ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60

จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 เม.ย. 2560 เปิดอ่าน : 12,901 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60

Advertisement

วงเสวนาแนะจับตาสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพฐ.ปี2560 กรณีรัฐเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้เรียนครูมาเป็นครูได้ พร้อมวอนรัฐปรับงบฯผลิตครูเท่าผลิตแพทย์

วันนี้ (1เม.ย.) ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว ) จัดเสวนาเรื่อง "รัฐเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้เรียนครูมาเป็นครูได้หรือเสีย?” โดย นายองค์กร อมรสิรินันท์ อดีตเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)ใช้ช่องทางผิดในการเปิดช่องให้ผู้ไม่เรียนครูมาสอบบรรจุเป็นครู จึงอยากให้ทุกคนในสังคมจับตาดูกระบวนการสอบบรรจุครูในครั้งนี้ว่า จะมีกระบวนการทุจริต หรือ เป็นช่องทางที่เอื้อให้คนเข้าสู่ระบบราชการหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูถูกฟ้องร้องได้ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. ก็จะตกเป็นจำเลย

นายวรพงษ์ แสงประเสริฐ อาจารย์โรงเรียนสาธิต มศว กล่าวว่า จากประสบการณ์พบว่า คนที่ไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมามีปัญหามาก ดังนั้น จึงอยากฝากว่าขอให้รัฐบาลมีนโยบายที่นิ่ง และชัดเจนว่าจะไปทางไหน ส่วนสถาบันผลิตครูต้องขยับตัวผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพจริงๆ และสุดท้ายขอฝากถึงเด็กที่จะเป็นครู ว่าต้องปรับตัวเองสร้างภูมิให้มีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญอย่าบกพร่องเรื่องจิตวิทยาความเป็นครู และต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง

ดร.ดิเรก พรสีมา คณบดีวิทยาลัยฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร กล่าวว่า ถ้าไม่สามารถสร้างคนคุณภาพได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงได้ ดังนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการพัฒนาครู โดยต้องใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาเป็นเครื่องมือเพราะสามารถสร้างเงื่อนไขกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นครูได้ ที่สำคัญวิชาชีพครูจะทำแบบที่เป็นอยู่ไม่ได้ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วให้ความสำคัญกับการผลิตครูเหมือนการผลิตแพทย์ โดยสถาบันผลิตครูต้องทบทวนการผลิตครูให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการทีโรงเรียนให้ผู้เรียนครูได้ฝึกสอน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็รับลูกแล้วว่าการผลิตครูต้องทำเหมือนผลิตแพทย์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนรู้สึกผิดหวัง และเสียใจกับรัฐบาลมาก ซึ่งตนศรัทธานายกรัฐมนตรี ดังนั้นอยากให้หาคนมีความรู้การศึกษามาทำงานด้านการศึกษา

"ขอฝากให้รัฐบาลทำให้กระบวนการผลิตครูมีคุณภาพเหมือนการผลิตแพทย์ ซึ่งปัจจุบันงบประมาณผลิตแพทย์ 5แสนกว่าบาทต่อคนต่อปี ขณะที่การผลิตครู ได้รับงบประมาณ 800บาทต่อคนต่อปี แตกต่างกันมาก แล้วจะมาเรียกร้องคุณภาพอะไร ดังนั้น ขอเพิ่มขึ้นไม่ต้องเท่าแพทย์แต่เป็น2-3แสนบาทต่อคนต่อปีได้หรือไม่ ถ้ารัฐจริงใจอยากได้ประเทศไทย 4.0 ก็ต้องปรับงบประมาณในการพัฒนา การผลิตครู ไม่เป็นเพียงคำพูดสวยหรู หลอกลวงที่เป็นไปไม่ได้ รวมถึงต้องให้เวลาครูอยู่ในห้องเรียนมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมางานวิจัยของ สพฐ.พบว่า ครูใช้เวลา 65%ต่อปี ทำอย่างอื่นมากกว่าการสอน แล้วจะหวังให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเก่งได้อย่างไร เมื่อไม่ให้เวลาครูอยู่กับนักเรียน" ดร.ดิเรก กล่าว

ด้านตัวแทนนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ตนคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูด้วยการเปิดช่องให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสอบได้ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ คนเหล่านี้ไม่ได้อยากเป็นครูตั้งแต่แรก จึงไม่ได้เลือกเรียนคณะครุศาสตร์ศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ จึงไม่มีจิตวิญญาณครูตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว แม้กระทรวงจะมองว่าคนเหล่านี้เก่งเนื้อหาสาระ แต่ไม่มีหรือขาดเรื่องกระบวนการสอนและจิตวิญญาณ จึงควรแก้ไขตั้งแต่กระบวนการผลิตและการรับคนเข้าเรียน ให้คนที่อยากเป็นครู ได้เรียนครู ถ้ากระทรวงไม่สามารถแก้ปัญหาการศึกษาได้ ก็ควรแยกงานการศึกษาออกจากการควบคุมของรัฐบาล

ขณะที่ รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(สคศท.) รู้สึกเป็นห่วงเรื่องการฟ้องร้อง โดยเฉพาะการฟ้องร้องกันเองของนิสิต นักศึกษาครูที่มีใบอนุญาตฯ กับ ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯในกรณีที่ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตฯสามารถสอบได้ ซึ่ง สคศท. กำลังศึกษาข้อกฎหมาย รวมทั้งหลักเกณฑ์การรับสมัครครู ของ ก.ค.ศ.และ หลักเกณฑ์ของคุรุสภา ว่าเปิดช่องให้มีการฟ้องร้องกันได้หรือไม่ และมีแนวทางจะป้องกันไม่ให้นิสิตนักศึกษาฟ้องร้องกันเองหรือไม่ สำหรับเรื่องการสอบบรรจุครูนั้น ปัจจุบันมีครูที่สอบขึ้นบัญชีใน 8 กลุ่มสาระจำนวนมาก ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังไม่ได้เรียกบรรจุ แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้ขาดแคลนคนมาเป็นครูใน 8 กลุ่มสาระ และนักศึกษาครูที่เรียนเอกวิทยาศาสตร์ ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ก็พบว่า มีคะแนนสอบแอดมิชชั่นที่สูงกว่านักศึกษาเอกเดียวกันที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ ดังนั้น ก็ขอให้มั่นใจว่า นักศึกษาครูเก่งด้านเนื้อหา มีจิตวิญญาณครู เข้าใจจิตวิทยาเด็ก และถ่ายทอดความรู้เป็น.


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 1 เมษายน 2560 เวลา 14.42 น.  

ด้าน ไทยรัฐ ก็ได้นำเสนอข่าวนี้ ดังนี้

วงเสวนา ชี้เปิดช่องคนไม่มีตั๋วครูมาสอบ หวั่นทุจริต เสี่ยงฟ้องร้อง

อดีตเลขาฯ คุรุสภา เรียกร้องสังคมไทยจับตารับสมัครครูปีนี้ หลังเปิดช่องให้คนไม่มีตั๋วครูมาสอบ หวั่นทุจริตเอื้อคนเข้าสู่ระบบราชการ และอาจมีฟ้องร้อง ด้านคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว ห่วงนิสิตนักศึกษาฟ้องกันเอง...

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายองค์กร อมรสิรินันท์ อดีตเลขาธิการคุรุสภา กล่าวในงานเสวนา “รัฐเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้เรียนครูมาเป็นครู ... ได้หรือเสีย?” ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ว่า คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ใช้ช่องทางผิดในการเปิดช่องให้ผู้ไม่เรียนครูมาสอบบรรจุเป็นครู จึงอยากให้ทุกคนในสังคมจับตาดูกระบวนการสอบบรรจุครูในครั้งนี้ว่า จะมีกระบวนการทุจริตหรือเป็นช่องทางที่เอื้อให้คนเข้าสู่ระบบราชการหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูถูกฟ้องร้องได้ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. ก็จะตกเป็นจำเลย

ขณะที่ นายไพบูลย์ เกตแก้ว อดีต ผอ.ร.ร.พรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า ไม่ว่าจะแก้ไขปัญหาการขาดครูอย่างไร ผู้ที่จะมาเป็นครูผู้สอนจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทุกคน กระบวนการผลิตครูต้องมีการฝึกสอน ที่สำคัญครูต้องมีจรรยาบรรณความเป็นครู โดยเฉพาะต้องไม่มีปัญหาเรื่องชู้สาว

นายวรพงษ์ แสงประเสริฐ อาจารย์โรงเรียนสาธิต มศว กล่าวว่า จากประสบการณ์พบว่า คนที่ไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมามีปัญหามาก ดังนั้นจึงอยากฝากว่าขอให้รัฐบาลมีนโยบายที่นิ่ง และชัดเจนว่าจะไปทางไหน ส่วนสถาบันผลิตครูต้องขยับตัวผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพจริงๆ และสุดท้ายขอฝากถึงเด็กที่จะเป็นครู ว่าต้องปรับตัวเองสร้างภูมิให้มีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญอย่าบกพร่องเรื่องจิตวิทยาความเป็นครู และต้องมีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง

ดร.ดิเรก พรสีมา คณบดีวิทยาลัยฝึกหัดครู มรภ. พระนคร กล่าวว่า ครูเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ดังนั้นคุรุสภาจึงกำหนดให้ครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อเป็นเงื่อนไขในการคัดเลือกและฝึกหัดผู้ที่จะมาเป็นครู แต่ขณะนี้ค่าใช้จ่ายรายหัวในการผลิตครู ตกเพียง 800 บาทต่อคนต่อปี เท่านั้น เทียบกับการผลิตแพทย์ซึ่งรัฐสนับสนุนงบประมาณในการผลิต 500,000 บาทต่อคนต่อปี จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการผลิตครูเหมือนการผลิตแพทย์ โดยเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวในการผลิตครู เป็น 2-3 แสนจะได้หรือไม่ และต้องคืนครูให้กับเด็ก เพราะเรามีกิจกรรมมากมายที่ดึงครูออกนอกห้องเรียน ซึ่งพบว่าครูต้องใช้เวลา 65% ต่อปี ทำอย่างอื่นมากกว่าการสอน

อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนรู้สึกผิดหวัง และเสียใจกับรัฐบาลมาก ซึ่งตนศรัทธานายกรัฐมนตรี ดังนั้นอยากให้หาคนมีความรู้การศึกษามาทำงานด้านการศึกษา

รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย รู้สึกเป็นห่วงเรื่องการฟ้องร้อง โดยเฉพาะการฟ้องร้องกันเองของนิสิตนักศึกษาครูที่มีใบประกอบวิชาชีพกับผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ในกรณีที่ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู แล้วสามารถสอบได้ อาจถูกนิสิตนักศึกษาที่มีใบประกอบวิชาชีพครูฟ้องร้องได้ ซึ่ง สคศท. กำลังศึกษาข้อกฎหมายรวมทั้งหลักเกณฑ์การรับสมัครครูของ ก.ค.ศ.และหลักเกณฑ์ของคุรุสภา ว่าเปิดช่องให้มีการฟ้องร้องกันได้หรือไม่ และมีแนวทางจะป้องกันไม่ให้นิสิตนักศึกษาฟ้องร้องกันเองหรือไม่

สำหรับเรื่องการสอบบรรจุครูนั้น ปัจจุบันมีครูที่สอบขึ้นบัญชีใน 8 กลุ่มสาระจำนวนมาก ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังไม่ได้เรียกบรรจุ แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้ขาดแคลนคนมาเป็นครูใน 8 กลุ่มสาระ และนักศึกษาครูที่เรียนเอกวิทยาศาสตร์ ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ก็พบว่า มีคะแนนสอบแอดมิชชั่นที่สูงกว่านักศึกษาเอกเดียวกันที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ ดังนั้น ก็ขอให้มั่นใจว่า นักศึกษาครูเก่งด้านเนื้อหา มีจิตวิญญาณครู เข้าใจจิตวิทยาเด็ก และถ่ายทอดความรู้เป็น

ด้านตัวแทนนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า ตนคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูด้วยการเปิดช่องให้ผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูมาสอบได้ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ คนเหล่านี้ไม่ได้อยากเป็นครูตั้งแต่แรก จึงไม่ได้เลือกเรียนคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ จึงไม่มีจิตวิญญาณครูตั้งแต่เร่ิมแรกแล้ว แม้กระทรวงจะมองว่าคนเหล่านี้เก่งเนื้อหาสาระ แต่ไม่มีหรือขาดเรื่องกระบวนการสอนและจิตวิญญาณ จึงควรแก้ไขตั้งแต่กระบวนการผลิตและการรับคนเข้าเรียน ให้คนที่อยากเป็นครู ได้เรียนครู ถ้ากระทรวงไม่สามารถแก้ปัญหาการศึกษาได้ ก็ควรแยกงานการศึกษาออกจากการควบคุมของรัฐบาล.

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐ วันที่ 1 เมษายน 2560

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จับตาสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี60 , , จับตาสอบครูผู้ช่วย , สพฐ.ปี60 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ.ประชุมเตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ 177 โรงเรียน☕ 5 มี.ค. 2564
ก.ค.ศ.ประชุมเตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ 177 โรงเรียน
เปิดอ่าน 4,240 ครั้ง
"คุณหญิงกัลยา"ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง"การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง"☕ 5 มี.ค. 2564
"คุณหญิงกัลยา"ชูนโยบายเรื่องโค้ดดิ้ง ยันไม่ทิ้ง"การศึกษาจังหวัด- โรงเรียนดีสี่มุมเมือง"
เปิดอ่าน 1,727 ครั้ง
สพฐ. แจงเลื่อนสอบปลายภาค ให้โรงเรียนใช้ดุลยพินิจตามเหมาะสม☕ 5 มี.ค. 2564
สพฐ. แจงเลื่อนสอบปลายภาค ให้โรงเรียนใช้ดุลยพินิจตามเหมาะสม
เปิดอ่าน 8,634 ครั้ง
ชง"เสมา1"คนใหม่ปลดล็อกระเบียบทรงผม-เครื่องแบบนร.☕ 5 มี.ค. 2564
ชง"เสมา1"คนใหม่ปลดล็อกระเบียบทรงผม-เครื่องแบบนร.
เปิดอ่าน 4,552 ครั้ง
โพลหนุนคนนอกนั่งเก้าอี้รมว.ศึกษาธิการ☕ 5 มี.ค. 2564
โพลหนุนคนนอกนั่งเก้าอี้รมว.ศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 3,936 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

9 อาชีพน่าอิจฉา เงินเดือนทะลุล้าน9 อาชีพน่าอิจฉา เงินเดือนทะลุล้าน
เปิดอ่าน 40,032 ครั้ง
โรคของเส้นผม ขน และเล็บโรคของเส้นผม ขน และเล็บ
เปิดอ่าน 16,679 ครั้ง
โรคฉี่หนู...เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝนโรคฉี่หนู...เชื้อร้ายที่มาพร้อมหน้าฝน
เปิดอ่าน 14,973 ครั้ง
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับป้ายบอกสถานที่และชื่อห้องในโรงเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับป้ายบอกสถานที่และชื่อห้องในโรงเรียน
เปิดอ่าน 81,788 ครั้ง
ประวัติ....ซานตาคลอส ประวัติ....ซานตาคลอส
เปิดอ่าน 42,647 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ