ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ “สร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21”

ชื่อผลงาน : รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ “สร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21”

ชื่อผู้รับผิดชอบ : นางจันทนา สอนกองแดง ตำแหน่ง ครู โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์

เครือข่ายที่2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1

โทรศัพท์มือถือ 08-7253158

สาระการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์

หลักการ/แนวคิด

ด้วยโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์เป็นโรงเรียนยอดนิยมของจังหวัดนครสวรรค์ มีการแข่งขันสูง ผู้ปกครองมีเป้าหมายส่งเสริมความเลิศเป็นเลิศทางวิชาการให้กับบุตรหลาน โดยเฉพาะนักเรียนในโปรมแกรมสองภาษา (MEP) ซึ่งข้าพเจ้ารับผิดชอบสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จึงต้องศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ได้พยายามจัดประสบการณ์การการเรียนรู้ ที่ดึงศักยภาพความสามารถ ความถนัด ความสนใจของนักเรียนแต่ละคน ให้มีโอกาสพัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพ

ในระยะแรกข้าพเจ้าจัดกิจกรรมการเรียนการสอน แบบสืบสอบ 5E นักเรียนสร้างความรู้โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และนำสื่อเทคโนโลยีต่างๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน จนมีผลสัมฤทธิ์ปรากฏเป็นที่น่าพอใจตามความคาดหวังของทุกฝ่าย แต่มีสิ่งที่ข้าพเจ้าพบคือ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ตามเป้าประสงค์ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะชีวิต ทักษะการเรียนรู้ในการศึกษาค้นคว้าในยุคของศตวรรษที่ 21 กอรปกับปัจจุบันวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีสูง ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก การเข้าถึงข้อมูลความรู้มีหลากหลายช่องทาง วิธีการและความซับซ้อนทางสังคมก็สูง ปัญหาต่างๆ มีรอบด้าน จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านทักษะชีวิตให้นักเรียนพร้อมเผชิญปัญหาและวิกฤตการณ์ต่าง ๆ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ข้าพเจ้าในฐานะเป็นผู้สอนตระหนักในความสำคัญของเรื่องนี้ดี เชื่อว่าหน้าที่ของครูมิใช่เพียงแต่ให้ความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องบูรณาการทักษะการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม มีสมรรถนะด้านสารสนสนเทศ การอ่าน การเขียน ทักษะทางวิทยาศาสตร์ และการเป็นพลเมืองที่ดี ซึ่งเป็นต้นทุนชีวิตที่สำคัญจำเป็นสำหรับเด็กในศตวรรษที่ 21

อนึ่งในช่วงปีการศึกษา 2542 - 2545 ได้เรียนรู้และพัฒนาการสอนรูปแบบการสอน “โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง”ตามทฤษฏีการสอน คอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) โดยเป็นหนึ่งในสามของกลุ่มตัวอย่างทดลองรูปแบบการสอน “การสอนให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง” ของอาจารย์พจนา ทรัพย์สมาน ในวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากประสบการณ์ออกแบบการสอนการนำไปใช้กับนักเรียน ปรับปรุงพัฒนาการสอนมากกว่า 3 ปี พบว่าการสอนให้นักเรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้ทั้งความรู้ ทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เกิดแรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งครูเองก็เกิดการพัฒนาค้นพบวิธีการสอนในรูปแบบแนวทางของตนได้ด้วยตนเอง พัฒนาการสอนต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับและรู้จักอย่างแพร่หลายในระดับประเทศ

สอน การศึกษาเรียนรู้ ฝึกทดลอง และทดลองใช้รูปแบบการสอนเป็นเวลา 3 ปี มีผลที่เกิดกับการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน เป็นที่ยอมรับ

จากนั้นได้ประยุกต์ ผสมผสาน บูรณาการ ระหว่างรูปแบบการสอน โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง กับรูปแบบการสอนศตวรรษที่ 21 การสอนแบบรูปแบบการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาหลอมรวมเป็นรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ “สร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21”

แผนภูมิการสังเคราะห์รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์“สร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21”

วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ มีทักษะชีวิตและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กพร้อมสู่ในศตวรรษที่ 21

กิจกรรมขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

ขั้นที่ 1 กระตุ้นความคิด

เป็นขั้นสร้างความตระหนัก ให้กับนักเรียน ที่ครูผู้สอนต้องทำให้นักเรียนเกิดความกระหายใคร่รู้ในสิ่งที่จะเรียน

เห็นคุณค่าความสำคัญและประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน โดยการนำข้อมูล สถานการณ์ต่างๆ ที่มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้หลักสูตร โดยใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนมีกระบวนการคิดตามลำดับขั้น อภิปรายอย่างกว้างขวางและสรุปตัดสินใจร่วมกันอย่างมีเหตุผล

ตารางที่ 1 ตารางแสดงแนวทางการจัดกิจกรรมขั้นกระตุ้นความคิด

กิจกรรม แนวทางการเรียนรู้ของนักเรียน แนวคำถามของครู

1. สังเกตรับรู้ 1. สถานการณ์จากข่าว กรณีตัวอย่างประสบการณ์จริง เพลง เกม รูปภาพ แผนผัง แผนภูมิ ฯลฯ 1. มีอะไร เกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร ใครเป็นผู้กระทำ สิ่งนี้คืออะไรอยู่ที่ไหน เกี่ยวข้องกับใครหรืออะไรบ้าง เกี่ยวข้องอย่างไร เพราะอะไร

2. วิเคราะห์ วิจารณ์ 2. ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งที่ศึกษาว่าเป็นสภาพปัญหา หาสาเหตุหลัก สาเหตุรอง ผลที่เกิดขึ้น ผลดี ผลเสีย ผลตรงผลกระทบ ต่างๆ เชื่อมโยงความสรุปลักษณะสำคัญ 2. สิ่งนั้นจัดว่าเป็นปัญหา สาเหตุที่เกิด เกิดจากอะไร เพราะอะไร มีผลต่ออะไรบ้าง อะไรเป็นผลตรงอะไรเป็นผลต่อเนื่อง และมีผลต่อใครบ้างอย่างไร สิ่งที่จัดว่าเกี่ยวข้องกันหรือสัมพันธ์กันคืออะไรเพราะอะไร จุดเด่นหรือลักษณะสำคัญคืออะไร

3. สรุป 3. นักเรียนช่วยกันสรุปว่าจะนักเรียนจะเรียนรู้ร่วมกันเรื่องอะไรมีความสำคัญคุณค่า ประโยชน์ต่อนักเรียน ครอบครัว สังคมประเทศชาติอย่างไร 3. นักเรียนจะเรียนรู้ร่วมกันเรื่องอะไร สิ่งนั้นมีคุณค่า มีประโยชน์หรือไม่ การพัฒนาต่อไปจะมีผลอย่างไรบ้าง การศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นมีประโยชน์อย่างไรต่อผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง

ขั้นที่ 2 ขั้นออกแบบสืบค้น

เป็นขั้นที่การวางแผนการเรียนรู้เป็นการระดมความคิด เพื่อกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ และแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสมร่วมกัน ครูมีบทบาทในการช่วยเหลือดูแล ให้นักเรียนสามารถวางแผนการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ด้วยการใช้คำถามยั่วยุท้าทาย กระตุ้นให้นักเรียนกล้าคิดกล้าตัดสินใจ กล้าอภิปราย วิเคราะห์ วิจารณ์ และสามารถหลอมรวมความคิดของสมาชิกทุกคนในกลุ่มสรุปเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน รวมทั้งร่วมเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมแผนการเรียนของนักเรียนให้ถูกต้องสมบูรณ์ ดังนี้

ตารางที่ 2 ตารางแสดงแนวทางการจัดกิจกรรมขั้นออกแบบสืบค้น

กิจกรรม แนวทางการเรียนรู้ของนักเรียน แนวคำถามของครู

1. กำหนดจุดประสงค์/เสนอแนวทาง 1 นักเรียนช่วยกันกำหนดจุดประสงค์การเรียนที่ชัดเจน ว่าเรียนเพื่ออะไร ทำไมต้องเรียน เรียนแล้วได้อะไร และร่วมกันเสนอแนวทางการเรียนรู้เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ 1. เรื่องที่จะเรียนเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง การศึกษา เรื่องนี้ควรจะเรียนรู้เรื่องอะไร เพราะอะไร วิธีการที่จะได้ความรู้นั้นทำได้อย่างไรบ้าง ความรู้นั้นจะหาได้จากที่ไหน และควรจะบันทึกข้อมูลที่ได้อย่างไร และจะสรุปรายงานผลการเรียนรู้ได้อย่างไร ถ้าวัดความสำเร็จใน การเรียนรู้ของนักเรียนพิจารณาจากอะไร

2. อธิบายรับฟัง 2. นักเรียนร่วมกันอธิบาย และรับฟังแผนการ แนวทางการเรียนรู้และเหตุผลของกันและกัน 2. แผนการแนวทางการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นอย่างไร มีวิธีการขั้นตอนอย่างไร ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

3. วิเคราะห์ วิจารณ์ 3. นักเรียนร่วมกันอภิปราย วิพากษ์ วิจารณ์เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด ของแผนการแนวทางการเรียนรู้ของสมาชิกในกลุ่ม เพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด 3. แผนการแนวทางการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนเหมือนหรือต่างกันอย่างไร แต่ละแนวทางมีข้อดีข้อเสีย จุดอ่อน จุดแข็งอย่างไรบ้าง เพราะอะไร

4. สรุป/สร้างเครื่องมือ 4. นักเรียนตัดสินใจร่วมกันเลือกแผนการแนวทางการเรียนรู้ที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด วิเคราะห์งาน จัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับสมาชิกในกลุ่ม แล้วร่วมกันกำหนดเครื่องมือการบันทึกข้อมูลการเรียนรู้และประเมินผลการเรียน 4. แผนการแนวทางการเรียนรู้ที่นักเรียนคิดว่าเหมาะสมที่สุดคืออะไร มีขั้นตอนรายละเอียดอย่างไรบ้าง และจะจัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างไร เครื่องมือบันทึกข้อมูลการเรียนรู้ของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร มีรายการหรือประเด็นที่เกี่ยวข้อง อะไรบ้าง จะสร้างและนำเครื่องมือไปใช้ได้อย่างไร

ขั้นที่ 3 ขั้นสืบค้นความรู้

ขั้นตอนที่นักเรียนร่วมกันลงมือเรียนรู้ด้วยการศึกษาค้นคว้า สืบค้นรวบรวมข้อมูล ตามขั้นตอนที่กำหนด บทบาทของครูในขั้นตอนนี้ทำหน้าที่ประสานและเตรียมแหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนคิด ปฏิบัติงานตามขั้นตอน และสิ่งสำคัญต้องเป็นควบคุมดูแลอำนวยความสะดวก ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามแผน โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและแนวคำถามดังนี้

ตารางที่ 2 ตารางแสดงแนวทางการจัดกิจกรรมขั้นสืบค้นความรู้

กิจกรรม แนวทางการเรียนรู้ของนักเรียน แนวคำถามของครู

1. ศึกษาค้นคว้า /สืบค้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนศึกษาค้นคว้า สืบค้น รวบรวมข้อมูล ร่วมกันตามขั้นตอนที่กำหนด 1. แผนการแนวทางการเรียนรู้กำหนดมีขั้นตอนอะไรบ้าง ต้องทำอะไรก่อน หลังนักเรียนแบ่งหน้าที่กันอย่างไร การปฏิบัติงานตามแผนต้องเตรียมการและดำเนินการอย่างไรบ้าง

2. บันทึกข้อมูล 2. บันทึกข้อค้นพบข้อมูล กระบวนการเรียนรู้กระบวนการทำงาน ข้อจำกัดปัญหา อุปสรรค 2. การศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูล ศึกษาทดลองตามแผนที่วางไว้ นักเรียนต้องบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง แบบบันทึกข้อมูลและวิธีการบันทึกข้อมูลเป็นอย่างไร

3. ประเมินระหว่างปฏิบัติ 3. นักเรียนร่วมกันประเมินและปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ 3. แผนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่วางไว้ กำหนดวิธีการประเมินระหว่างปฏิบัติ

ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและสื่อสาร

การนำเสนอการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่นักเรียนนำข้อค้นพบ ข้อมูลที่ได้จากการเรียน ของตนมาตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้อง แล้วนำเสนอต่อสมาชิกในกลุ่ม เพื่ออภิปราย วิเคราะห์ เปรียบเทียบ จัดลำดับ เชื่อมโยง บทบาทของครูในขั้นตอนนี้ต้องใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนสังเกต เปรียบเทียบ อภิปรายซักถามแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เพื่อฝึกให้นักเรียนใช้วิจารณญาณพิจารณาตัดสินใจสรุปหรือลงความเห็น โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและแนวคำถามดังนี้

ตารางแสดงแนวทางการจัดกิจกรรมขั้นสรุปและสื่อสาร

กิจกรรม แนวทางการเรียนรู้ของนักเรียน แนวคำถามของครู

1. เตรียมนำเสนอ 1. นักเรียนนำข้อค้นพบที่ได้ มาตรวจสอบประเมินค่าความน่าเชื่อถือความถูกผิด ความสมบูรณ์ถูกต้อง 1. นักเรียนได้ทราบอะไรจากการศึกษา ค้นคว้า สิ่งที่พบนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ ข้อมูลที่ได้ครบถ้วนตามจุดประสงค์หรือไม่อย่างไร

2.นำเสนอ วิเคราะห์

อภิราย 2. นักเรียนนำเสนอข้อค้นพบ อภิปรายแสดงความคิดเห็น เชื่อมโยง สรุป 2. ข้อค้นพบมีความเหมือนความต่าง และมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างไร

3. สรุปความรู้และกระบวนการเรียนรู้ 3. นักเรียนร่วมกันกำหนดความคิดรวบยอด สรุปกระบวนการเรียนรู้ 3. ข้อสรุปความรู้จากการศึกษาค้นคว้า ครั้งนี้มีอะไรบ้าง

ขั้นที่ 5 ขั้นจัดทำชิ้นงาน ขยายความรู้สู่สังคม

การจัดทำชั้นงานเป็นการเรียบเรียงนำเสนอสรุปความรู้ ข้อค้นพบของนักเรียนในรูปแบบต่าง เช่น รายงาน อนุทิน แผนภาพ หนังสือเล่มเล็ก แผนพับ ตามความถนัดและความสามารถของนักเรียนแต่ละคน ครูมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกเรื่องสื่ออุปกรณ์ สถานที่ ควบคุมชี้แนะให้นักเรียนทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและแนวคำถามดังนี้

ตาราง แสดงแนวทางการจัดกิจกรรมขั้นจัดทำชิ้นงาน ขยายความรู้สู่สังคม

กิจกรรม แนวทางการเรียนรู้ของนักเรียน แนวคำถามของครู

1. รายงานผลการเรียนรู้และกระบวนการเรียนรู้ 1. นักเรียนร่วมกันจัดทำชิ้นงาน โดยนำองค์ความรู้ มานำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ 1. นักเรียนจะทำชิ้นงาน เพื่อนำเสนอผลงาน ขั้นตอนกระบวนการ และสรุปความรู้ที่ได้จากการสืบค้นอย่างไร

2. นำเสนอเผยแพร่สู่สังคม

2. นักเรียนนำผลงานมาแสดง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสนอองค์ความรู้สู่สังคม 2. ผลงานของนักเรียนควรจัดแสดงหรือนำเสนอสู่สังคมอย่างไร ความรู้ที่ค้นพบจะเกิดประโยชน์อย่างไรในสังคม

รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ “สร้างคุณลักษณะของเด็ก ศตวรรษที่ 21” ส่งผลให้นักเรียนเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงตามลำดับขั้น เป็นการพัฒนานักเรียนให้เป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีทักษะชีวิต ทักษะสังคม และทักษะการเรียนรู้ มีความสุข มีความภาคภูมิใจ เป็นผู้กล้าคิด กล้าทำ กล้านำเสนอ แก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาดสมวัย มีความกระหายใคร่รู้ อยากเรียน อยากรู้ อยากหาคำตอบเพิ่มเติมในข้อที่สงสัยในรูปแบบต่าง ๆ ตามความสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของเด็กที่จะเติบโต เป็น ผู้ใหญ่ในอนาคตสืบไป

ความสำเร็จที่บังเกิดกับผู้เรียน

จาการพัฒนารูปแบบการสอนมาอย่างต่อเนื่อง ผลที่เกิดกับผู้เรียนได้แก่

1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเป้าหมายของสถานศึกษา และมีผลการสอบแข่งขันสู่ความเป็นเลิศ

2. นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ NT และ O-NET สูงกว่าระดับชาติและสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

3. นักเรียนมีสมรรถนะด้านการอ่าน-การเขียน

4. นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ ทักษพการคิด การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม

ความสำเร็จที่บังเกิดกับโรงเรียน

1. โรงเรียนรับการประเมินเป็น โรงเรียนรางวัลโล่พระราชทาน ในระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ

2. โรงเรียนได้รับการประเมิน รางวัลทรงคุณค่าของ สพฐ. OBEC QA

ความสำเร็จที่บังเกิดกับชุมชน

1. ชุมชนเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นแหล่งวิทยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่น

2. ชุมชนเข้าร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในรูปแบบต่าง ๆ

9]vf

ความรู้สึก/ความภาคภูมิใจ

ระยะเวลา 34 ปีเศษ ของความเป็นครู ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวงไม่เคยคิด ที่จะหยุดพัฒนางานในวิชาชีพ ภูมิใจที่สุดที่เห็นความเจริญงอกงามทางปัญญาของนักเรียน ที่จะดำเนินชีวิตฝ่าปัญหา อุปสรรค์ต่างๆ ได้อย่างกล้าหาญและเข้มแข็ง เป็นคนกล้า คนเก่ง และคนดีของสังคม

ปัญหา/อุปสรรค

การริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ต้องทุ่มเท อดทน ประสานคน และใช้ระยะเวลาที่ต้องพิสูจน์ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เห็นผลที่เกิดกับนักเรียนอย่างแท้จริง

แนวทางการเรียนรู้และพัฒนาต่อไป

1. สร้างเครือข่าย ตามโครงการ ครูเก่ง ครูดี ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับคณะครูที่สนในพัฒนา รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์ “สร้างคุณลักษณะของเด็กไทย ในศตวรรษที่ 21”

2. นำรูปแบบการสอนไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาต่าง ๆ

โพสต์โดย จันทนา สอนกองแดง : [1 เม.ย. 2559 เวลา 12:57 น.]
อ่าน [700] ไอพี : 223.207.53.187
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ