ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม > สสส.หนุน “สร้างเมืองสุขภาวะ” พลังพื้นที่สร้างสรรค์พัฒนาคนเมือง-ชนบท

สสส.หนุน “สร้างเมืองสุขภาวะ” พลังพื้นที่สร้างสรรค์พัฒนาคนเมือง-ชนบท

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 ต.ค. 2562 เปิดอ่าน : 3,223 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สสส.หนุน “สร้างเมืองสุขภาวะ” พลังพื้นที่สร้างสรรค์พัฒนาคนเมือง-ชนบท

Advertisement

“สังคมเมืองรุกคืบเข้าหาเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราจะปรับตัวเรียนรู้ อยู่ในสังคมเมืองอย่างไร ให้มีสุขภาวะที่ดี คือเรื่องที่ทุกคนในแต่ละชุมชนต้องคิดร่วมกันได้” วรรคตอนสำคัญที่ชวนให้ทุกคนร่วมกันฉุกคิด ภายงานในงานมหกรรม "สุขภาวะสร้างได้ด้วยมือเรา" 
 
 
 
งานนี้จัดโดยมูลนิธิพร้อมใจพัฒนาและสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อขับเคลื่อนงานโครงการพื้นที่สร้างสรรค์สุขภาวะคนเมืองและชนบทจำนวน 40 เมือง กระจายทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและยกระดับพื้นที่ในประเด็น สุขภาวะให้เป็นพื้นที่เมืองศูนย์การเรียนรู้ จำนวน 6 เมือง เมืองพื้นที่รูปธรรม จำนวน 12เมือง และพื้นที่เมืองพัฒนา จำนวน 22 เมือง ให้เกิดขบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับภาคีทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเป็นเมืองสุขภาวะ เมืองแห่งความสุขของทุกคน ที่ประชากรในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และส่งเสริมแกนนำเยาวชน คนรุ่นใหม่ ให้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง 
 
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า  ปัจจุบันประเทศไทยได้เปลี่ยนจากวิถีชีวิตแบบชนบทมาเป็นสังคมเมืองถึง 60 %  เทคโนโลยี และความเจริญทางเศรษฐกิจรุกคืบเข้าหาเรา และตัวเราเองก็เดินเข้าหาความเจริญด้วยเช่นกัน  มีตัวอย่างหนึ่งของการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาความเป็นชุมชนก็ คือ บ้านสายรุ้ง ประเทศไต้หวัน  เรื่องราวของบ้านหลังนี้เริ่มต้นเมื่อรัฐบาลของไต้หวัน  ประกาศนโยบายจัดสรรที่ดินใหม่  เพื่อให้ประชาชนโยกย้ายไปอาศัยอยู่ในคอนโด แล้วเริ่มรื้อถอนหมู่บ้านเก่า ๆ เพื่อปรับพื้นที่ใหม่  ดังนั้นการจัดสรรพื้นที่จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลมีแนวคิดในการบริหารจัดการให้เป็นระบบ ระเบียบ บ้านของ “ลุงฟู่”  ชายชราผู้เคยเป็นทหารผ่านศึก อยู่ในพื้นที่ซึ่งกำลังจะถูกรื้อถอน ไม่ใช่เรื่องง่ายของคนที่อาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่งมาทั้งชีวิต เขาไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากจะไป คุณลุงฟู่ คิดอะไรไม่ออก ก็เลยซื้อสีมาวาดภาพบนตัวบ้าน วาดทุกวันวาดไปตามอารมณ์ศิลปิน  จนกระทั่งวันหนึ่งมีนักศึกษาศิลปะเดินมาพบ แล้วเห็นว่าสิ่งที่ลุงฟู่ทำเป็นผลงานศิลปะชั้นครู  จึงบอกเล่าให้อาจารย์ฟัง หลังจากนั้นข่าวกระจายในสังคมโซเซียล ผู้คนที่ทราบข่าวต่างให้ความสนใจบ้านของลุงฟู่ มาขอถ่ายรูป จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทำให้รัฐบาลมองเห็นประโยชน์ต่อผลงานศิลปะของลุงฟู่ จึงอนุญาตให้ลุงฟู่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป และปรับพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
 
“สิ่งที่ลุงฟู่ทำ เริ่มต้นจากความคิดที่ว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อแสดงถึงจุดยืน และความต้องการของเราเอง ไม่ใช่การรอคอย นิ่งเฉย แล้วปล่อยไป เขาเลือกใช้ศิลปะแสดงจุดยืน  ” ผอ.สำนักส่งเสริมสร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ยกตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรม
 
ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย หลายชุมชนเริ่มตระหนักถึงปัญหาความเจริญที่เข้ามาคุกคามวิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันดีงามในท้องถิ่น หนึ่งในชุมชนที่น่าสนใจ คือ กลุ่มโครงการบ้านมั่นคงเมืองสุรินทร์ โดยใช้หนังสือเป็นเครื่องมือสร้างเยาวชนของพวกเขาให้เป็นคนคุณภาพของสังคม
 
นางสุดใจ มิ่งพฤกษ์ ผู้ประสานงานโครงการบ้านมั่นคงเมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ระบุว่าในจังหวัดมีการอ่านหนังสือต่อปีน้อยมาก จึงเกิดความคิดว่า แล้วเราจะทำอย่างไรให้เกิดการอ่านหนังสือกันมากขึ้น   เพราะการอ่านช่วยให้สมองของเด็กมีพัฒนาการทีดี และป้องกันเด็กติดมือถือ แท๊ปเลต แต่ปัญหาของชุมชนอยู่ที่การเข้าถึงหนังสือเพราะราคาหนังสือสูงเมื่อเทียบกับรายได้ของพ่อแม่ โครงการบ้านมั่นคงจึงได้ของบประมาณมาจัดซื้อหนังสือ และรวบรวมหนังสือใหม่เข้ามา ทำเป็นกล่องหนังสือเดินทางไปตามชุมชนต่าง ๆ  หมุนเวียนกันให้เด็กๆ และประชาชนที่สนใจได้เข้ามาอ่านหนังสือด้วยกัน ผลที่ได้รับก็คือเด็ก ๆ     มีกิจกรรมทำได้รู้จักรักการอ่านหนังสือ มีความฉลาดรอบรู้มากขึ้น  เราจะต้องพัฒนาสุขภาวะของคนในชุมชน โดยเฉพาะเยาวชน ให้มีการเจริญก้าวหน้าในสังคมคนเมือง
 
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสริมเรื่องการพัฒนาสุขภาวะคนเมืองต่อว่า เวลานี้สังคมเมืองกำลังจะกลายเป็น ชนกลุ่มใหญ่ แล้วคนที่อยู่ในชนบทกำลังจะกลายเป็นชนกลุ่มน้อย จึงเกิดคำถามที่ว่า แล้วเราจะให้สังคมเมือง กลายเป็นนายของเราไหมคงตอบว่าไม่ เพราะเราต่างอยากเป็นเจ้านายของตัวเอง 
“หลายคนถามว่าแล้วภาครัฐทำอะไรบ้าง ก็ต้องตอบว่า ทำหลายอย่าง แต่สุดท้ายแล้วโครงการที่ยั่งยืนที่สุดคือโครงการที่มาจากความต้องการของประชาชนหรือคนในชุมชน ส่วนโครงการที่ทำแล้วไม่ใช่สิ่งที่ชุมชนต้องการก็ถูกทิ้งร้างโดยเปล่าประโยชน์ อย่างที่เราเคยเห็นกันมาก่อน”
มีตัวอย่างโครงการที่สร้างสุขภาวะคนเมืองที่ประสบความสำเร็จ ก็คือการพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วนจากเดิมเป็นพื้นที่รกร้างมีขยะทิ้งมากมาย แต่ปัจจุบันได้มีการพูดคุยกับคนในพื้นที่ชุมชนว่าพวกเขามีความต้องการอะไรบ้าง เสียงตอบรับที่ได้กลับมาส่วนใหญ่ คือพวกเขาต้องการพื้นที่จอดรถต้องการพื้นที่สำหรับเล่นกีฬาให้เด็กเตะฟุตบอลเล่นบาสเกตบอล มีพื้นที่สำหรับวิ่งและเครื่องออกกำลังกายเมื่อความต้องการของคนในชุมชนชัดเจนภาครัฐก็สามารถจัดสรรงบประมาณ เพื่อลงไปพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นชุมชนที่มีคุณภาพได้ง่ายและยั่งยืน

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สสส.หนุน “สร้างเมืองสุขภาวะ” พลังพื้นที่สร้างสรรค์พัฒนาคนเมือง-ชนบท , , สสส.หนุน , “สร้างเมืองสุขภาวะ” , พลังพื้นที่สร้างสรรค์พัฒนาคนเมือง-ชนบท << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพม.38 รุกสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล สร้างการรับรู้เชิงบวก ให้กับครูประชาสัมพันธ์ในสังกัด☕ คลิกอ่านเลย
สพม.38 รุกสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล สร้างการรับรู้เชิงบวก ให้กับครูประชาสัมพันธ์ในสังกัด
เปิดอ่าน 1,678 ครั้ง
ภาษาอังกฤษของคุณพร้อมรับเปิดอาเซียนมั้ย?☕ คลิกอ่านเลย
ภาษาอังกฤษของคุณพร้อมรับเปิดอาเซียนมั้ย?
เปิดอ่าน 4,512 ครั้ง
สกสค.มอบของขวัญปีใหม่ เพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยใจ..ห่วงใยสุขภาพ☕ คลิกอ่านเลย
สกสค.มอบของขวัญปีใหม่ เพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยใจ..ห่วงใยสุขภาพ
เปิดอ่าน 3,772 ครั้ง
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาวิชาการ "เส้นทางเดินของนักวิจัย" เทคนิคการรวบรวม-วิเคราะห์-อภิปรายผล☕ คลิกอ่านเลย
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาวิชาการ "เส้นทางเดินของนักวิจัย" เทคนิคการรวบรวม-วิเคราะห์-อภิปรายผล
เปิดอ่าน 3,443 ครั้ง
เชิญร่วมโครงการสัมมนาวิชาการเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จเจ้าฟ้าในดวงใจ: ภาษาไทย ภาษาชาติ”☕ คลิกอ่านเลย
เชิญร่วมโครงการสัมมนาวิชาการเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จเจ้าฟ้าในดวงใจ: ภาษาไทย ภาษาชาติ”
เปิดอ่าน 4,227 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รวมฮิต Fail/Win ฮาๆ เดือนกุมภาพันธ์รวมฮิต Fail/Win ฮาๆ เดือนกุมภาพันธ์
เปิดอ่าน 7,425 ครั้ง
น้องอันดา ควีโยมี น่ารักสุดๆไปเลยน้องอันดา ควีโยมี น่ารักสุดๆไปเลย
เปิดอ่าน 16,690 ครั้ง
บททดสอบก่อนเกษียณบททดสอบก่อนเกษียณ
เปิดอ่าน 6,464 ครั้ง
"ยาชื่อสามัญ"... นามนั้นสำคัญฉะนี้ "ยาชื่อสามัญ"... นามนั้นสำคัญฉะนี้
เปิดอ่าน 6,716 ครั้ง
รู้จักวิตามิน Hรู้จักวิตามิน H
เปิดอ่าน 16,145 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ