ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในกา

ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง

โดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม

ผู้วิจัย นายบุญเทพ พิศวง

ปีที่ทำวิจัย 2557-2558

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม และมีวัตถุประสงค์เฉพาะดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม 3) เพื่อศึกษาศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยตนเอง โดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม

วิธีการวิจัยวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม 2) การสร้างรูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม 3) การทดลองใช้รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม 4) การประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม และ 5) การทดลองใช้รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม ในภาคสนาม

ผลการวิจัยพบว่า

1.สภาพปัจจุบัน ปัญหา คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำทั้งจากการวัดผลประเมินผลในระดับสถานศึกษาและในระดับชาติ โดยเฉพาะใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ 1) ครูขาดประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน และการวัดผลประเมินผลนักเรียน โดยครูส่วนใหญ่สอนตามความเคยชินและประสบการณ์เดิม จัดการเรียนการสอนแบบบรรยายเพื่อป้อนข้อมูลเนื้อหาสาระความรู้ให้กับนักเรียนมากกว่าที่จะให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติและศึกษาค้นคว้าหรือค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ครูมีการใช้สื่อและนวัตกรรมประกอบการเรียนการสอนน้อย ครูส่วนใหญ่จัดทำแผนการสอน แต่ไม่ได้จัดการเรียนการสอน ตามแผนที่จัดทำ การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนส่วนใหญ่ครูจะใช้วิธีการทดสอบ และไม่มีการนำข้อมูลจากการวัดและประเมินผลไปวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่กระบวนการพัฒนานักเรียนและพัฒนาวิธีการจัดการเรียนการสอนของครู 2) กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนไม่มีประสิทธิภาพ นักเรียนส่วนใหญ่ขาดความรับผิดชอบต่อตนเอง ไม่มีนิสัยใฝ่เรียนใฝ่รู้ นักเรียนบางส่วนมีพื้นฐานทางการเรียนต่ำมาก อ่านและเขียนไม่คล่อง 3) สภาพแวดล้อมและบรรยากาศภายในโรงเรียนไม่เอื้อและไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนเท่าที่ควร โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้น้อยและขาดประสิทธิภาพ ขาดแคลนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์การเรียนรู้ โดยเฉพาะสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย สภาพแวดล้อมด้านจิตใจ พบว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างครูกับนักเรียนยังไม่ดีพอ ครูและนักเรียนขาด ความเข้าใจซึ่งกันละกัน นักเรียนไม่ชอบครูที่ลงโทษนักเรียนด้วยวิธีการที่รุนแรงมากกว่าการใช้วินัยเชิงบวก ด้านความสัมพันธ์กับชุมชน พบว่า ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและให้ความร่วมมือกับโรงเรียนน้อย 4) ระบบการบริหารจัดการภายในโรงเรียนยังขาดประสิทธิภาพ ขาดแคลนงบประมาณในการบริหารจัดการ และระบบการนิเทศภายในโรงเรียนไม่มีประสิทธิภาพขาดการวางระบบการนิเทศที่ชัดเจน

โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม มีความต้องการที่จะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยนำนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแนวทางปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ มาสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล โดยใช้แนวทางการบริหารจัดการระบบคุณภาพ (TQA) ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ซึ่งจะให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูที่จะทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยครูจะต้องปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน จากการเน้นที่การสอนของครูมาเป็นการเน้นที่การเรียนของนักเรียน เปลี่ยนจากเน้นการเรียนของปัจเจกมาเป็นเรียนร่วมกันเป็นกลุ่ม เปลี่ยนจากการเรียนแบบแข่งขันมาเป็นเน้นความร่วมมือหรือช่วยเหลือแบ่งปันกัน ครูต้องเปลี่ยนบทบาทของตนเองจากผู้สอนไปเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของนักเรียน ครูต้องจุดประกายความสนใจใฝ่รู้แก่นักเรียน ให้นักเรียนค้นพบหรือสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ทั้งจากการศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบัติ ครูต้องเปลี่ยนเป้าหมายการเรียนรู้ของนักเรียนจากเน้นเรียนวิชาเพื่อได้ความรู้ให้เลยไปสู่การพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ทั้งนี้จะต้องมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมและบรรยากาศให้เอื้อและส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งที่เป็นอาคารสถานที่ สื่ออุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และบรรยากาศของความรักความอบอุ่นระหว่างครู กับนักเรียน และจะต้องวางระบบการนิเทศให้มีประสิทธิภาพ มีการบำรุงขวัญและกำลังใจแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนเพื่อให้เกิดความร่วมมือทางการศึกษา

2.รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยน ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนจันจว้าวิทยาคมพบว่า มีความเหมาะสมมากที่สุด ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์ที่ 1 ครูเปลี่ยน โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์คือ ครูพลิกรูปแบบการเรียนเปลี่ยนการสอน 2) ยุทธศาสตร์ที่ 2 กระบวนการเรียนรู้เปลี่ยน โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์คือ นักเรียนเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้สามารถสร้างสรรค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง 3) ยุทธศาสตร์ที่ 3 สภาพแวดล้อมเปลี่ยน โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์คือ การสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อม และ 4) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการเปลี่ยน โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์คือ บริหารเยี่ยมผลลัพธ์ยอด

3.ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยตนเองโดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยน ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียน จันจว้าวิทยาคม พบว่า 1) ครูได้รับการพัฒนาให้เปลี่ยนทัศนคติและวิธีคิดในการจัดการเรียนการสอนจากการเน้นการสอนมาเป็นการเน้นที่การเรียนของนักเรียน และเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ความรู้ได้ ด้วยตนเอง 2) นักเรียนได้รับการพัฒนาให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองและเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของตนเอง จากเป็นผู้ที่คอยรับข้อมูลเนื้อหาสาระความรู้จากครู มาเป็นการแสวงหาความรู้และสร้างความรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้อย่างมีความสุข รักในการเรียนและเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ 3) สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนได้รับการพัฒนาให้เอื้อและส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนและการจัดการเรียนการสอนของครูทั้งด้านกายภาพและด้านจิตใจ ในด้านกายภาพ พบว่า อาคารและสถานที่มีความสะอาด ร่มรื่นและสวยงาม มีแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและนอกโรงเรียนเพียงพอกับความต้องการของนักเรียน โรงเรียนและชุมชนมีความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างกันก่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาอย่างกว้างขวาง ในด้านจิตใจ พบว่า นักเรียนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ครูรักนักเรียนนักเรียนรักครู นักเรียนและครูอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข 4) ระบบการบริหารจัดการภายในโรงเรียนได้รับการพัฒนา โดยใช้การบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ (TQA) ที่ยึดหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีและใช้ ICT เพื่อการบริหารจัดการ ทำให้การบริหารจัดการภายในสถานศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความคล่องตัว สะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 5) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นทั้งจากการวัดและประเมินผลในระดับโรงเรียนและการวัดผลในระดับชาติ (O-NET) โดยในปีการศึกษา 2558 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย ร้อยละ 75.21 สูงกว่าปีการศึกษา 2557 และเป็นไปตามค่าเป้าหมายที่กำหนด คือ ร้อยละ 70 ในส่วนการวัดในระดับชาติ (O-NET) ในปีการศึกษา 2558 พบว่า โดยรวมทั้งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มสูงขึ้น โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย ร้อยละ 37.42 สูงกว่าปีการศึกษา 2557 เฉลี่ย 2.84 และนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 37.37 ซึ่งสูงกว่า ปีการศึกษา 2557 เฉลี่ย 1.78 และ6) การสอบถามความพึงพอใจต่อการทดลองใช้รูปแบบการบริหารคุณภาพการจัด การเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 เปลี่ยน ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนจันจว้าวิทยาคม พบว่า ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย บุญเทพ : [12 ก.ย. 2559 เวลา 11:22 น.]
อ่าน [105102] ไอพี : 202.29.179.202
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,842 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามาตรา 36 ค.(2)
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามาตรา 36 ค.(2)

เปิดอ่าน 14,428 ครั้ง
ความลับของ ลูกแพร์หน้าทารก ที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจีน
ความลับของ ลูกแพร์หน้าทารก ที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจีน

เปิดอ่าน 6,173 ครั้ง
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร

เปิดอ่าน 13,216 ครั้ง
12 เคล็ดง่าย เพื่อหน้าใส ไร้ริ้วรอย
12 เคล็ดง่าย เพื่อหน้าใส ไร้ริ้วรอย

เปิดอ่าน 56,284 ครั้ง
มาแรง!! มะนาวแป้นพันธุ์ใหม่ 8 เดือนให้ผล 300 ลูก ปลูกได้หลายแบบตามความเหมาะสม
มาแรง!! มะนาวแป้นพันธุ์ใหม่ 8 เดือนให้ผล 300 ลูก ปลูกได้หลายแบบตามความเหมาะสม

เปิดอ่าน 58,496 ครั้ง
ท็อป 10 ยอดศิลปินของตลาดโลก
ท็อป 10 ยอดศิลปินของตลาดโลก

เปิดอ่าน 29,275 ครั้ง
แลหลัง ผ่าปมข้อสอบคัดเลือก ผอ.-รอง ผอ.เกิดความผิดพลาด
แลหลัง ผ่าปมข้อสอบคัดเลือก ผอ.-รอง ผอ.เกิดความผิดพลาด

เปิดอ่าน 2,506 ครั้ง
เปิดรายละเอียดประกัน 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มไหม ?
เปิดรายละเอียดประกัน 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มไหม ?

เปิดอ่าน 13,361 ครั้ง
ระวัง! หยุดหายใจขณะหลับ
ระวัง! หยุดหายใจขณะหลับ

เปิดอ่าน 49,866 ครั้ง
ทำไมหยดน้ำจึงกลิ้งบนใบบัวได้
ทำไมหยดน้ำจึงกลิ้งบนใบบัวได้

เปิดอ่าน 11,500 ครั้ง
ใช้ฟุตบอลเป็นยา กระตุ้นฟื้นความทรงจำคนไข้สมองเสื่อม
ใช้ฟุตบอลเป็นยา กระตุ้นฟื้นความทรงจำคนไข้สมองเสื่อม

เปิดอ่าน 19,687 ครั้ง
ฮือฮา เปิดภาพลับ"สตีฟ จ็อบส์"คิดค้น"ไอแพด"ได้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน
ฮือฮา เปิดภาพลับ"สตีฟ จ็อบส์"คิดค้น"ไอแพด"ได้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน

เปิดอ่าน 9,661 ครั้ง
กรมอนามัย แนะ 10 วิธี ช่วยผู้สูงอายุนอนหลับดี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี
กรมอนามัย แนะ 10 วิธี ช่วยผู้สูงอายุนอนหลับดี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี

เปิดอ่าน 12,862 ครั้ง
สำคัญที่ผู้สอน (ครู, อาจารย์)
สำคัญที่ผู้สอน (ครู, อาจารย์)

เปิดอ่าน 11,752 ครั้ง
10 ท่ากระชับสัดส่วนสวย
10 ท่ากระชับสัดส่วนสวย

เปิดอ่าน 4,826 ครั้ง
ปลูกดอกหน้าวัว แซมปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้เสริม 46,000 บาท/ไร่/ปี
ปลูกดอกหน้าวัว แซมปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้เสริม 46,000 บาท/ไร่/ปี
เปิดอ่าน 11,473 ครั้ง
How to Sync Keyboard Shortcuts with iCloud in iOS 6
How to Sync Keyboard Shortcuts with iCloud in iOS 6
เปิดอ่าน 11,015 ครั้ง
จริง...หรือ ?
จริง...หรือ ?
เปิดอ่าน 18,228 ครั้ง
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ
การศึกษาชำรุด-เด็กไม่รู้จักตัวเอง ปรับระบบสอบแค่แก้ปัญหาปลายเหตุ
เปิดอ่าน 68,638 ครั้ง
สูตรคูณ
สูตรคูณ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ