ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ไทยพร้อมเป็นต้นแบบการศึกษา “มอนเทสซอริ” ของอาเซียน

ไทยพร้อมเป็นต้นแบบการศึกษา “มอนเทสซอริ” ของอาเซียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 พ.ย. 2560 เปิดอ่าน : 7,903 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ไทยพร้อมเป็นต้นแบบการศึกษา “มอนเทสซอริ” ของอาเซียน

Advertisement

ไทยพร้อมเป็นต้นแบบการศึกษา “มอนเทสซอริ” ของอาเซียน
เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม “มอนเทสซอริ” ประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

1 พฤศจิกายน 2560 - ประเทศไทยเตรียมพร้อมเดินหน้าเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการศึกษามอนเทสซอริสากล ด้วยศักยภาพของครูไทยและนักเรียนที่ผ่านแนวทางมอนเทสซอริ ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เพื่อขยายผลไปสู่ภูมิภาค ด้วยความสนับสนุนเต็มรูปแบบจากรัฐบาล

นางสาวเมแกน ไทน์ ผู้จัดการโครงการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ International Montessori Congress ปี 2564 สมาคมมอนเทสซอริสากล กล่าวว่า “มอนเทสซอริคือรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางได้ ถูกนำมาใช้ในประเทศไทยเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา และได้เติบโตอย่างเข้มแข็งในแวดวงการศึกษา ทั้งในเชิงคุณภาพ และปริมาณ โดยปัจจุบันมีครูไทยจากโรงเรียนรัฐบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของมอนเทสซอริในประเทศไทย มากกว่า 500 โรงเรียน รวมทั้งสมาชิกของมอนเทสซอริแบบบุคคลซึ่งอยูในโรงเรียนเอกชนอีกมากกว่า 100 คน

ล่าสุดประเทศไทยได้รับเกียรติจากสมาคมมอนเทสซอริสากล (Association of Montessori Internationale หรือ AMI) ให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการศึกษามอนเทสซอริในปี 2564 ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ โดยการประชุมครั้งแรกในโลกของมอนเทสซอริจัดขึ้นเมื่อปี 2542 และเคยจัดในเอเซียเพียงครั้งเดียวที่ ประเทศญี่ปุ่น ทาง AMI เลือกประเทศไทยด้วยปัจจัยในด้านการความเติบโตและความเข้มแข็งของมอนเทสซอริ ภายในประเทศ เพราะมีการนำแนวทางของมอนเทสซอริมาใช้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลผลสำเร็จ AMI มองเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางและต้นแบบการศึกษารูปแบบมอนเทสซอริของภูมิภาคนี้ ทั้งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงและขยายแนวคิดการศึกษามอนเทสซอริไปยังประเทศอื่นในอาเซียน และเอเชีย แปซิฟิค รวมถึงประเทศจีนได้อีกด้วย”

ทั้งนี้การศึกษารูปแบบมอนเทสซอริได้พิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะกับพัฒนาการของเด็กและใช้ได้ กับเด็กทุกคน เนื่องจากหลักการของมอนเทสซอริมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาใช้ได้แม้ในพื้นที่ที่มี ความแตกต่างทางภาษา สังคม และวัฒนธรรม ความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมทำให้การศึกษา มอนเทสซอริตอบโจทย์การศึกษาได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลักสูตรการเรียนการสอนมอนเทสซอริริเริ่มขึ้นเมื่อ 110 ปี ที่แล้ว โดยดร.มาเรีย มอนเทสซอริ แพทย์หญิงชาวอิตาเลียน ผู้ที่ในขณะนั้นได้มีโอกาสทำงานกับเด็กเล็กและนำ แนวทางการศึกษาที่ให้เด็กเป็นศูนย์กลางมาใช้ ด้วยความเชื่อที่ว่าการให้การศึกษาแก่เด็กไม่ใช่เป็นนำความรู้ไปให้ แก่เด็ก แต่เป็นการจัดการศึกษาให้สัมพันธ์กับความสามารถและความต้องการตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับผู้เรียน

นางสาวเมแกน กล่าวต่อว่า “แนวการศึกษามอนเทสซอริสามารถใช้ได้กับเด็กทุกกลุ่มทุกวัยตั้งแต่ประถมถึงมัธยม โดยแบ่งออกเป็นช่วงๆ ได้แก่เด็กแรกเกิดถึง 3 ปี, 3-6 ปี, 6-12 ปี, และ 12-18 ปี โดยรูปแบบการเรียนการสอนจะ เน้นสร้างให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กทำระหว่างการเรียนมีความสอดคล้องกับความต้องการของเด็ก และที่สำคัญคือ การสร้างแรงจูงใจให้เด็กใฝ่รู้ และสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมได้ โดยช่วงปีแรกของเด็ก เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคต เริ่มจากการพัฒนาด้านภาษา การเคลื่อนไหวร่างกาย หลังจากนั้นก็จะเน้นเรื่องของ วัฒนธรรม เป้าหมายหลักของมอนเทสซอริคือการช่วยให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองและมองเห็นว่าการกระทำ ของตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ มอนเทสซอริไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่เน้นการเชื่อมโยง ร่างกาย จิตใจ และสมอง โดยเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวของตัวเด็ก แนวทางของมอนเทสซอริประยุกต์ใช้ได้กับ เด็กทุกกลุ่ม เพราะเป็นวิธีการที่ยืดหยุ่น จึงได้รับการยอมรับจากโรงเรียนเอกชนชั้นนำทั่วโลก ไปจนถึงค่ายผู้อพยพ”

“AMI ได้นำมอนเทสซอริไปประยุกต์ใช้กับโครงการสำหรับชนกลุ่มน้อย กลุ่มคนที่อยู่พื้นที่ห่างไกลจากเมือง กลุ่มผู้ ด้อยโอกาสต่างๆ ซึ่งทางสมาคมฯ เชื่อว่าสิ่งที่สมาคมฯ ปลูกฝังให้กับเด็กในวันนี้จะสามารถสร้างผู้นำในอนาคตได้ ประเทศไทยเองก็จะเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบที่มีการนำมอนเทสซอริไปใช้ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลไทย AMI มีมุ่งที่จะผลักดันให้มอนเทสซอริสามารถเข้าถึงเด็กทุกคน และวิธีทางเดียวที่จะทำให้สำเร็จได้ก็คือการทำงาน ร่วมกับรัฐบาล เพราะรัฐเป็นผู้ให้บริการด้านการศึกษาของประเทศ ความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยจึงมีส่วนสำคัญใน การพัฒนาการศึกษาระบบมอนเทสซอริให้เติบโตโตและยั่งยืน”

นางกรรณิการ์ บัต นักการศึกษาจากสมาคมมอนเทสซอริแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การเรียนการสอนแนว มอนเทสซอริเกิดขึ้นในประเทศไทยมาเป็นเวลา 12 ปี โดย ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้นำมอนเทสซอริเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนมากถึง 2 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งไม่สามารถใช้ระบบการศึกษาแบบปกติได้ เนื่องจากจำนวนครูไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ดร.กษมาเชื่อในหลักการว่ามอนเทสซอริสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ ซึ่งปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้สนับสนุนและ ให้ทุนในการศึกษาแก่ครูไทยในการอบรมศึกษาหลักสูตรมอนเทสซอริจากผู้เชี่ยวชาญของ AMI โดยครูไทยที่ผ่าน การอบรมจะสามารถเรียนรู้เพิ่มพูนประสบการณ์เป็นผู้ให้การอบรมแก่ครูในประเทศและในภูมิภาค ปัจจุบันครูไทย ที่ผ่านการศึกษามอนเทสซอริในประเทศไทยมีมากกว่า 600 คน จากโรงเรียนรัฐบาล 500 โรงเรียน และยังมีสมาชิก ทั่วไปซึ่งเป็นบุคลากรจากโรงเรียนในประเทศไทย นอกจากโรงเรียนภายใต้สังกัดรัฐบาลและเอกชน รวมทั้งโรงเรียน ทางเลือกต่างๆ มอนเทสซอริยังสามารถปรับใช้ได้กับเด็กกลุ่มอื่นๆ ทั้งกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและผู้ที่อยู่พื้นที่ห่างไกล”

“งานประชุมมอนเทสซอริสากลที่ประเทศไทยจในปี 2564 ช่วยตอกย้ำยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและ ให้การสนับสนุนการศึกษามอนเทสซอริ และนโยบาย Education 4.0 รวมทั้งช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Education Hub ของภูมิภาค การประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้นักการศึกษาและผู้ที่อยู่ในแวดวงการ ศึกษาเข้าร่วมแล้ว ยังต้องการให้กลุ่มผู้ดูแลผู้สูงวัย และผู้ที่อยู่ในแวดวงการกีฬาได้เข้าร่วมรับความรู้อีกด้วย งานครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การประชุมที่ให้ทุกคนมาพบกัน แต่เรามุ่งหวังว่างานนี้จะช่วยสร้างความเติบโตของ มอนเทสซอริในอาเซียนและในโลกให้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นอีกด้วย” นางกรรณิการ์ กล่าว
 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก cwprpedia@gmail.com

 

คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ไทยพร้อมเป็นต้นแบบการศึกษา “มอนเทสซอริ” ของอาเซียน , , ไทยพร้อมเป็นต้นแบบการศึกษา , “มอนเทสซอริ” , ของอาเซียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ.ไฟเขียวกรอบพัฒนาตัวเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง☕ 26 พ.ย. 2563
ก.ค.ศ.ไฟเขียวกรอบพัฒนาตัวเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
เปิดอ่าน 2,984 ครั้ง
ไม่มีคำว่าครูใหญ่ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติแล้ว☕ 26 พ.ย. 2563
ไม่มีคำว่าครูใหญ่ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติแล้ว
เปิดอ่าน 1,847 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2563☕ 26 พ.ย. 2563
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2563
เปิดอ่าน 2,082 ครั้ง
รุกถกเครือข่ายครู 4 ภูมิภาคแก้หนี้แม่พิมพ์☕ 24 พ.ย. 2563
รุกถกเครือข่ายครู 4 ภูมิภาคแก้หนี้แม่พิมพ์
เปิดอ่าน 2,995 ครั้ง
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัด☕ 24 พ.ย. 2563
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัด
เปิดอ่าน 2,366 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีลดต้นแขนแบบง่าย ๆ ได้ผลชัวร์วิธีลดต้นแขนแบบง่าย ๆ ได้ผลชัวร์
เปิดอ่าน 14,576 ครั้ง
วันเนาวันเนา
เปิดอ่าน 24,442 ครั้ง
ยุบ สพฐ. จัดตั้งของใหม่ คิดกันดีแล้วเหรอ?? ไม่เหนื่อยต่อการพายเรือในอ่างหรือ?!ยุบ สพฐ. จัดตั้งของใหม่ คิดกันดีแล้วเหรอ?? ไม่เหนื่อยต่อการพายเรือในอ่างหรือ?!
เปิดอ่าน 19,199 ครั้ง
เด็กนั่งกลางที่เบาะหลังรถ มีแนวโน้มเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเด็กนั่งกลางที่เบาะหลังรถ มีแนวโน้มเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ
เปิดอ่าน 6,909 ครั้ง
ธุรกิจเทคโนโลยีกับการคืนกำไรสู่สังคมธุรกิจเทคโนโลยีกับการคืนกำไรสู่สังคม
เปิดอ่าน 26,688 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ