ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > สธ.ส่งเสริมนโยบายสาวไทยแก้มแดง "มีลูกเพื่อชาติ" ด้วยวิตามินแสนวิเศษ

สธ.ส่งเสริมนโยบายสาวไทยแก้มแดง "มีลูกเพื่อชาติ" ด้วยวิตามินแสนวิเศษ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 9 ก.พ. 2560 เปิดอ่าน : 36,631 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุน ส่งเสริมนโยบายสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ โดยให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 20-34 ปีทุกคน ที่พร้อม /ตั้งใจ และวางแผนจะมีลูกรับวิตามินแสนวิเศษเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก นำไปสู่การคลอดที่ปลอดภัย ลูกแข็งแรงอย่างมีคุณภาพ

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2560) ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร กระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวโครงการส่งเสริมสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ ตามนโยบายส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกลกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 มีนโยบาย “รัฐบาลสนับสนุนและส่งเสริมการเกิดเพิ่มขึ้นด้วยความสมัครใจ เพื่อเพียงพอสำหรับทดแทนประชากร และการเกิดทุกรายมีการวางแผน มีความตั้งใจและมีความพร้อมในทุกด้าน นำไปสู่การคลอดที่ปลอดภัย ทารกแรกเกิดมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมที่จะเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ”นโยบายฉบับนี้เน้น 3 เรื่อง ได้แก่

1.เพิ่มจำนวนการเกิด เพื่อทดแทนจำนวนประชากร โดยส่งเสริมการเกิดในหญิงอายุ 20-34 ปีที่มีความพร้อม และตั้งใจมีครรภ์

2.การเกิดทุกรายมีความพร้อม มีการวางแผน มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ และได้รับความช่วยเหลือในการมีบุตร และ

3.ทารกแรกเกิดแข็งแรง พร้อมเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยส่งเสริมให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ได้รับการดูแลหลังคลอดที่ดี เด็กได้รับการเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย พร้อมที่จะเรียนรู้ในช่วงวัยต่อไปอย่างมั่นคง

โดยมีมาตรการสำคัญในการดำเนินงาน 7 ข้อ ดังนี้

1.พัฒนาระบบการให้บริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะก่อนสมรส ระยะก่อนมีบุตร ระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอด

2.จัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนไทยมีลูก

3.ปรับปรุงแก้ไขสิทธิการลาคลอดสำหรับหญิงตั้งครรภ์และคู่สมรส ส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตร

4.จัดสวัสดิการเรื่องที่อยู่อาศัย เอื้อให้คู่สมรสมีที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน มีความสะดวก เพียงพอต่อการมีบุตร

5.กำหนดมาตรการทางภาษีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร

6.ขยายจำนวนสถานรับเลี้ยงเด็กหรือศูนย์เด็กเล็กคุณภาพเพิ่มขึ้น ช่วยลดภาระในการดูแลบุตรระหว่างทำงาน และ

7.ปรับปรุงนโยบายเวลาการทำงานให้ยืดหยุ่น สร้างสมดุลการทำงานและชีวิตครอบครัว

ด้านนายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันวิถีชีวิตคนไทยเปลี่ยนไป ผู้หญิงไทยมีการศึกษาสูงขึ้น คนรุ่นใหม่มีค่านิยมที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้น แต่งงานน้อยลง/ช้าลง ทำให้การเพิ่มประชากรลดลง จากร้อยละ 2.7 ในพ.ศ. 2513 เหลือร้อยละ 0.4 ในพ.ศ. 2558 ส่งผลให้อัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยลดลง นอกจากนี้ ในปี 2558 พบอัตราการตายมารดาอยู่ที่ 20 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กร้อยละ 39 ทารกคลอดก่อนกำหนดร้อยละ 10.4 ทารกเสียชีวิตจากภาวะความพิการแต่กำเนิดร้อยละ 7 นอกจากนี้ยังพบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนมีเพียงร้อยละ 23.9 เด็กปฐมวัยขาดสารอาหารร้อยละ 16.8 มีพัฒนาการไม่สมวัยร้อยละ 27.3 และพบหญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 15 ปีขึ้นไปมีภาวะโลหิตจางร้อยละ 29.8 ทำให้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหา “เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ”

เพื่อลดปัญหาดังกล่าวและเป็นไปตามมติสมัชชาอนามัยโลกปี 2012 ที่ได้กำหนดให้ประเทศสมาชิกลดภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ. 2025 กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดกิจกรรมเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกหรือวิตามินแสนวิเศษ ให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 20-34 ปีทุกคน ที่พร้อม/ตั้งใจ และวางแผนจะมีลูก กินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างน้อย 12 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์ พร้อมให้คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ โดยในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 จะมีการแจกกล่องวิตามินแสนวิเศษ “สาวไทยแก้มแดงพัฒนาสมองและการเรียนรู้ด้วยเหล็กและโฟลิก” พร้อมแผ่นพับความรู้ ให้กับคู่สมรสที่มาจดทะเบียนพร้อมกันทั่วประเทศ

ด้านนายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้วิจัยพัฒนาและผลิตยาที่มีส่วนผสมของวิตามินธาตุเหล็ก กรดโฟลิก และไอโอดีน จำนวน 3 รายการ สำหรับโครงการ “ส่งเสริมสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ” โดยในช่วงแรกองค์การฯได้ส่งมอบยาให้กับกระทรวงสาธารณสุข เป็นมูลค่าเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้หญิงวัยเจริญพันธุ์และเด็กเข้าถึงวิตามินดังกล่าวได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ ได้ผลิตยาตามมาตรฐานสากล ในราคาที่สามารถเข้าถึงยาได้มากขึ้น 3 รายการ ประกอบด้วย 1.ยาน้ำแขวนตะกอนธาตุเหล็กสำหรับเด็ก กินสัปดาห์ละครั้งใช้ป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กโดยเฉพาะกลุ่มเด็กปฐมวัย 2.ยาเม็ดวิตามินรวมธาตุเหล็ก ไอโอดีน และกรดโฟลิก กินทุกวันตลอดการตั้งครรภ์ ป้องกันการขาดสารไอโอดีน ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ และพัฒนาการเด็ก ซึ่งยาทั้ง 2 รายการนี้ พร้อมสำหรับกระจายสู่กลุ่มเป้าหมาย และ3.ยาเม็ดวิตามินรวมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก สำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ กินสัปดาห์ละ1 ครั้ง ใช้ป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก จะสามารถผลิตและกระจายได้ในเดือนสิงหาคม 2560 นี้

ด้านดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า การสร้างเสริมสุขภาพให้กับกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์มีความจำเป็น สสส. จึงร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมในทุกมิติ เช่น การส่งเสริมให้กินผัก การออกกำลังกายที่เหมาะสม การให้วัคซีน ตลอดจนการเสริมสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะโฟเลตและธาตุเหล็ก ตลอดจนถึงการเตรียมตัวก่อนแต่งงาน โดยสนับสนุนการพัฒนาชุดความรู้เรื่อง การป้องกันความพิการแต่กำเนิดด้วยวิตามินโฟเลต และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในพื้นที่นำร่อง 22 จังหวัด พร้อมกับประสานความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานครั้งนี้


ขอบคุณที่มาจาก เว็บไซต์รัฐบาลไทย วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สธ.ส่งเสริมนโยบายสาวไทยแก้มแดง "มีลูกเพื่อชาติ" ด้วยวิตามินแสนวิเศษ , , สธ.ส่งเสริมนโยบายสาวไทยแก้มแดง , , มีลูกเพื่อชาติ , , ด้วยวิตามินแสนวิเศษ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
แนวทางการนำชั่วโมงการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพมาทดแทนชั่วโมงการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)☕ 24 ม.ค. 2563
แนวทางการนำชั่วโมงการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพมาทดแทนชั่วโมงการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
เปิดอ่าน 1,084 ครั้ง
ศธ.เตรียมคืนอำนาจแต่งตั้งโยกย้าย ขรก.ครูฯ กลับให้เขตพื้นที่การศึกษา☕ 24 ม.ค. 2563
ศธ.เตรียมคืนอำนาจแต่งตั้งโยกย้าย ขรก.ครูฯ กลับให้เขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 5,765 ครั้ง
ลูกจ้างศธ.ได้เฮ "เสมา 1" จัดเต็มประกันสุขภาพ☕ 24 ม.ค. 2563
ลูกจ้างศธ.ได้เฮ "เสมา 1" จัดเต็มประกันสุขภาพ
เปิดอ่าน 1,226 ครั้ง
"คุรุสภา"ทบทวนมาตรฐานผู้บริหาร เข้มคัดผู้มีวุฒิภาวะ!☕ 24 ม.ค. 2563
"คุรุสภา"ทบทวนมาตรฐานผู้บริหาร เข้มคัดผู้มีวุฒิภาวะ!
เปิดอ่าน 1,258 ครั้ง
นายกฯ ส.บ.ม.ท.หนุนทบทวนวิธีการคัดเลือก ผอ.โรงเรียน☕ 24 ม.ค. 2563
นายกฯ ส.บ.ม.ท.หนุนทบทวนวิธีการคัดเลือก ผอ.โรงเรียน
เปิดอ่าน 4,073 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทำไมหนอ ผู้หญิงถึงชอบรองเท้าส้นสูงทำไมหนอ ผู้หญิงถึงชอบรองเท้าส้นสูง
เปิดอ่าน 7,566 ครั้ง
การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์ การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์
เปิดอ่าน 25,362 ครั้ง
โลกนี้มีกี่ภาษา โลกนี้มีกี่ภาษา
เปิดอ่าน 30,024 ครั้ง
15 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น15 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
เปิดอ่าน 6,388 ครั้ง
ค้้นพบโลกใบที่ี่ 2 มีอุณหภูมิไม่ร้อนไม่หนาวจนมากเกินไปค้้นพบโลกใบที่ี่ 2 มีอุณหภูมิไม่ร้อนไม่หนาวจนมากเกินไป
เปิดอ่าน 8,903 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ