ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ศธ.ปฏิวัติระบบวิทยฐานะใหม่ของประเทศ


ข่าวการศึกษา 2 ก.พ. 2560 เวลา 11:45 น.

284,953

views
Advertisement

ศธ.ปฏิวัติระบบวิทยฐานะใหม่ของประเทศ

ที่มาจาก ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 46/2560 กระทรวงศึกษาธิการ

ศธ.ปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมปฏิวัติระบบวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ โดยน้อมนำพระราชกระแสฯ ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะ ซึ่งจะไม่เน้นจัดทำเอกสารผลงานวิชาการจำนวนมาก แต่เน้นระบบตอบแทนให้ครูที่มุ่งการสอนหนังสือ มีการประเมินทั้งคุณภาพและปริมาณการสอน โดยทดลองใช้และรับฟังความเห็น ก่อนประกาศใช้ภายใน 3 เดือนนี้ (หรือภายในเดือนพฤษภาคม 2560)


ขอบคุณภาพจาก เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

 

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีมติให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขหลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะ โดยนำพระราชกระแสฯ ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้เป็นแนวทาง ความว่า “ปัญหาปัจจุบันคือ ครูมุ่งเขียนงานวิทยานิพนธ์ เขียนตำราส่งผู้บริหาร เพื่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น แล้วบางทีก็ย้ายไปที่ใหม่ ส่วนครูที่มุ่งการสอนหนังสือกลับไม่ได้อะไรตอบแทน ระบบไม่ยุติธรรม เราต้องเปลี่ยนระเบียบตรงจุดนี้ การสอนหนังสือต้องถือว่าเป็นความดีความชอบ หากคนใดสอนดี ซึ่งส่วนมากคือมีคุณภาพและปริมาณ ต้องมี reward” (5 ก.ค. 55) และ “ครูบางส่วนเวลาสอนนักเรียนจะสอนไม่หมดแต่เก็บไว้บางส่วน หากนักเรียนต้องการรู้ทั้งหมดวิชา ก็ต้องเสียเงินไปสมัครเรียนพิเศษกับครูท่านนั้น จะเป็นการสอนในโรงเรียนหรือส่วนตัวก็ตาม” (5 ก.ค. 55) นั้น

การประชุมครั้งนี้ ได้ร่วมพิจารณาแนวทางการแก้ไขหลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะ โดยนำพระราชกระแสฯ ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้เป็นแนวทาง ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ไขหลักเกณฑ์การได้มาของวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ให้เสร็จสิ้นและประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ภายใน 3 เดือน โดยหลักเกณฑ์ใหม่จะไม่มีการจัดทำด้วยเอกสารผลงานทางวิชาการจำนวนมาก แต่จะเป็นระบบที่ยุติธรรมสำหรับครู ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพในการสอน โดยใช้แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Portfolio) เป็นตัวนำ

โดยครูทุกคนทั้งประเทศจะมี ID และ Password สำหรับใช้ในการ Login เข้าไปบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง ว่าสอนกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผ่านการอบรมอะไรบ้าง ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบในการประเมินทั้งหมดจะจบที่สถานศึกษาหรือจังหวัดนั้น ๆ โดยไม่ต้องเสนอให้ส่วนกลางหรือ ก.ค.ศ.พิจารณา แต่ก็จะมีมาตรการควบคุมความรับผิดชอบของครูหรือผู้บริหารสถานศึกษา หากมีการฮั้วหรือรายงานเท็จ จะมีความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วย ถือเป็นการปฏิวัติระบบวิทยฐานะใหม่ของประเทศ

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือน ก่อนที่จะประกาศใช้หลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ขอให้สำนักงาน ก.ค.ศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดให้มี Focus Group เพื่อรับฟังความเห็นว่า ระบบใหม่ขาดตกบกพร่องอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะประกาศใช้จริง

จากการประชุมครั้งนี้ ทำให้รับทราบข้อมูลด้วยว่า มีข้าราชการครูจำนวนมากที่ไม่มีวิทยฐานะ แยกเป็นข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 33,190 คน หรือประมาณร้อยละ 10 ของครู สพฐ.ทั้งหมด ส่วนข้าราชการครูสังกัดสำนักงาน กศน. มีจำนวน 431 คน หรือประมาณร้อยละ 20 และข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ยังไม่มีวิทยฐานะ รวม 4,198 คน หรือร้อยละ 30 สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากครูไม่มีเวลาทำผลงานทางวิชาการ และต้องเสียเวลาในการจัดทำเอกสารผลงานทางวิชาการจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ครูที่ขอรับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะจากเชี่ยวชาญเป็นเชี่ยวชาญพิเศษนั้น ยังคงจำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์เดิมคือ เน้นการจัดทำผลงานการวิจัย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า หลักเกณฑ์ใหม่นี้ เชื่อว่าจะเป็นระบบที่สร้างความเป็นธรรมและค่าตอบแทนให้เกิดขึ้นกับครูที่มุ่งการสอนหนังสือ ซึ่งจะมีการกำหนดเกณฑ์ในการประเมินสำหรับครูที่มีปริมาณการสอนและคุณภาพการสอน เช่น การสอนเด็กพิเศษ ซึ่งมีการเตรียมการสอนที่ยุ่งยากกว่าสอนเด็กนักเรียนปกติทั่วไป ก็จะมีคะแนนเพิ่มขึ้น และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ ก็จะยังคงมีอยู่ เพื่อสร้างมาตรฐานและจรรยาบรรณทางวิชาชีพครู แต่จะไม่ประเมินด้วยระยะเวลาถี่จนเกินไป ซึ่งจะพยายามลดภาระต่าง ๆ ในการประเมินสำหรับครูให้มากที่สุด ส่วนข้าราชการครูที่อยู่ระหว่างการยื่นผลงานเพื่อขอรับการประเมินวิทยฐานะที่ค้างท่อในเวลานี้กว่า 3,000 คนนั้น มอบ ก.ค.ศ.ไปพิจารณา ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับการพิจารณา ส่วนตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ที่ประชุมก็เห็นตรงกันว่าอาจจะเปลี่ยนไปใช้เงินประจำตำแหน่ง เพื่อสะท้อนความเป็นจริงและสอดคล้องกับระบบบริหารมาตรฐานสากล

 

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ใหม่นี้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายอะไร ถือเป็นนิยามใหม่ของการประเมินวิทยฐานะครู ที่ไม่ใช่เป็นหลักเกณฑ์ Performance Agreement :PA ซึ่งเท่ากับยกเลิกเกณฑ์ PA และแนวทางใหม่นี้จะใช้ Portfolio เป็นตัวนำกับคน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มรายใหม่ที่จะขอรับการประเมินวิทยฐานะ กลุ่มที่ค้างการประเมินซึ่งมีประมาณ 3,000 คน และกลุ่มที่ได้รับวิทยฐานะไปแล้ว จะต้องมีการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะเอาไว้เช่นเดิม

การใช้ Portfolio นี้ เป็นแนวทางในการประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ซึ่งจะเป็นการบันทึกประวัติการพัฒนาวิชาชีพของครูทุกคน ทั้งปริมาณการสอน เช่น จำนวนชั่วโมงการสอน ความยากง่ายในการสอน การสอนเด็กพิเศษ การสอนในโรงเรียนกันดาร ซึ่งจะมีคะแนนที่แตกต่างกัน และคุณภาพการสอน ซึ่งจะดูจากผลของการพัฒนาตนเอง การเข้ารับการอบรมทางไกล การอบรมออนไลน์ ผลงานการสอนที่ได้จัดทำขึ้น ฯลฯ

พร้อมทั้งจะนำระบบ IT เข้ามาช่วยบันทึกรวบรวมข้อมูลของครูทุกคน เพื่อไม่ให้ครูต้องยุ่งยากในการจัดทำเอกสารหลักฐานอีก และในระหว่างนี้จะมีการรับฟัง ประชาพิจารณ์หลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ รวมทั้งเตรียมการจัดทำระบบ IT เพื่อรองรับ e-Portfolio และทดลองใช้ให้มั่นใจ ก่อนจะประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ภายใน 3 เดือน

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
1/2/2560

 

ขอบคุณที่มาและอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศีกษาธิการ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560

 

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


ศธ.ปฏิวัติระบบวิทยฐานะใหม่ของประเทศปฏิวัติวิทยฐานะประเมินวิทยฐานะเงินประจำตำแหน่งe-Portfolioเลื่อนวิทยฐานะ

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เปิดอ่าน 2,249 ☕ 11 เม.ย. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มาแล้ว ปฏิทินการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ปีการศึกษา 2569 (DMC 2569)
มาแล้ว ปฏิทินการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ปีการศึกษา 2569 (DMC 2569)
เปิดอ่าน 252 ☕ 15 พ.ค. 2569

ปฏิทินการดำเนินงานการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
ปฏิทินการดำเนินงานการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
เปิดอ่าน 199 ☕ 15 พ.ค. 2569

สพฐ. แจ้งเขตพื้นที่ฯ เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังโรคติดต่อในสถานศึกษาก่อนเปิดภาคเรียน
สพฐ. แจ้งเขตพื้นที่ฯ เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังโรคติดต่อในสถานศึกษาก่อนเปิดภาคเรียน
เปิดอ่าน 244 ☕ 15 พ.ค. 2569

"ประเสริฐ" เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ศธ.ทำงานเป็นทีม เข็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ขีดเส้น 2 ปี เห็นรูปร่าง ขณะที่ ส.บ.พ.หนุนยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ
"ประเสริฐ" เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ศธ.ทำงานเป็นทีม เข็นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ขีดเส้น 2 ปี เห็นรูปร่าง ขณะที่ ส.บ.พ.หนุนยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ
เปิดอ่าน 193 ☕ 15 พ.ค. 2569

"ประเสริฐ" ยันไม่นิ่งนอนใจ ขอหาข้อมูลก่อนออกมาตรการใช้มือถือในโรงเรียน
"ประเสริฐ" ยันไม่นิ่งนอนใจ ขอหาข้อมูลก่อนออกมาตรการใช้มือถือในโรงเรียน
เปิดอ่าน 175 ☕ 15 พ.ค. 2569

"ประเสริฐ" สั่งรื้อโครงการซ้ำซ้อน ลดชิ้นงานครู ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ
"ประเสริฐ" สั่งรื้อโครงการซ้ำซ้อน ลดชิ้นงานครู ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 171 ☕ 15 พ.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กินไข่ต้ม ช่วยให้หลับง่าย จริงหรือ?
กินไข่ต้ม ช่วยให้หลับง่าย จริงหรือ?
เปิดอ่าน 18,821 ครั้ง

บัญญัติ 10 ประการ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
บัญญัติ 10 ประการ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 14,283 ครั้ง

HRD & E-Learning
HRD & E-Learning
เปิดอ่าน 18,927 ครั้ง

ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักหนาเมื่อญี่ปุ่นค้นพบ แหล่งแร่โลหะหายาก ที่เกาะมินามิโตริ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักหนาเมื่อญี่ปุ่นค้นพบ แหล่งแร่โลหะหายาก ที่เกาะมินามิโตริ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
เปิดอ่าน 12,521 ครั้ง

Active Learning กำลังจะมา แต่ผล Pisa ของไทยกำลังไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น… : โดย ณรงค์ ขุ้มทอง
Active Learning กำลังจะมา แต่ผล Pisa ของไทยกำลังไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น… : โดย ณรงค์ ขุ้มทอง
เปิดอ่าน 23,504 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ