ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สำหรับนักเร

บทคัดย่อ

รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) 4) เพื่อหาประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2562 จำนวน 10 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เฉพาะครูที่สอนคณิตศาสตร์เท่านั้น 2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนห้วยข่าพิทยาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1 ฉบับ 23 ข้อ ค่าความเหมาะสมเท่ากับ 4.61 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง

0.20-0.80 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.9537 2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน ค่าความเหมาะสมเท่ากับ 5.00 3) แบบฝึกทักษะ จำนวน 10 ชุด ค่าความเหมาะสมเท่ากับ 4.31 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20 - 0.80 ค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.8237 และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 1 ฉบับ 21 ข้อ ค่าความเหมาะสมเท่ากับ 4.52 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.8727 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยสอบถามปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pre-test Post-test Design ทดสอบกลุ่มตัวอย่างก่อนเรียน (Pre-test) ทำการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ทดสอบย่อยระหว่างเรียน และทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (Post-test) สอบถามความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ IOC วิเคราะห์ค่าความสอดคล้องของแบบทดสอบ ใช้สถิติหาค่าอำนาจจำแนก (B) ค่าความยากง่าย (p) ตามวิธีของแบรนแนน (Brennan) ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ (rcc) ตามวิธีของโลเวท (Lovett) ใช้สถิติ E1/ E2 หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ใช้สถิติหาค่าอำนาจจำแนกของแบบสอบถามปัญหาการสอนคณิตศาสตร์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ใช้สถิติหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับวิธี Item–total Correlation ใช้สูตรสหสัมพันธ์อย่างง่ายของ Pearson ใช้สถิติ t-test วิเคราะห์สมมติฐานเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน และเปรียบเทียบความพึงพอใจก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้สถิติ E.I. วิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ และใช้สถิติพื้นฐานวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ( x-ba) ร้อยละ (P) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า

1. การศึกษาปัญหาการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า โดยรวมทุกสถานะมีปัญหาอยู่ในระดับมาก ( =4.00) เมื่อพิจารณาเป็นรายสถานะ พบว่า สถานะที่มีปัญหามากที่สุดได้แก่ ครูที่มีประสบการณ์การทำงาน 1-5 ปี ( =4.48) รองลงมาได้แก่สถานะครูเพศชาย ( =4.13) ส่วนสถานะที่มีปัญหาน้อยที่สุดได้แก่ สถานะครูเพศหญิง ( =3.52)

โดยรวมของทุกด้านมีปัญหาอยู่ในระดับมาก ( =4.01) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ครูเพศชายมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านหลักสูตร มากที่สุด ( =4.15) ครูเพศหญิงมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านประเมินผลการเรียนรู้มากที่สุด ( =3.62) ครูที่จบปริญญาตรีมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านสื่อการเรียนรู้/เทคโนโลยี/นวัตกรรมมากที่สุด ( =4.35) ครูที่จบสูงกว่าปริญญาตรีมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนทุกด้าน ( =4.20) ครูที่มีประสบการณ์การทำงาน 1-5 ปี มีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านประเมินผลการเรียนรู้มากที่สุด ( =4.20) ครูที่มีประสบการณ์การทำงาน 6-10 ปี มีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านหลักสูตรมากที่สุด ( =4.68) โรงเรียนขนาดเล็กมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านสื่อการเรียนรู้/เทคโนโลยี/นวัตกรรมมากที่สุด ( =3.85) โรงเรียนขนาดกลางมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านสื่อการเรียนรู้/เทคโนโลยี/นวัตกรรมมากที่สุด ( =4.02) ครูที่เคยได้รับรางวัลมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านประเมินผลการเรียนรู้มากที่สุด ( =4.00) และครูที่ไม่เคยได้รับรางวัลมีปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้านการจัดการเรียนรู้/การจัดกิจกรรมการเรียนรู้มากที่สุด( =3.96)

2. การพัฒนาแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 พบว่า

2.1 โดยรวมแผนการจัดการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 80.11 คิดเป็นร้อยละ 78.05 เมื่อพิจารณาเป็นรายแผนการจัดการเรียนรู้ พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.16 คิดเป็นร้อยละ 79.49 รองลงมาได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.11 คิดเป็นร้อยละ 78.79 ส่วนแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1, 2 และ 4 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.89 คิดเป็นร้อยละ 76.92

2.2 ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเท่ากับ E1 = 78.84/E2 =76.32 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายแบบฝึกทักษะ พบว่า แบบฝึกทักษะที่นักเรียนได้คะแนนมากที่สุด ได้แก่ แบบฝึกทักษะชุดที่ 3 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.97 คิดเป็นร้อยละ 79.74 รองลงมาได้แบบฝึกทักษะชุดที่ 10 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.95 คิดเป็นร้อยละ 79.47 ส่วนชุดที่นักเรียนได้คะแนนต่ำสุดได้แก่แบบฝึกทักษะชุดที่ 6 และชุดที่ 9 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.82 คิดเป็นร้อยละ 78.16 เท่ากันทั้ง 2 ชุด

2.3 ประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะเท่ากับ 0.6607 แสดงว่าแบบฝึกทักษะ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชุดนี้ทำให้นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 66.07 สูงกว่าเกณฑ์ที่ยอมรับได้

3. การทดลองใช้แบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้จากการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนทดสอบนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งเอาไว้

4. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการเรียนการสอน เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยใช้แบบฝึกทักษะแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)

พบว่า โดยรวมความพึงพอใจของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ =4.24)และโดยรวมความพึงพอใจของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ ปานกลาง (x-ba =2.88) เมื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งเอาไว้

โพสต์โดย นางสุติมา อินถวา : [17 เม.ย. 2563 เวลา 13:33 น.]
อ่าน [1858] ไอพี : 223.206.244.192
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ