ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม > อพวช.ติดปีกความรู้ให้ครูไทยในงาน EDUCA 2020 แนะแนวทางสร้างกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

อพวช.ติดปีกความรู้ให้ครูไทยในงาน EDUCA 2020 แนะแนวทางสร้างกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 28 ธ.ค. 2563 เปิดอ่าน : 3,242 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
อพวช.ติดปีกความรู้ให้ครูไทยในงาน EDUCA 2020  แนะแนวทางสร้างกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

การเรียนรู้นอกห้องเรียนนับเป็นกิจกรรมที่มีความหมายไม่แพ้การเรียนในห้องเรียน เพราะการหลุดออกมาจากพื้นที่สี่เหลี่ยมจะช่วยให้ผู้เรียนได้พบเจอกับโลกภายนอกที่มีหลายเรื่องราวให้ค้นหา และได้เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยพบเจอ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ และเกิดความเข้าใจต่อประเด็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง โดยในฝั่งของครูผู้สอนก็ต้องวางแผนว่าจะออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในฐานะของคนที่มีบทบาทและคลุกคลีกับการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ นางสาวศิรประภา ศรีสุพรรณ จากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ได้ให้คำแนะนำไว้ในเวิร์คชอปออนไลน์หัวข้อ “การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการสร้างแก่นเรื่องโดยใช้สถานที่เป็นฐาน กรณีศึกษาการสร้างการเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์”ภายใต้ มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูครั้งที่ 13 หรือ EDUCA 2020 โดยบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ปีนี้ได้ปรับโหมดมาสู่การจัดงานออนไลน์เต็มรูปแบบ

นางสาวศิรประภา กล่าวว่าเมื่อครูมีแผนออกแบบการจัดการเรียนรู้นอกสถานที่ หรือพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกโรงเรียน จะต้องเตรียมข้อมูลพื้นฐานของสถานที่ดังกล่าวก่อนว่าเป็นอย่างไร และมีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรบ้าง โดยหัวใจสำคัญคือการดึงจุดแข็งของสถานที่มาสร้างกิจกรรมต่างๆ ทั้งต้องสอดคล้องกับเป้าหมายหรือ ธีมการเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของนักเรียนระหว่างทำกิจกรรม ซึ่งนี่เป็นลักษณะของการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการสร้างแก่นเรื่องโดยใช้สถานที่เป็นฐาน

ในแง่ของการสร้างการเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ จุดเด่นอยู่ที่มีสิ่งจัดแสดงของนิทรรศการ และพื้นที่จัดแสดงเป็นโซนอย่างชัดเจน จึงสามารถกำหนดโซนต่างๆ เป็นฐานการเรียนรู้ได้ โดยครูต้องเลือกนิทรรศการที่ต้องการสื่อสารก่อน พร้อมทั้งสำรวจวัตถุจัดแสดงและเนื้อหานิทรรศการว่าจะผสมผสานกับการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างไร แล้วสร้างความเชื่อมโยงแต่ละส่วนให้เป็นภาพใหญ่ เพื่อนำไปสู่การสร้างแก่นเรื่อง หลังจากนั้นจึงลำดับเรื่องราวประกอบข้อมูลตามแก่นเรื่องที่กำหนดไว้ และสร้างคำถามที่เน้นให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น และใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ในการทำกิจกรรม

“พิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ที่มีตัวอย่างวัตถุและการจัดแสดงที่กระตุ้นให้ผู้ชมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สถานที่เป็นฐาน ควรส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักการตีความ วิเคราะห์ และคิดเชื่อมโยงมากกว่าให้พวกเขาหาคำตอบจากป้ายข้อมูลและสิ่งจัดแสดงอย่างเดียว โดยการกำหนดจุดในการทำกิจรรมขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในสถานที่นั้นๆ จำนวนและระดับชั้นของนักเรียน ซึ่งครูควรออกแบบการเรียนรู้และคำถามให้เหมาะสมตามวัยของเด็กหรือสอดคล้องกับหลักสูตรของระดับชั้นเป็นสำคัญ”

นางสาวศิรประภา ยกตัวอย่างถึงกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการสร้างแก่นเรื่องโดยใช้สถานที่เป็นฐานของพิพิธภัณฑ์พระราม 9 ว่ามีเครื่องมือเส้นทางการเรียนรู้ (Museum Trail) เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบใบงานหรือเล่มกิจกรรม โดยจะระบุเส้นทางการเรียนรู้ด้วยตัวเองแบบธีมนำทางตามจุดต่างๆ ของนิทรรศการอย่างเป็นเรื่องราว เมื่อผ่านจุดที่ระบุไว้ในใบงาน นักเรียนก็จะต้องหยุดและทำกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งมีคำถามที่เน้นให้เด็กได้ชวนคุยและชวนคิดร่วมกันในการหาคำตอบ

“พิพิธภัณฑ์พระราม 9 มี Museum Trail หลายธีม เช่น ตามรอยโครงการพระราชดำริ, ชีวาพึ่งพาน้ำ, พืชเพื่อชีวิต, ที่พักพิง, อาชีพสร้างสรรค์...จุดประกายความรู้ โดยร้อยเรื่องของสิ่งแสดงที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นธีมเดียวกัน และแต่ละธีมจะจัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เด็กๆ มีปฏิสัมพันธ์กับนิทรรศการได้อย่างเต็มที่ สามารถตกผลึกออกมาเป็นความรู้ใหม่ในแบบที่เขาเข้าใจ ทำให้ได้ทั้งความสนุกและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ไปพร้อมกัน” นางสาวศิรประภากล่าวสรุป  

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> อพวช.ติดปีกความรู้ให้ครูไทยในงาน EDUCA 2020 แนะแนวทางสร้างกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ , , อพวช.ติดปีกความรู้ให้ครูไทยในงาน , EDUCA , 2020 , , แนะแนวทางสร้างกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ม.วลัยลักษณ์ รับโควตา 14 จังหวัดภาคใต้+ประจวบคีรีขันธ์ 2,445 ที่นั่ง☕ คลิกอ่านเลย
ม.วลัยลักษณ์ รับโควตา 14 จังหวัดภาคใต้+ประจวบคีรีขันธ์ 2,445 ที่นั่ง
เปิดอ่าน 1,782 ครั้ง
สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เร่งอบรมครูด้วยระบบทางไกล โครงการบูรณาการสะเต็มศึกษา ประจำปี 2562☕ คลิกอ่านเลย
สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เร่งอบรมครูด้วยระบบทางไกล โครงการบูรณาการสะเต็มศึกษา ประจำปี 2562
เปิดอ่าน 1,797 ครั้ง
กศจ.อุดรธานี รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งท่ี 1 ปี พ.ศ.2559☕ คลิกอ่านเลย
กศจ.อุดรธานี รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งท่ี 1 ปี พ.ศ.2559
เปิดอ่าน 8,786 ครั้ง
วาดภาพ ระบายฝัน: ฮอนด้าเดินหน้าปลุกพลังจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์  ของเยาวชนไทย ผ่านโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”☕ คลิกอ่านเลย
วาดภาพ ระบายฝัน: ฮอนด้าเดินหน้าปลุกพลังจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ของเยาวชนไทย ผ่านโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”
เปิดอ่าน 3,964 ครั้ง
ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับครูประจำการ ประจำปี 2558☕ คลิกอ่านเลย
ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับครูประจำการ ประจำปี 2558
เปิดอ่าน 8,760 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

Adjectives Formation (การทำให้เป็นคำคุณศัพท์ ) Adjectives Formation (การทำให้เป็นคำคุณศัพท์ )
เปิดอ่าน 23,569 ครั้ง
 คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย คำเรียกตัวเลขทั้งสิบในภาษาไทย
เปิดอ่าน 84,559 ครั้ง
“มะระ”ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!“มะระ”ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!
เปิดอ่าน 10,899 ครั้ง
เทคนิคการใส่เลขหน้าใน MS Word แบบไม่เริ่มต้นที่หน้าแรกเทคนิคการใส่เลขหน้าใน MS Word แบบไม่เริ่มต้นที่หน้าแรก
เปิดอ่าน 304,470 ครั้ง
การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์การบอกคุณภาพของน้ำ โดยใช้ปริมาณออกซิเจนเป็นเกณฑ์
เปิดอ่าน 30,569 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ