เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน นั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้บูรณาการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ดังกล่าว โดยแนวทางสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการจะมุ่งเน้น 2 ด้านหลัก ได้แก่
1. การผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นหน่วยงานหลัก และ
2. การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของสถานศึกษา ผ่านการนำเทคโนโลยี และ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อลดการใช้พลังงาน ซึ่งจะมีการประชุมผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลต่อไป
รมว.ศธ.กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.ยังได้รับการร้องเรียนกรณีโรงเรียนบางแห่งไม่ออกเอกสารสำคัญทางการศึกษาหรือประกาศนียบัตรให้นักเรียน เนื่องจากผู้ปกครองค้างชำระค่าบำรุงการศึกษา ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายชัดเจนว่า นักเรียนทุกคนต้องได้รับเอกสารสำคัญทางการศึกษา ไม่ว่าผู้ปกครองจะชำระเงินครบหรือไม่ก็ตาม เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กตามรัฐธรรมนูญ หากโรงเรียนไม่ออกเอกสารให้จะกระทบต่อการศึกษาต่อของนักเรียน ซึ่งตนจะกำชับไปอีกอีกครั้งว่า สถานศึกษาต้องออกเอกสารสำคัญให้เด็กโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะเป็นสิทธิของผู้เรียน
ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริหารโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม นั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว และได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะทราบว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ผู้ร้องเห็นว่าการดำเนินการล่าช้า จึงร้องมายังกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง ทั้งนี้ตนจะต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก FOCUSNEWS วันที่ 20 พฤษภาคม 2569