|
|
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและการศึกษาผลการพัฒนาสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยาผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้บูรณาการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
ผู้วิจัย นายสมยศ นุชใหม่
ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2560-2561
บทคัดย่อ
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและการศึกษาผลการพัฒนาสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยา ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้บูรณาการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน๓) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูและ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจการเรียนรู้ของครูและนักเรียน ประชากรที่ศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ที่กำลังศึกษาในปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสายธารวิทยา จำนวน 557 คน ครูผู้ร่วมวิจัย 13 คน ได้มาโดยวิธีเจาะจง 8 คน โดยวิธีสมัครใจ 5 คน เครื่องมือการวิจัยมี 2 ชนิด ได้แก่ 1)เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบประเมินแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2)เครื่องมือการวิจัยเพื่อศึกษาผลการพัฒนาสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยาได้แก่ คู่มือการพัฒนาสมรรถนะทางการวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยา แบบบันทึกการประชุมสนทนากลุ่ม แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบสังเกตแบบมีส่วนรวม แบบบันทึกการประชุม แบบบันทึกการนิเทศ แบบประเมินเค้าโครงการวิจัยในชั้นเรียน แบบประเมินผลงานการวิจัยในชั้นเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ ตัวแปรที่ศึกษา คือ ตัวแปรต้นและตัวแปรตาม 1) ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนรู้บูรณาการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 2) ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยา ผ่านการจัดการเรียนรู้บูรณาการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS การศึกษาค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากPLC ของครู (Content Analysis) การดำเนินการวิจัย ขั้นที่ 1) ขั้นเตรียมการ ดำเนินงานตามระบบ PDCA ดังนี้ Pคือ กำหนดกรอบภาระงานของตน/แผนดำเนินการ/บริบท/ปัจจัยนำเข้าด้านบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ และการบริหารจัดการ/จุดแข็ง จุดอ่อน วิกฤต และโอกาส D คือ การดำเนินการศึกษาข้อมูลตามแผน และภาระงานของตน ได้กรอบแนวคิดการวิจัย เครื่องมือการวิจัย C คือ การตรวจสอบการดำเนินงาน พบข้อผิดพลาดด้านจัดพิมพ์ ประเด็นการนำเสนอที่ไม่สมบูรณ์ เช่น จุดอ่อนและจุดแข็งที่ยังไม่ลงสู่คุณภาพผู้เรียน และเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพผู้เรียนที่ยังไม่ผ่านการหาคุณภาพ A คือ การร่วมกันปรับการพิมพ์และเพิ่มเติมรายละเอียดด้านคุณภาพผู้เรียนที่นำสู่การแก้ปัญหา พร้อมกับออกแบบการประเมินคุณภาพเครื่องมือวิจัย ขั้นที่ 2) ขั้นดำเนินการ ดำเนินงานตามระบบ PAOR ดังนี้ วงจรที่ 1) เดือนมิถุนายน P คือ การศึกษาเหตุการณ์ปัจจุบันใกล้ตัวที่น่าสนใจ ความต้องการของนักเรียน วางแผนการจัดการเรียนรู้ตามเหตุการณ์จริงและความสนใจของผู้เรียน A คือดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนโดยบูรณาการ PLCO คือประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการเรียนรู้ประจำชั่วโมง/หน่วย/แผนซึ่งพบว่านักเรียนทุกคนมีคะแนนเก็บผ่านตามตัวชี้วัดที่กำหนด และพฤติกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับปานกลาง โดยประเด็นการเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอยู่ในระดับต่ำ และ R คือ การสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ การพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม การปรับปรุงแก้ไข ซึ่งพบว่า การจัดการเรียนรู้บูรณาการ PLC ยังยึดครูเป็นศูนย์กลาง นักเรียนไม่มีเครื่องมือในสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม สร้างผลงานได้ไม่ครบประเด็น วงจรที่ 2) เดือนกรกฎาคม P คือวางแผนการให้ความรู้เพิ่มเติมด้าน PLC กับครูสู่ผู้เรียนและแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระในรูปแบบต่างๆ เช่น คู่ซี้หรือICT ช่วยครูพร้อมกับจัดหามุมสืบค้นหรือเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาเพิ่มเติม A คือ เพื่อนให้คำปรึกษาเพื่อน หรือเปิด Youtubeตัวอย่างการสอนวิชาต่างๆ ผ่านกระบวนการ PLC แล้วปฏิบัติการจัดการเรียนรู้ตามแผนโดยแทรกวิธีการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมและกระตุ้นการพูดโดยใช้คำถามเปิดกว้าง ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ O คือครูจำนวนหนึ่งให้ความสนใจตัวอย่างการสอนที่นำเสนอผ่าน Youtube ขณะที่บางคนนั่งหลับ และให้เหตุผลแย้งถึงความเป็นไปได้ยากในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ซึ่งแบบเดิมดีและง่ายกว่า ส่วนผู้เรียนยิ้มแย้ม พูดนำเสนอ ตอบคำถามมากขึ้น บางคนนั่งเหม่อลอย ผลงานยังไม่สมบูรณ์และน่าสนใจเท่าที่ควร R คือครูบางท่านให้เหตุผลแย้งถึงความเป็นไปได้ยากในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ซึ่งแบบเดิมดีและง่ายกว่า ส่วนผู้เรียนขาดทักษะในการสืบค้นข้อมูลและการทำงานเป็นกลุ่ม วงจรที่ 3) เดือนสิงหาคม P คือปรับทัศนคติของครูด้วยกิจกรรมกลุ่มหรือจับคู่คิด เพิ่มเติมทักษะและแนวทางการสืบค้นข้อมูลผ่านสื่อICT ของผู้เรียนและครูศึกษากิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนเรียน เช่น เพลงและเกม เป็นต้น A คือใช้กิจกรรมหรือเกมเตรียมความพร้อมก่อนเรียน จัดการเรียนรู้ตามแผนเพิ่มเติมคำศัพท์สำคัญในการสืบค้นและ website ทางการศึกษาที่น่าสนใจ O คือมีเสียงหัวเราะในห้องเรียน ครูมีความแม่นยำในเนื้อหาแต่ยังไม่ชำนาญในการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการ PLC ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำหน่วยและผลสัมฤทธิ์กลางของผู้เรียนภาคผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ พฤติกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับดีมากเกือบทุกรายการประเมิน ยกเว้นการเสนอความคิดเห็นและเสนอความช่วยเหลือ R คือครูไม่รอฟังคำตอบของนักเรียน โดยถามเองและตอบเองบ่อย บางประเด็นครูตอบเองไม่ให้โอกาสนักเรียนได้มีส่วนร่วมตอบ การวัดและประเมินผลผลสัมฤทธิ์หลากหลายแต่ไม่มีเกณฑ์ในการให้คะแนนที่เหมาะสม นักเรียนบางคนไม่ค่อยพูดแต่ให้ความร่วมมือในกิจกรรมดี การขาดเรียนของนักเรียนลดลง สิ่งที่ได้เรียนรู้และบทเรียนจากการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมตามวาระที่มีประธานกำหนดการประชุม เป็นบรรยากาศสบาย ๆ รู้สึกสะดวกสบายและเป็นกันเอง พบปะพูดคุยได้ง่าย นั่งล้อมวงคุยแบบเป็นกันเองจนเกิดชิ้นงาน 2) การดำเนินการในรูปแบบPLC นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพทั้งด้านวิชาชีพและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน 3) ความรับผิดชอบในทางวิชาชีพของครูที่สอดคล้องกับความเป็นจริงในยุคศตวรรษที่ 2 อาจเกิดขึ้นได้ยากสำหรับกรณีครูที่มีการหลับใหลในกรอบแนวคิดเดิม ๆ ยังยึดตัวเองเป็นหลักจึงจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือให้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์ตามบริบทธรรมชาติการอยู่ร่วมกันที่มีความแตกต่างกัน 4) การทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่เปลี่ยนจากการบริหารจัดการเป็นผู้เอื้อให้ครูตื่นตัวเรียนรู้ทำหน้าที่วิชาชีพครูได้อย่างเต็มที่เห็นความสำคัญของตนเองและเด็ก สิ่งที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนา ได้แก่ 1) ครูควรสร้างเครื่องมือการประเมินผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น สร้างเครื่องมือหรือเกณฑ์การประเมินผลงานหรือทักษะการปฏิบัติงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น 2) ครูควรเจาะประเด็นที่มีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยรวมมากกว่าเป็นรายบุคคล 3) ครูควรสร้างวัฒนธรรมการร่วมมือกันทำงานและระบบที่ส่งเสริมประสิทธิผลและความเท่าเทียมกัน สร้างความสัมพันธ์ด้วยการทำงานในรูปกระบวนการกลุ่ม 4) ผู้บริหารควรให้ความเป็นอิสระในการทำงานของครูมากกว่ามุ่งเน้นด้านการพัฒนาหลักสูตรหรือมีการประเมินด้วยเกณฑ์เดียวกัน และ 5) เน้นการสื่อสารและเรียนรู้ร่วมกันผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างเครือข่ายในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น
ผลการพัฒนาสมรรถนะทางการวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยาพบว่า การดำเนินการพัฒนาสมรรถนะทางการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยา วงรอบที่ 1 โดยกลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศภายใน ซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมการนิเทศ การเขียนโครงการวิจัยในชั้นเรียน กิจกรรมการนิเทศการปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน กิจกรรมการนิเทศการเรียนรายงานการวิจัย กิจกรรมการประเมิน ผลงานวิจัยในชั้นเรียนสามารถทำให้กลุ่มผู้ร่วมวิจัยทั้ง 13 คน เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนตามเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย 5 ขั้นตอนสูงขึ้น มีคะแนนจากการทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การวิจัยในชั้นเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 26.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.67 จากคะแนนเต็ม สามารถกำหนดชื่อเรื่องได้คนละ 1 เรื่อง มีความสามารถเขียนเค้าโครงการวิจัยในชั้นเรียนโดยรวมอยู่ในระดับดี มีความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนได้และมีผลงานการวิจัยในชั้นเรียนโดยรวมอยู่ในระดับดี จำนวน 9 คน ระดับปานกลาง จำนวน 4 คน ซึ่งต้องดำเนินการพัฒนาให้มีคุณภาพบรรลุเป้าหมายทุกคน สำหรับการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะทางการวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยา โดยใช้กลยุทธ์การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อนอย่างต่อเนื่อง เน้นการนิเทศเป็นรายบุคคลประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่กิจกรรมการนิเทศ การปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน และกิจกรรมการประเมินผลงานวิจัยในชั้นเรียน พบว่ากลุ่มผู้ร่วมวิจัยทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนตามเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย 5 ขั้นตอนสูงขึ้น สามารถสร้างผลงานการวิจัยในชั้นเรียนได้อย่างมีคุณภาพโดยมีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก แสดงให้เห็นว่าการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะทางการวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโรงเรียนสายธารวิทยาทั้ง 2วงรอบ สามารถพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนตามเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย 5 ขั้นตอนได้อย่างมีคุณภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ทั้งนี้บุคลากรยังมีความภาคภูมิใจและเกิดความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะนำกระบวนการวิจัยไปพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้นต่อไปครูโรงเรียนสายธารวิทยา มีความพึงพอใจต่อกระบวนการในการพัฒนาสมรรถนะทางการวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของครูโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด( x- = 4.70, S.D. = 0.52)
|
โพสต์โดย เหน่ง : [23 ส.ค. 2562 เวลา 08:02 น.] อ่าน [1982] ไอพี : 183.89.86.202
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
|
|
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
|
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 30,957 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 30,068 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,603 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,724 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,297 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 221,800 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,030 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,048 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 29,842 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,391 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,039 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,276 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,597 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,636 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,921 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 37,041 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,923 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,214 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,792 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,475 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|