ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี

5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 เม.ย. 2557 เปิดอ่าน : 7,592 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี

Advertisement

5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี (Modern Mom)
เรื่อง : Sexy, Naughty, Healthy


หากรอให้ป่วยไข้ก็อาจสายไปเสียแล้ว สมัยนี้เทรนด์การดูแลสุขภาพก่อนป่วยจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับแนวการกินเพื่อสุขภาพที่เกิดตามมาอย่างมากมาย มาดูกันนะคะว่ามีแนวทางไหนน่าสนใจบ้าง


Raw Food อาหารพลังชีวิต

หลักการ : ทฤษฎีนี้เชื่อว่าอาหารสดมีเอนไซม์ช่วยย่อยอยู่ตามธรรมชาติ ถ้าเราปรุงด้วยความร้อน เอนไซม์นั้นจะถูกทำลาย ยิ่งกินอาหารปรุงสุกมาก ๆ ร่างกายจะต้องทำงานหนักจนเกิดปัญหาในระบบการย่อย ทำให้ขาดสารอาหาร แก่ก่อนวัย และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

กินอย่างไร : Raw Food เน้นผักสด ผลไม้ ต้นอ่อนของเมล็ดพืช โดยไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งทางเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีแป้งและน้ำตาล ไม่ใช้ความร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่เอนไซม์และแบคทีเรียที่ดีในอาหารยังไม่ถูกทำลายไป

ประโยชน์ที่ได้รับ : นอกเหนือจากจะได้รับสารอาหารและเอนไซม์ที่อยู่ในอาหารอย่างเต็มที่ ยังดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย และยังเป็นเหมือนการล้างสารพิษในร่างกายรูปแบบหนึ่งด้วย




กินแบบเมดิเตอร์เรเนียน ห่างไกลหลายโรค

หลักการ : มีผลการวิจัยระบุว่าประชากรแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นพวกที่มีสุขภาพดีที่สุดในยุโรป เหตุผลหลักส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเรื่องอาหาร อันประกอบด้วยปลา ผัก ผลไม้ น้ำมันมะกอกและถั่ว ซึ่งดีต่อหัวใจและสุขภาพร่างกาย

กินอย่างไร : ชาวเมดิเตอร์เรเนียนกินผักและผลไม้หลากหลายชนิดในแต่ละมื้อ กินเนื้อสัตว์ใหญ่น้อย แต่เน้นกินปลา อาหารทะเล ไก่ และถั่วชนิดต่าง ๆ ใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหาร ที่สำคัญไม่กินเมื้อใดมื้อหนึ่งมากเกินไป

ประโยชน์ที่ได้รับ : อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ รวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือดได้





กินแบบโอกินาวา สุขภาพดี

หลักการ : ชาวเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดในโลก พวกเขามีคำพูดติดปากเสมอว่า "กินอาหารเป็นยา" จึงคิดรอบคอบก่อนกิน หรือพูดง่าย ๆ ไม่ตามใจปาก รวมทั้งมีวัฒนธรรมการกินอาหารเกือบอิ่มที่เรียกว่า "ฮาราฮาชิบุ" หรือกินแค่ 8 ใน 10 ส่วน เน้นกินของที่หาได้ตามธรรมชาติและผ่านการปรุงน้อย

กินอย่างไร : ชาวโอกินาวาเน้นกินผักผลไม้ ปลา ทะเล บริโภคเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นมน้อยมาก ทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวน้อย กินเกลือก็น้อยมาก วันละไม่ถึง 3 ช้อนชา ซึ่งช่วยลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ดี และกินซุปมิโซะก่อนทุกมื้ออาหาร ช่วยเพิ่มพื้นที่ในกระเพาะอาหาร ทำให้กินได้ไม่มากและไม่อ้วน รวมทั้งกินข้าวแต่ละคำช้า ๆ เคี้ยวนาน ๆ ทำให้รับรู้รสชาติอาหารได้ดี และช่วยให้ไม่กินมากเกินไป

ประโยชน์ที่ได้รับ : กินแบบโอกินาวาจะกินแบบพอดี ๆ ไม่อิ่มจนเกินไป ทำให้ระบบการย่อยอาหารไม่ทำงานหนักเกินไป เมื่อกินน้อยจึงพอดีกับร่างกาย ทำให้ไม่อ้วน ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลไม่สูง




กินแบบหยิน-หยาง สร้างสมดุล

หลักการ : ตามติดความเชื่อของลัทธิเต๋า ทุกสิ่งบนโลกต้องมีของคู่กันเสมอเพื่อความสมดุล เช่นเดียวกับอาหารที่มีทั้งหยินและหยาง การเลือกกินอาหารจึงมีผลต่อสภาวะสมดุลของร่างกาย

กินอย่างไร : ในแต่ละมื้อควรเลือกอาหารที่มีทั้ง "หยิน" และ "หยาง" หรือมีความเป็นกรด-ด่างในสัดส่วนที่พอเหมาะ โดยร่างกายแต่ละคนจะมีความเป็นหยินหยางต่างกันไป ถ้ามีความเป็นหยินมาก ก็ควรเลือกกินอาหารประเภทหยางเพื่อให้ร่างกายสมดุล โดยอาหารประเภทหยิน คืออาหารที่เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้รู้สึกเย็นมีรสชาติเค็ม เปรี้ยว และขม รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วย การต้ม นึ่ง ตุ๋น ส่วนอาหารจำพวกหยาง คือ อาหารที่ให้ความร้อน มีรสชาติเผ็ด หวาน รวมถึงอาหารที่ปรุงด้วยการย่าง ทอด รมควัน

ประโยชน์ที่ได้รับ : เมื่อหยินและหยางในร่างกายมีความสมดุล การเกิดโรคภัยและความเจ็บป่วย ก็จะน้อยลง






• กินแบบอายุเวท ดูแลองค์รวม

หลักการ : อายุรเวทเป็นศาสตร์การดูแลสุขภาพของอินเดียที่มีอายุหลายพันปี เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งกายและใจ สอดแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมและทุกช่วงเวลาของชีวิต การกินอาหารถือเป็นส่วนสำคัญหนึ่ง เพราะสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ถ้าไม่เลือกกินอาหารให้ดี ร่างกายจะเสียสมดุลและเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้

กินอย่างไร : การกินแบบอายุรเวทเน้นอาหารปรุงสดใหม่ และมีครบทั้ง 6 รสชาติ คือ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ขม เผ็ด โดยไม่ใช้สารปรุงแต่งรสชาติใด ๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรกินจนอิ่มเกินไป แต่กินเพียงครึ่งท้อง แล้วเติมด้วยน้ำดื่มอีก ¼ ส่วน และเหลือที่ว่างไว้ สำหรับการย่อยอาหาร หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นก่อนหรือระหว่างกินอาหาร และไม่กินผลไม้ทันทีหลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะกล้วยสุก และมะม่วงสุก เพราะเป็นการสร้างน้ำหนักให้ร่างกาย และร่างกายจะอมน้ำ

ประโยชน์ที่ได้รับ : เมื่อร่างกายได้รับพลังงานจากการกินอาหารที่ดี ก็จะมีสมดุลและห่างไกลโรคภัย
แต่ละแนวการกินเพื่อสุขภาพที่เรานำมาฝากกัน มีแนวทางปฏิบัติและประโยชน์แตกต่างกันไป ลองเลือกแบบที่ "ชอบ" และ "ใช่" ไปใช้ดู แล้วสุขภาพดี ๆ จะเป็นของคุณได้ไม่ยากเลย

 

 

ขอบคุณที่มาจาก นิตยสาร Modern Mom

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี , , 5 , สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
8 วิธีกำจัดขาโต๊ะสนุ้ก

8 วิธีกำจัดขาโต๊ะสนุ้ก
เปิดอ่าน 8,572 ครั้ง
คลิกอ่าน!
รวยด้วยมรรค 8

รวยด้วยมรรค 8
เปิดอ่าน 7,960 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
งานประเพณีรับบัว 2552☕ คลิกอ่านเลย
งานประเพณีรับบัว 2552
เปิดอ่าน 11,772 ครั้ง
13 เรื่องจริงของสุนัขที่คุณอาจยังไม่เคยรู้☕ คลิกอ่านเลย
13 เรื่องจริงของสุนัขที่คุณอาจยังไม่เคยรู้
เปิดอ่าน 7,906 ครั้ง
ตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพ☕ คลิกอ่านเลย
ตำแหน่ง "สิว" บอกสุขภาพ
เปิดอ่าน 9,370 ครั้ง
สโลว์ฟู้ด อาหารสำหรับคนอยากผอม☕ คลิกอ่านเลย
สโลว์ฟู้ด อาหารสำหรับคนอยากผอม
เปิดอ่าน 12,005 ครั้ง
ระวังตกเป็นคนนิสัยเสียโดยไม่รู้ตัว☕ คลิกอ่านเลย
ระวังตกเป็นคนนิสัยเสียโดยไม่รู้ตัว
เปิดอ่าน 6,816 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีเซ็นรับรองสำเนาอย่างปลอดภัยวิธีเซ็นรับรองสำเนาอย่างปลอดภัย
เปิดอ่าน 23,892 ครั้ง
ระบบการศึกษา กุญแจความสำเร็จของเกาหลีระบบการศึกษา กุญแจความสำเร็จของเกาหลี
เปิดอ่าน 12,131 ครั้ง
คลิปข่าวทุจริตสอบครู จากรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ 10 มี.ค.2556คลิปข่าวทุจริตสอบครู จากรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ 10 มี.ค.2556
เปิดอ่าน 14,731 ครั้ง
สะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษผ่านทางโทรศัพท์แล้วฟังกันไม่รู้เรื่องใช่มั๊ย เรามีทางช่วยสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษผ่านทางโทรศัพท์แล้วฟังกันไม่รู้เรื่องใช่มั๊ย เรามีทางช่วย
เปิดอ่าน 9,938 ครั้ง
"รางวัลให้ครู""รางวัลให้ครู"
เปิดอ่าน 13,805 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ