ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ประเทศนี้...ไม่ตีเด็ก

ประเทศนี้...ไม่ตีเด็ก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 28 มิ.ย. 2560 เปิดอ่าน : 21,461 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ประเทศนี้...ไม่ตีเด็ก

Advertisement

4 องค์กรหลักด้านเด็ก เดินหน้าผลักดันนโยบาย ประเทศนี้ไม่ตีเด็ก

ปัจจุบันมีเพียง 52 ประเทศทั่วโลก ที่มีกฎหมายห้ามการลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยค่าครบถ้วนทุกสถานที่ สำหรับประเทศไทย แม้ว่าจะมีการห้ามลงโทษเด็กด้วยการตีในโรงเรียนและในกระบวนการยุติธรรม แต่ยังไม่ได้ห้ามอย่างครอบคลุมในทุกสถานที่ เช่น ที่บ้าน สถานสงเคราะห์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ดังนั้น องค์การช่วยเหลือเด็ก ( Save the Children ) จึงได้จับมือกับ 3 องค์กรภาคประชาสังคม อันได้แก่ มูลนิธิสายเด็ก 1387 มูลนิธิรักษ์เด็ก และกลุ่มละครชุมชนกั๊บไฟ ร่วมผลักดันให้เกิดการปฏิรูปกฎหมาย และปรับเปลี่ยนทัศนคติในสังคมไทย

นัยนา ธนวัฑโฒ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก องค์การช่วยเหลือเด็ก เปิดเผยว่า การลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยค่าเป็นปัญหาระดับโลก เพราะไม่เพียงทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลบนร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้เป็นอันตรายต่อพัฒนาการของเด็กทั้งด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคม การเผชิญกับความรุนแรงหรือการถูกข่มขู่ในโรงเรียน อาจทำลายแรงจูงใจและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กได้ และเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กจะออกโรงเรียนกลางคัน

การใช้ความรุนแรงในบ้านเป็นการสอนเด็กให้เรียนรู้ว่าความรุนแรงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีและยอมรับได้ ซึ่งเด็กจะนำวิธีการนี้ไปใช้ตลอดช่วงวัยเยาว์และวัยผู้ใหญ่ต่อไป

ขณะนี้ยังมีการลงโทษทางกาย และทำให้เด็กด้อยคุณค่าในทุกภูมิภาคของโลก ซึ่งนำมาซึ่งความมุ่งมั่นระดับต่างๆ ในโลก ที่เห็นความสำคัญต่อการห้ามใช้การลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยคุณค่าเพิ่มขึ้นด้วย การขจัดการลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยคุณค่า ถือว่าเป็นประเด็นงานคุ้มครองเด็กที่สำคัญระดับโลกประเด็นหนึ่งขององค์การช่วยเหลือเด็ก

ซึ่งองค์การนี้จะดำเนินงานเพื่อขจัดการปฏิบัติเช่นนี้ในทุกสถานที่ ด้วยการปฏิรูปกฎหมายและปรับเปลี่ยนทัศนคติในการดูแลเด็กสู่พฤติกรรมเชิงบวกของพ่อแม่ ผู้ดูแลและครู อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดู สร้างเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเด็ก

องค์การเพื่อการพัฒนานานาชาติแห่งประเทศสวีเดน (SIDA) เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องขจัดการลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยคุณค่า และต้องดำเนินการในทุกประเทศทั่วโลก จึงได้เลือกที่จะสนับสนุนการดำเนินงานใน 6 ประเทศของภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวคือ บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ ปากีสถาน เวียดนาม และไทย ซึ่งในกลุ่มประเทศเหล่านี้ต่างมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการลงโทษทางกายเด็กที่แตกต่างกันบ้าง แต่ทุกประเทศเหล่านี้การลงโทษเด็กทางกายในบ้านยังไม่ผิดกฎหมาย

นอกไปจากนั้นในประเทศฟิลิปปินส์ยังไม่มีการห้ามตีเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และประเทศเมียนมาร์ที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามตีเด็กในโรงเรียน แต่มี 2 ประเทศในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกที่มีการห้ามการลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยคุณค่าในทุกสถานที่แล้ว ได้แก่ ประเทศนิวซีแลนด์ และมองโกเลีย

ด้านอิลยา สมิร์นอฟ ผู้อำนวยการมูลนิธิสายเด็ก 1387กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประเด็นปัญหาในประเทศไทย องค์กรภาคประชาสังคม และนักรณรงค์ด้านสิทธิเด็กในประเทศไทยได้ขอให้รัฐบาลไทยทบทวนนโยบาย และกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก ที่ยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงการลงโทษทางกาย และทำให้เด็กด้อยค่าในทุกสถานที่

โดยต้องถือว่าการลงโทษด้วยวิธีการเหล่านี้ไม่ว่าเบาหรือหนัก ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้เริ่มแผนยุทธศาสตร์ชาติในการป้องกันและขจัดความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน ระหว่างปี พ.ศ. 2557 ถึง พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่จะกำหนดทิศทาง และปรับปรุงกลไกการป้องกัน การตอบสนอง และการเฝ้าระวังเด็กจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ

อย่างไรก็ตามแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ ก็ยังไม่ได้ให้ความชัดเจนว่าจะขจัดการลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยค่าในทุกสถานที่ได้อย่างไร แม้ว่ามีการห้ามการลงโทษด้วยการตีในโรงเรียนและในกระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่ยังไม่ได้ห้ามอย่างครอบคลุมทั้งที่บ้าน สถานสงเคราะห์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

การลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยคุณค่า มีรากลึกอยู่ในวัฒนธรรม และบรรทัดฐานของสังคมไทยมายาวนาน เด็กไทยจำนวนมากเผชิญกับความรุนแรง รู้สึกหวาดกลัว คับข้องใจ และไม่ได้รับความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยพ่อแม่และผู้ดูแลของตนเอง ซึ่งเป็นบุคคลที่พวกเขาสมควรที่จะให้ความเชื่อมั่นเป็นที่สุด พ่อแม่และผู้ดูแลเหล่านี้ยังขาดความรู้ และทักษะในการเลี้ยงดูลูกโดยไม่ใช้ความรุนแรง

มีผลการศึกษาเกี่ยวกับความรุนแรงต่อเด็กในประเทศไทยฉบับหนึ่งเปิดเผยว่า 77.3 % ของเด็กไทยมีประสบการณ์การถูกลงโทษทางกายและหรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงต่อสภาพจิตใจเพื่อสร้างวินัยในบ้านและโรงเรียน

ดังนั้น องค์การช่วยเหลือเด็ก จึงได้จับมือกับ 3 องค์กรภาคประชาสังคมอันได้แก่ มูลนิธิสายเด็ก 1387 มูลนิธิรักษ์เด็ก และกลุ่มละครชุมชนกั๊บไฟ ร่วมกันผลักดันโครงการยุติการลงโทษทางกายและทำให้เด็กด้อยคุณค่า ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังในประเทศไทย


ขอบคุณที่มาจาก คมชัดลึก วันที่ 28 มิถุนายน 2560

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ประเทศนี้...ไม่ตีเด็ก , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี☕ 22 ต.ค. 2563
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี
เปิดอ่าน 4,709 ครั้ง
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3☕ 22 ต.ค. 2563
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3
เปิดอ่าน 360 ครั้ง
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล  ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล☕ 22 ต.ค. 2563
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล
เปิดอ่าน 2,512 ครั้ง
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา☕ 22 ต.ค. 2563
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา
เปิดอ่าน 7,181 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้☕ 21 ต.ค. 2563
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้
เปิดอ่าน 16,637 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21ภาวะผู้นำยุค 4.0 ในพลวัตศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 22,739 ครั้ง
ขั้นตอนปลูกแก่นตะวัน ปลูกง่าย โตไว ราคาดีขั้นตอนปลูกแก่นตะวัน ปลูกง่าย โตไว ราคาดี
เปิดอ่าน 10,386 ครั้ง
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนานวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา
เปิดอ่าน 14,410 ครั้ง
เช้าควบเที่ยง เสี่ยงโรคอ้วนเช้าควบเที่ยง เสี่ยงโรคอ้วน
เปิดอ่าน 9,016 ครั้ง
อุปกรณ์ในการจัดการแข่งขันฟุตซอลอุปกรณ์ในการจัดการแข่งขันฟุตซอล
เปิดอ่าน 59,093 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ