ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี

5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 เม.ย. 2557 เปิดอ่าน : 7,447 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี

Advertisement

5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี (Modern Mom)
เรื่อง : Sexy, Naughty, Healthy


หากรอให้ป่วยไข้ก็อาจสายไปเสียแล้ว สมัยนี้เทรนด์การดูแลสุขภาพก่อนป่วยจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับแนวการกินเพื่อสุขภาพที่เกิดตามมาอย่างมากมาย มาดูกันนะคะว่ามีแนวทางไหนน่าสนใจบ้าง


Raw Food อาหารพลังชีวิต

หลักการ : ทฤษฎีนี้เชื่อว่าอาหารสดมีเอนไซม์ช่วยย่อยอยู่ตามธรรมชาติ ถ้าเราปรุงด้วยความร้อน เอนไซม์นั้นจะถูกทำลาย ยิ่งกินอาหารปรุงสุกมาก ๆ ร่างกายจะต้องทำงานหนักจนเกิดปัญหาในระบบการย่อย ทำให้ขาดสารอาหาร แก่ก่อนวัย และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

กินอย่างไร : Raw Food เน้นผักสด ผลไม้ ต้นอ่อนของเมล็ดพืช โดยไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งทางเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีแป้งและน้ำตาล ไม่ใช้ความร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่เอนไซม์และแบคทีเรียที่ดีในอาหารยังไม่ถูกทำลายไป

ประโยชน์ที่ได้รับ : นอกเหนือจากจะได้รับสารอาหารและเอนไซม์ที่อยู่ในอาหารอย่างเต็มที่ ยังดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย และยังเป็นเหมือนการล้างสารพิษในร่างกายรูปแบบหนึ่งด้วย




กินแบบเมดิเตอร์เรเนียน ห่างไกลหลายโรค

หลักการ : มีผลการวิจัยระบุว่าประชากรแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นพวกที่มีสุขภาพดีที่สุดในยุโรป เหตุผลหลักส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเรื่องอาหาร อันประกอบด้วยปลา ผัก ผลไม้ น้ำมันมะกอกและถั่ว ซึ่งดีต่อหัวใจและสุขภาพร่างกาย

กินอย่างไร : ชาวเมดิเตอร์เรเนียนกินผักและผลไม้หลากหลายชนิดในแต่ละมื้อ กินเนื้อสัตว์ใหญ่น้อย แต่เน้นกินปลา อาหารทะเล ไก่ และถั่วชนิดต่าง ๆ ใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหาร ที่สำคัญไม่กินเมื้อใดมื้อหนึ่งมากเกินไป

ประโยชน์ที่ได้รับ : อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ รวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือดได้





กินแบบโอกินาวา สุขภาพดี

หลักการ : ชาวเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดในโลก พวกเขามีคำพูดติดปากเสมอว่า "กินอาหารเป็นยา" จึงคิดรอบคอบก่อนกิน หรือพูดง่าย ๆ ไม่ตามใจปาก รวมทั้งมีวัฒนธรรมการกินอาหารเกือบอิ่มที่เรียกว่า "ฮาราฮาชิบุ" หรือกินแค่ 8 ใน 10 ส่วน เน้นกินของที่หาได้ตามธรรมชาติและผ่านการปรุงน้อย

กินอย่างไร : ชาวโอกินาวาเน้นกินผักผลไม้ ปลา ทะเล บริโภคเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นมน้อยมาก ทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวน้อย กินเกลือก็น้อยมาก วันละไม่ถึง 3 ช้อนชา ซึ่งช่วยลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ดี และกินซุปมิโซะก่อนทุกมื้ออาหาร ช่วยเพิ่มพื้นที่ในกระเพาะอาหาร ทำให้กินได้ไม่มากและไม่อ้วน รวมทั้งกินข้าวแต่ละคำช้า ๆ เคี้ยวนาน ๆ ทำให้รับรู้รสชาติอาหารได้ดี และช่วยให้ไม่กินมากเกินไป

ประโยชน์ที่ได้รับ : กินแบบโอกินาวาจะกินแบบพอดี ๆ ไม่อิ่มจนเกินไป ทำให้ระบบการย่อยอาหารไม่ทำงานหนักเกินไป เมื่อกินน้อยจึงพอดีกับร่างกาย ทำให้ไม่อ้วน ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลไม่สูง




กินแบบหยิน-หยาง สร้างสมดุล

หลักการ : ตามติดความเชื่อของลัทธิเต๋า ทุกสิ่งบนโลกต้องมีของคู่กันเสมอเพื่อความสมดุล เช่นเดียวกับอาหารที่มีทั้งหยินและหยาง การเลือกกินอาหารจึงมีผลต่อสภาวะสมดุลของร่างกาย

กินอย่างไร : ในแต่ละมื้อควรเลือกอาหารที่มีทั้ง "หยิน" และ "หยาง" หรือมีความเป็นกรด-ด่างในสัดส่วนที่พอเหมาะ โดยร่างกายแต่ละคนจะมีความเป็นหยินหยางต่างกันไป ถ้ามีความเป็นหยินมาก ก็ควรเลือกกินอาหารประเภทหยางเพื่อให้ร่างกายสมดุล โดยอาหารประเภทหยิน คืออาหารที่เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้รู้สึกเย็นมีรสชาติเค็ม เปรี้ยว และขม รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วย การต้ม นึ่ง ตุ๋น ส่วนอาหารจำพวกหยาง คือ อาหารที่ให้ความร้อน มีรสชาติเผ็ด หวาน รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วยการย่าง ทอด รมควัน

ประโยชน์ที่ได้รับ : เมื่อหยินและหยางในร่างกายมีความสมดุล การเกิดโรคภัยและความเจ็บป่วย ก็จะน้อยลง






• กินแบบอายุเวท ดูแลองค์รวม

หลักการ : อายุรเวทเป็นศาสตร์การดูแลสุขภาพของอินเดียที่มีอายุหลายพันปี เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งกายและใจ สอดแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมและทุกช่วงเวลาของชีวิต การกินอาหารถือเป็นส่วนสำคัญหนึ่ง เพราะสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ถ้าไม่เลือกกินอาหารให้ดี ร่างกายจะเสียสมดุลและเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้

กินอย่างไร : การกินแบบอายุรเวทเน้นอาหารปรุงสดใหม่ และมีครบทั้ง 6 รสชาติ คือ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ขม เผ็ด โดยไม่ใช้สารปรุงแต่งรสชาติใด ๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรกินจนอิ่มเกินไป แต่กินเพียงครึ่งท้อง แล้วเติมด้วยน้ำดื่มอีก ¼ ส่วน และเหลือที่ว่างไว้ สำหรับการย่อยอาหาร หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นก่อนหรือระหว่างกินอาหาร และไม่กินผลไม้ทันทีหลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะกล้วยสุก และมะม่วงสุก เพราะเป็นการสร้างน้ำหนักให้ร่างกาย และร่างกายจะอมน้ำ

ประโยชน์ที่ได้รับ : เมื่อร่างกายได้รับพลังงานจากการกินอาหารที่ดี ก็จะมีสมดุลและห่างไกลโรคภัย
แต่ละแนวการกินเพื่อสุขภาพที่เรานำมาฝากกัน มีแนวทางปฏิบัติและประโยชน์แตกต่างกันไป ลองเลือกแบบที่ "ชอบ" และ "ใช่" ไปใช้ดู แล้วสุขภาพดี ๆ จะเป็นของคุณได้ไม่ยากเลย

 

 

ขอบคุณที่มาจาก นิตยสาร Modern Mom

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี , , 5 , สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
21 ตุลาคม วันรักต้นไม้แห่งชาติ☕ คลิกอ่านเลย
21 ตุลาคม วันรักต้นไม้แห่งชาติ
เปิดอ่าน 8,771 ครั้ง
10 นวัตกรรมออกแบบ แปลกใหม่-ไฮเทคแห่งปี 52☕ คลิกอ่านเลย
10 นวัตกรรมออกแบบ แปลกใหม่-ไฮเทคแห่งปี 52
เปิดอ่าน 8,386 ครั้ง
จัดฮวงจุ้ย . . . รับโชคปี 52 สู้วัวกระทิงเลือด ☕ คลิกอ่านเลย
จัดฮวงจุ้ย . . . รับโชคปี 52 สู้วัวกระทิงเลือด
เปิดอ่าน 8,915 ครั้ง
เทคนิคนวดผมพาเพลิน☕ คลิกอ่านเลย
เทคนิคนวดผมพาเพลิน
เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง
หมอเตือนเชื้อปนเปื้อน"ข้าวมันไก่"ถึงตาย ระบุ ทั้งเนื้อไก่และเลือดไก่บูดเน่าได้ง่าย ☕ คลิกอ่านเลย
หมอเตือนเชื้อปนเปื้อน"ข้าวมันไก่"ถึงตาย ระบุ ทั้งเนื้อไก่และเลือดไก่บูดเน่าได้ง่าย
เปิดอ่าน 8,403 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือเตรียมสอบครูผู้ช่วยเคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือเตรียมสอบครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 12,929 ครั้ง
นั่งหน้าคอมฯ นาน ๆ อาจตายได้!นั่งหน้าคอมฯ นาน ๆ อาจตายได้!
เปิดอ่าน 11,354 ครั้ง
เทคนิคบริหารหน้าท้องให้เพรียวสวยเทคนิคบริหารหน้าท้องให้เพรียวสวย
เปิดอ่าน 9,762 ครั้ง
อนาคตหนังสือเรียนไทยในยุคก้าวไกลของ ITอนาคตหนังสือเรียนไทยในยุคก้าวไกลของ IT
เปิดอ่าน 20,914 ครั้ง
ไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุน น้ำมะเขือเทศช่วยได้ไม่อยากเป็นโรคกระดูกพรุน น้ำมะเขือเทศช่วยได้
เปิดอ่าน 13,441 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ