ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ!

นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ!

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ม.ค. 2563 เปิดอ่าน : 8,768 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ!

Advertisement

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่าตามที่ รมว.ศธ. ได้ประกาศจะเดินหน้าให้เด็กไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ภายใน ๓ ปีเนื่องจากเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในโลกศตวรรษที่ ๒๑ และเป็นการพัฒนาประเทศในอนาคต นั้น บรรดาครูและผู้บริหารโรงเรียนต่างชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ รมว.ศธ. ดำเนินนโยบายนี้ให้เป็นผลสำเร็จ โดย ส.บ.ม.ท. เห็นว่าการที่ รมว.ศธ มีแนวคิดเช่นนี้เป็นการเดินมาอย่างถูกทางในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาเพราะแนวคิดเรื่องการปฏิรูปการศึกษานั้นต้องทำให้สถานศึกษา ครู นักเรียน เข้มแข็ง งบประมาณส่วนใหญ่จึงต้องทุ่มเทเพื่อการพัฒนาสถานศึกษา พัฒนาครู พัฒนานักเรียน ไม่ควรนำงบประมาณไปกำหนดโครงสร้าง กำหนดอัตรากำลังบุคคลากรนอกสถานศึกษาขึ้นใหม่ที่ไม่จำเป็น การตัดโอนอัตรากำลังครูไปเป็นอัตรากำลังบุคคลากรอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการเรียนการสอนจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำเป็นอย่างยิ่งเพราะในภาพรวมแล้วโรงเรียนหลายพันโรงเรียนยังมีครูสอนไม่ครบชั้น หากมีการทำเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นมิติร้ายทางการจัดการศึกษา

นอกจากนี้นายรัชชัยย์ฯยังเปิดเผยอีกว่าตามที่มีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการมีความเห็นว่าโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการในอนาคตนั้นควรให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูทั้งประเทศ และจะมีการมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ และเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและประสานงานการจัดการศึกษาระดับจังหวัด ซึ่งต้องมีการกระจายอำนาจและมอบอำนาจด้านการบริหารงานบุคคลและงบประมาณให้จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการซึ่งการของบประมาณในการจัดการศึกษาต้องเป็นภาพรวมของจังหวัดในทุกสังกัดในทุกระดับ นั้น เห็นว่าแนวคิดเช่นนี้ไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้เพราะ

๑. การเพิ่มหน่วยงานขึ้นอีกเป็นการสิ้นเปลืองเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการปฏิบัติส่งผลกระทบต่อโรงเรียน ควรนำงบประมาณที่จะใช้ในการเพิ่มหน่วยงานไปสนับสนุนการพัฒนาสถานศึกษา ครู และนักเรียน ให้มากที่สุด

๒. การมีแนวคิดเช่นนี้เป็นเหมือนการกระจายอำนาจแต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการรวบอำนาจโดยการดึงอำนาจจากส่วนกลางมาสู่อำนาจของตน

๓. ควรพิจารณาว่าการบริหารจัดการราชการของกระทรวงอื่นในส่วนภูมิภาคนั้นมีกระทรวงใดให้อำนาจตัวแทนของปลัดกระทรวงนั้นๆมาบริหารจัดการในระดับภูมิภาคหรือไม่

๔. การดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวต้องเพิ่มคน เพิ่มงบประมาณ เพิ่มสถานที่ หรือไม่ ขัดต่อแนวคิดของ คปร.หรือไม่และเด็กนักเรียนได้อะไร การอ้างว่าไม่เพิ่มคนแต่ใช้วิธีการเอาอัตรากำลังครูที่ควรจะจัดสรรให้โรงเรียนไปเป็นอัตราบุคคลากรของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด การอ้างว่าไม่เพิ่มงบประมาณแต่ใช้วิธีการตัดงบประมาณจากส่วนราชการที่มีสถานศึกษาในสังกัดไปเป็นงบประมาณของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้เพราะส่งผลกระทบต่อโรงเรียนและนักเรียนโดยตรง

๕. การที่จะให้งานด้านการนิเทศการศึกษา การตรวจสอบภายใน ฯลฯ ไปเป็นภาระงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนั้น คงต้องพิจารณาว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือสำนักงานปลัดกระทรวงมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการที่จะทำภารกิจดังกล่าวหรือไม่ บรรดาศึกษานิเทศก์และบรรดาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในนั้นมีความพึงพอใจในการย้ายสังกัดหรือไม่

๖. แนวคิดต่างๆดังกล่าวในเรื่องของการให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ และเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและประสานงานการจัดการศึกษาระดับจังหวัด นั้นผ่านการวิเคราะห์วิจัย การประชาพิจารณ์ และมีการตกผลึกในเรื่องความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนแล้วหรือไม่

๗. แนวคิดเช่นนี้เป็นแนวคิดที่ให้ข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการซึ่งถือว่าเป็นกรมๆหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาฯลฯซึ่งล้วนแต่เป็นข้าราชการต่างกรมกันจะทำให้เกิดความแตกแยก ไม่ได้รับการยอมรับ และไม่เป็นสากลตามธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติเพราะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ในกระทรวงอื่นและจะไม่เกิดผลดีต่อการจัดการศึกษาเลย

๘. การที่กรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสภามีความเห็นว่าไม่สมควรยกเลิกคำสั่ง คสช ที่ ๑๙ นั้น ไม่ปรากฏว่ามีเหตุผลใดที่สนับสนุนการคงอยู่ของคำสั่งดังกล่าวหรือเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาอย่างไร

๙. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๗๖ บัญญัติว่า “รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี...” และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ บัญญัติไว้ว่า “ในกรณีที่มีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดทั้งหมดหรือบางส่วน ห้ามมิให้จัดตั้งส่วนราชการที่มีภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันกับส่วนราชการดังกล่าวขึ้นอีก เว้นแต่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และมีเหตุผลจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ หรือรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน และโดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.ร.” จากข้อกฎหมายดังกล่าวเห็นว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดเป็นตำแหน่งที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นการที่จะให้มีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและให้มีศึกษาธิการจังหวัดขึ้นอีกจึงเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ และขัดต่อมาตรา ๓๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ ทั้งนี้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการจังหวัด ที่เกิดขึ้นโดยคำสั่ง คสช ฉบับที่ ๑๙ ซึ่งเป็นคำสั่งที่ขัดกับกฎหมายแต่มีผลบังคับใช้เพราะในขณะนั้นรัฏฐาธิปัตย์เป็นของคณะปฏิวัติ แต่เมื่อขณะนี้มีรัฐธรรมนูญใช้แล้วและคณะปฏิวัติก็สิ้นสภาพแล้ว ดังนั้นคำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อกฎหมายที่มีการบังคับใช้ในปัจจุบันจึงจะต้องดำเนินการให้มีการยกเลิกและปรับให้เข้ากับบริบทของกฎหมายของรัฐประชาธิปไตย

“กล่าวโดยสรุปเห็นว่าการดึงดันที่จะให้คำสั่ง คสช ที่ ๑๙ ยังคงอยู่และให้หน่วยงานที่มีบ่อเกิดมาจากคณะปฏิวัติยังคงอยู่ทั้งๆที่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ นั้น นอกจากจะขาดไร้ซึ่งเหตุผลที่ทำให้การศึกษาดีขึ้นแล้ว การดึงดันดังกล่าวยังสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของรัฐบาลปัจจุบัน เพราะหากพรรคการเมืองฝ่ายค้านหยิบยกเอาปัญหาข้อกฎหมายนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลทำผิดกฎหมาย ก็อาจทำให้รัฐบาลล้มได้” นายรัชชัยย์ ฯกล่าวในที่สุด

ข้อมูลจาก นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นายกฯ ส.บ.ม.ท. ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว ส่อขัดรัฐธรรมนูญ! , , นายกฯ , ส.บ.ม.ท. , ชี้การตั้งหน่วยงานราชการที่เคยถูกยุบไปแล้ว , ส่อขัดรัฐธรรมนูญ! << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สำนักงาน ก.ค.ศ.มีหนังสือแจ้งคำอธิบายหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ☕ 3 ส.ค. 2563
สำนักงาน ก.ค.ศ.มีหนังสือแจ้งคำอธิบายหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 1,826 ครั้ง
การโอนย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น☕ 3 ส.ค. 2563
การโอนย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น
เปิดอ่าน 1,862 ครั้ง
การจ้างลูกจ้างชั่วคราวโดยใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ☕ 3 ส.ค. 2563
การจ้างลูกจ้างชั่วคราวโดยใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ
เปิดอ่าน 3,674 ครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น☕ 3 ส.ค. 2563
กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น
เปิดอ่าน 2,701 ครั้ง
ศธ. เตรียม ชง ศบค. เปิดเรียน On site 100% สัปดาห์นี้☕ 3 ส.ค. 2563
ศธ. เตรียม ชง ศบค. เปิดเรียน On site 100% สัปดาห์นี้
เปิดอ่าน 1,785 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อนาคตที่เป็นไปได้ เริ่มต้นที่ความใส่ใจของคุณครูทุกคนอนาคตที่เป็นไปได้ เริ่มต้นที่ความใส่ใจของคุณครูทุกคน
เปิดอ่าน 32,120 ครั้ง
เครื่องแบบข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการเครื่องแบบข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
เปิดอ่าน 42,321 ครั้ง
5 กลิ่นอาหาร ที่จะช่วยให้คุณผอม!5 กลิ่นอาหาร ที่จะช่วยให้คุณผอม!
เปิดอ่าน 10,588 ครั้ง
ประวัติ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ (พระเทพวิทยาคม)ประวัติ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ (พระเทพวิทยาคม)
เปิดอ่าน 17,553 ครั้ง
การเรียนการสอนแบบ e-Learning การเรียนการสอนแบบ e-Learning
เปิดอ่าน 55,024 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ