Verb to be เป็นคำกริยาพื้นฐานที่สำคัญมากในภาษาอังกฤษ เพราะใช้บอกสถานะ ลักษณะ อาชีพ อายุ สถานที่ และใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างประโยคหลายรูปแบบ หากเข้าใจหลักการใช้ Verb to be อย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถสร้างประโยคภาษาอังกฤษได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
Verb to be มีรูปที่แตกต่างกันตามประธานและช่วงเวลา ได้แก่ am, is, are, was, were รวมถึงรูปพื้นฐานคือ be และรูปช่องที่ 3 คือ been
1. Verb to be ในรูปปัจจุบัน
Verb to be ที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ am, is และ are
การใช้ am
ใช้กับประธาน I เท่านั้น
ตัวอย่าง
- I am a teacher.
ฉันเป็นครู
- I am happy.
ฉันมีความสุข
- I am at home.
ฉันอยู่ที่บ้าน
การใช้ is
ใช้กับประธานเอกพจน์ ได้แก่ he, she, it หรือคำนามที่มีเพียงหนึ่งคน หนึ่งสิ่ง หรือหนึ่งสถานที่
ตัวอย่าง
- He is a student.
เขาเป็นนักเรียน
- She is kind.
เธอเป็นคนใจดี
- It is a cat.
มันคือแมว
- The school is large.
โรงเรียนมีขนาดใหญ่
การใช้ are
ใช้กับประธานพหูพจน์ ได้แก่ you, we, they หรือคำนามที่มีมากกว่าหนึ่ง
ตัวอย่าง
- You are my friend.
คุณเป็นเพื่อนของฉัน
- We are ready.
พวกเราพร้อมแล้ว
- They are in the classroom.
พวกเขาอยู่ในห้องเรียน
- The books are on the table.
หนังสืออยู่บนโต๊ะ
ข้อควรจำคือ แม้คำว่า you จะหมายถึงคนเดียวหรือหลายคน ก็ต้องใช้ are เสมอ
2. Verb to be ในรูปอดีต
Verb to be ที่ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์หรือสภาพในอดีต ได้แก่ was และ were
การใช้ was
ใช้กับประธาน I, he, she, it และคำนามเอกพจน์
ตัวอย่าง
- I was tired yesterday.
เมื่อวานฉันเหนื่อย
- He was a doctor.
เขาเคยเป็นแพทย์
- She was at school this morning.
เมื่อเช้าเธออยู่ที่โรงเรียน
- The weather was cold.
อากาศหนาว
การใช้ were
ใช้กับประธาน you, we, they และคำนามพหูพจน์
ตัวอย่าง
- You were late.
คุณมาสาย
- We were happy.
พวกเรามีความสุข
- They were at the market.
พวกเขาอยู่ที่ตลาด
- The students were in the library.
นักเรียนอยู่ในห้องสมุด
3. Verb to be ใช้บอกอะไรได้บ้าง
3.1 ใช้บอกชื่อหรือสถานะ
โครงสร้าง
ประธาน + Verb to be + คำนาม
ตัวอย่าง
- I am Somchai.
ฉันชื่อสมชาย
- She is a nurse.
เธอเป็นพยาบาล
- They are students.
พวกเขาเป็นนักเรียน
3.2 ใช้บอกลักษณะหรือความรู้สึก
โครงสร้าง
ประธาน + Verb to be + คำคุณศัพท์
ตัวอย่าง
- The boy is tall.
เด็กชายตัวสูง
- I am hungry.
ฉันหิว
- The flowers are beautiful.
ดอกไม้สวย
- We are excited.
พวกเรารู้สึกตื่นเต้น
3.3 ใช้บอกสถานที่
โครงสร้าง
ประธาน + Verb to be + คำบอกสถานที่
ตัวอย่าง
- The teacher is in the office.
ครูอยู่ในสำนักงาน
- My bag is under the chair.
กระเป๋าของฉันอยู่ใต้เก้าอี้
- They are at school.
พวกเขาอยู่ที่โรงเรียน
3.4 ใช้บอกอายุ
ในภาษาอังกฤษ การบอกอายุต้องใช้ Verb to be ไม่ใช้คำว่า have
ตัวอย่าง
- I am ten years old.
ฉันอายุ 10 ปี
- She is twenty years old.
เธออายุ 20 ปี
- My parents are fifty years old.
พ่อแม่ของฉันอายุ 50 ปี
3.5 ใช้บอกวัน เวลา และสภาพอากาศ
ตัวอย่าง
- Today is Monday.
วันนี้คือวันจันทร์
- It is seven o’clock.
ขณะนี้เวลา 7 นาฬิกา
- It is hot today.
วันนี้อากาศร้อน
- It was rainy yesterday.
เมื่อวานฝนตก
4. การสร้างประโยคบอกเล่า
โครงสร้างประโยคบอกเล่า
ประธาน + Verb to be + ส่วนขยาย
ตัวอย่าง
- I am a student.
- He is clever.
- They are at home.
- She was busy yesterday.
- We were happy.
ในประโยคบอกเล่า Verb to be จะวางอยู่หลังประธานเสมอ
5. การสร้างประโยคปฏิเสธ
การทำประโยคปฏิเสธ ให้เติมคำว่า not หลัง Verb to be
โครงสร้าง
ประธาน + Verb to be + not + ส่วนขยาย
ตัวอย่าง
- I am not tired.
ฉันไม่เหนื่อย
- He is not a teacher.
เขาไม่ใช่ครู
- They are not at home.
พวกเขาไม่ได้อยู่ที่บ้าน
- She was not angry.
เธอไม่ได้โกรธ
- We were not late.
พวกเราไม่ได้มาสาย
รูปย่อที่ใช้บ่อย ได้แก่
- is not = isn’t
- are not = aren’t
- was not = wasn’t
- were not = weren’t
ตัวอย่าง
- She isn’t sad.
- We aren’t busy.
- He wasn’t at school.
- They weren’t ready.
สำหรับ am not โดยทั่วไปจะไม่ย่อเป็น “amn’t” แต่ใช้ว่า I’m not
6. การสร้างประโยคคำถาม
การทำประโยคคำถาม ให้นำ Verb to be มาวางไว้หน้าประธาน
โครงสร้าง
Verb to be + ประธาน + ส่วนขยาย?
ตัวอย่าง
- Are you a student?
คุณเป็นนักเรียนหรือไม่
- Is she your sister?
เธอเป็นน้องสาวของคุณหรือไม่
- Am I correct?
ฉันเข้าใจถูกหรือไม่
- Was he at school yesterday?
เมื่อวานเขาอยู่ที่โรงเรียนหรือไม่
- Were they happy?
พวกเขามีความสุขหรือไม่
การตอบคำถามแบบสั้น สามารถตอบได้ดังนี้
- Are you ready?
Yes, I am. / No, I am not.
- Is he a doctor?
Yes, he is. / No, he isn’t.
- Were they at home?
Yes, they were. / No, they weren’t.
7. รูปย่อของ Verb to be
ในภาษาพูดและการเขียนทั่วไป นิยมใช้รูปย่อ ดังนี้
- I am = I’m
- He is = He’s
- She is = She’s
- It is = It’s
- You are = You’re
- We are = We’re
- They are = They’re
ตัวอย่าง
- I’m happy.
- She’s my teacher.
- We’re ready.
- They’re in the classroom.
อย่างไรก็ตาม ในงานเขียนที่เป็นทางการมาก ควรใช้รูปเต็มเพื่อให้ข้อความชัดเจน
8. Verb to be กับ Present Continuous
Verb to be ยังใช้ร่วมกับคำกริยาที่เติม -ing เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
โครงสร้าง
ประธาน + am/is/are + กริยาเติม -ing
ตัวอย่าง
- I am reading a book.
ฉันกำลังอ่านหนังสือ
- She is cooking.
เธอกำลังทำอาหาร
- They are playing football.
พวกเขากำลังเล่นฟุตบอล
ในประโยคเหล่านี้ am, is และ are ไม่ได้แปลว่า “เป็น อยู่ คือ” โดยตรง แต่ทำหน้าที่ช่วยสร้างประโยคที่แสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่
9. Verb to be กับ Passive Voice
Verb to be ใช้ร่วมกับกริยาช่องที่ 3 เพื่อสร้างประโยค Passive Voice หรือประโยคที่เน้นผู้ถูกกระทำ
โครงสร้าง
ประธาน + Verb to be + กริยาช่องที่ 3
ตัวอย่าง
- The room is cleaned every day.
ห้องถูกทำความสะอาดทุกวัน
- The letter was written by Tom.
จดหมายถูกเขียนโดยทอม
- English is spoken in many countries.
ภาษาอังกฤษถูกใช้พูดในหลายประเทศ
10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ใช้ Verb to be ไม่ตรงกับประธาน
ผิด
- She are a teacher.
- They is happy.
ถูก
- She is a teacher.
- They are happy.
ลืมใช้ Verb to be
ผิด
ถูก
- He is tall.
- They are at school.
ใช้ Verb to be ซ้ำกับกริยาทั่วไป
ผิด
- I am go to school.
- She is likes coffee.
ถูก
- I go to school.
- She likes coffee.
แต่หากเป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ต้องใช้กริยาเติม -ing
- I am going to school.
- She is drinking coffee.
ใช้ Verb to be ผิดในการบอกอายุ
ผิด
ถูก
สรุปหลักการจำง่าย ๆ
Verb to be ในปัจจุบัน ได้แก่
- I ใช้ am
- He, She, It และคำนามเอกพจน์ ใช้ is
- You, We, They และคำนามพหูพจน์ ใช้ are
Verb to be ในอดีต ได้แก่
- I, He, She, It และคำนามเอกพจน์ ใช้ was
- You, We, They และคำนามพหูพจน์ ใช้ were
Verb to be สามารถใช้บอกชื่อ อาชีพ ลักษณะ ความรู้สึก อายุ สถานที่ วัน เวลา และสภาพอากาศ นอกจากนี้ยังใช้เป็นกริยาช่วยในประโยค Continuous และ Passive Voice ได้อีกด้วย
การฝึกแต่งประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถามเป็นประจำ จะช่วยให้เข้าใจการใช้ Verb to be ได้รวดเร็วและสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง