729 ครั้ง
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554 ☕ คลิกอ่านเลย
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554
เปิดอ่าน 10,032 ครั้ง
โปรดเกล้าฯแล้ว"ครม.ประยุทธ์ 1"ตรวจสอบรายชื่อ+ประวัติ ใครนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงไหน คลิก☕ คลิกอ่านเลย
โปรดเกล้าฯแล้ว"ครม.ประยุทธ์ 1"ตรวจสอบรายชื่อ+ประวัติ ใครนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงไหน คลิก
เปิดอ่าน 9,847 ครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการติดตามงานด้านการศึกษาตามข้อสั่งการของ คสช.☕ คลิกอ่านเลย
กระทรวงศึกษาธิการติดตามงานด้านการศึกษาตามข้อสั่งการของ คสช.
เปิดอ่าน 4,637 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)
เปิดอ่าน 38,303 ครั้ง
พบกล้องโทรทรรศน์พบกล้องโทรทรรศน์'ไอสไตน์'ที่หายสาบสูญไปนาน
เปิดอ่าน 6,148 ครั้ง
ผักที่ห้ามในเทศกาลกินเจผักที่ห้ามในเทศกาลกินเจ
เปิดอ่าน 14,743 ครั้ง
การจัดการความรู้ในโรงเรียน (ศน.ชัด บุญญา)การจัดการความรู้ในโรงเรียน (ศน.ชัด บุญญา)
เปิดอ่าน 8,995 ครั้ง
มช.เจ๋งพบสารเซซมิน"งาดำ" รักษามะเร็งครั้งแรกของโลกมช.เจ๋งพบสารเซซมิน"งาดำ" รักษามะเร็งครั้งแรกของโลก
เปิดอ่าน 64,800 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ