ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 11 วิธีปรับตัวเองให้เป็นคนรักงาน

11 วิธีปรับตัวเองให้เป็นคนรักงาน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 9 ส.ค. 2553 เปิดอ่าน : 10,180 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

1. ไม่ควรพูดโผงผางหรือตะโกนร้อง

          อย่าทำแบบนี้ในสถานที่ทำงานเลย คุณเคยได้ยินคำพูดที่ บอกไว้หรือเปล่าว่า บุคคลที่น่าจะได้ยินเราบ่นเรื่องการ ทำงาน น่าจะเป็นแฟน หรือสมาชิกในครอบครัวมากกว่า

          วิธีการ เรื่องนี้สามารถทำได้ แต่ให้อยู่ในกรอบแห่งความเหมาะสม คงจะไม่ดีแน่ หากคุณตะโกนร้องในสำนักงานว่า คุณเครียดและเบื่อการทำงานเต็มที คุณควรจะหยิบยกเรื่องนี้ พูดคุยกับเพื่อนสนิท กับคู่ชีวิต หรือกับสมาชิกในครอบครัว น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า พูดง่ายๆ ก็คือไม่ควรเก็บเรื่องราวนี้ไว้ในใจแต่เพียงคนเดียว

2. ตระหนักอยู่เสมอว่า ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง

          เป็นเรื่องง่ายถ้าคุณจะคิดว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเสมอ ไม่มีอะไรที่แน่นอน ทว่าเรื่องนี้ก็ไม่จริงเสมอไปเหมือนกัน เพราะยังมีพนักงานอีกหลายคนที่เกิดความคาดหวังว่าอยากทำงานในองค์กรใดองค์กร หนึ่งนานๆ มีการเติบโตในหน้าที่การงานที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญก็คือพวกเขาต้องการความมั่นคงในชีวิต และมองว่างานที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงในชีวิต คุณ

          วิธีการ ให้คุณปรับความคิดของคุณเสียใหม่ มองว่าทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ไม่มีอะไรที่จะเป็นแบบนี้ตลอดไป เช่นเดียวกับงานของคุณ หากวันนี้คุณศึกษาเรื่องงานอย่าง จริงจัง และใส่ใจกับรายละเอียดของการทำงาน การเปลี่ยนแปลง ที่อาจจะเกิดขึ้นกับคุณ นั่นก็คือคุณย่อมจะก้าวหน้าในการทำงาน หรือการได้รับโอกาสดีๆ ในการทำงานมากยิ่งขึ้น

3. รู้จักการให้เวลากับตัวเอง

          ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม คุณจะยังคงใส่ใจและแบ่งเวลาไว้สำหรับการทำงาน การรับประทานอาหาร นอนหลับให้เป็นปกติ ไม่ใช่หวั่นวิตกแต่เรื่องงานมากเกินไป จนทำให้คุณนอนไม่หลับ

          วิธีการ ถามตัวเองว่าคุณชอบทำกิจกรรมแบบไหน ลองทำกิจกรรมที่คุณชอบดู เป็นอะไรก็ตาม ตั้งแต่การทำงานอดิเรกที่คุณรัก ไปจนถึงการอ่านหนังสือพิมพ์ ลองนำสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์เป็นกิจกรรมประจำวันของคุณในชีวิตประจำวันให้ ได้

4. เพิ่มสีสันแห่งความสุขเข้าไปในชีวิตการทำงาน

          เชื่อเถอะ ไม่มีใครหรอกที่จะนั่งทำงานในสำนักงานตลอดเวลา ลองมองหาเวลาว่างจากการทำงานในแต่ละวันไปออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมอื่นเสียบ้าง เช่น เข้าห้องสมุด ไปห้องฟิตเนส ฯลฯ รับรองคุณจะรักที่ทำงานมากขึ้น

          วิธีการ - ตรวจดูว่ากีฬาโปรดของคุณคืออะไร หรือไม่ก็อาจจะหาเวลาฟังเพลงในช่วงที่คุณอยู่ว่างๆ หรือไม่ก็หาเวลาว่างๆ ออกไปรับประทานอาหารกลางวันนอกบ้าน แล้วคุณจะเกิดความรู้สึกว่าคุณชอบทำงานที่นี่ และความรักงานก็จะตามมาเอง เพราะทำให้คุณมีเวลาส่วนตัวสำหรับทำกิจกรรมส่วนตัวของคุณได้เหมือนเดิม

5. มีอารมณ์ขัน

          คงต้องใช้คำพูดแบบเดิมที่พูดกันมานานแล้วว่า อารมณ์ขันเป็นยาวิเศษสุด บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างมีความเชื่อว่า การมีอารมณ์ขัน หรือการยิ้มแย้มแจ่มใสเสียบ้างนั้น จะทำให้คุณ เกิดศักยภาพในการพัฒนาทักษะ สำหรับรับมือกับปัญหา หรือ สถานการณ์รอบตัวในชีวิตประจำวัน

          วิธีการ ลองเริ่มต้นเพิ่มอารมณ์ขันในแต่ละวันของคุณเท่า ที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรก็ลองชมภาพยนตร์ หรือละครแนวสนุก เบาสมอง หรือจะเป็นรายการตลกก็ได้

6. นึกถึงชีวิตนอกที่ทำงานเสียบ้าง

          ถ้าในแต่ละวันคุณใช้เวลาทำงานยาวนานถึง 8 ชั่วโมง (หรืออาจจะมากกว่า) ส่วนเวลาสำหรับการนอนอยู่ที่ 8 ชั่วโมง ลองคิดเล่นๆ ดู หากคุณใช้เวลายาวนานในการทำงานที่สำนักงานนานจนเกินไป นั่นแสดงว่าองค์กรกำลังแย่งเวลาส่วนตัวของคุณอยู่!

          วิธีการ ลองนึกถึงครอบครัว และเพื่อนๆ ของคุณดูบ้าง คุณไม่ได้พบพวกเขานานเท่าไหร่แล้ว ลองเริ่มต้นด้วยการแบ่งเวลา กลับไปรับประทานอาหารค่ำกับคุณพ่อและคุณแม่ หรือญาติพี่น้องเสียบ้าง การฝังตัวอยู่ในที่ทำงาน หรือนั่งทำงานในบ้านนานเกินไป อาจทำให้สักวันหนึ่งคุณเริ่มหมดความอดทนที่จะรักงานนี้ก็ได้

7. ทำตัวเป็นพนักงานที่ดี


          คงต้องใช้คำพูดเดิมที่ว่าให้คุณพยายามทำงานอย่างสุดความสามารถที่สุดเท่าที่ จะทำได้ ในเมื่อคุณเลือกสมัครมาในตำแหน่งนี้แล้ว

          วิธีการ ถ้าทางองค์กรได้เสนอโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการ อบรมเพื่อพัฒนาทักษะการทำงานให้คุณ คุณไม่ควรจะรอช้า ให้คุณลงมือสมัครเพื่อเข้ารับการอบรมในทันที เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะการทำงานของคุณให้เพิ่มขึ้น เมื่อมีทักษะมากขึ้น คุณจะรู้สึกว่าทำงานได้อย่างคล่องตัว และไม่รู้สึกท้อแท้กับการทำงาน

8. อย่าโทษงานของคุณ

          หากว่าคุณคิดจะโทษอะไรก็ตาม คงต้องหาเหตุผลหน่อย บางคนก็โทษว่างานแย่งเวลาคุณไปหมด จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับการแบ่งเวลาของคุณต่างหาก

          วิธีการ อย่านำเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวมาเชื่อมโยงกัน มีเรื่องอะไรก็โทษงานไปเสียทั้งหมด ทำแบบนี้คุณจะเกิดความรู้สึกทุกข์ใจ และไม่มีความสุข ลองปรับเปลี่ยนทัศนคติ และลองแบ่งเวลาการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวเสียใหม่ แล้วคุณจะพบว่าการทำงานไม่ใช่อุปสรรคต่อการใช้ชีวิตส่วนตัวของคุณเลย

9. เรียนรู้ที่จะมีกิจกรรมในที่ทำงาน

          คิดว่าเพื่อนร่วมงานก็คงจะรู้สึกเหมือนคุณนั่นแหละ ที่อยากจะหาอะไรทำเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นที่ทำงาน

          วิธีการ ลองเสนอกิจกรรมใหม่ๆ ทำในที่ทำงาน หรือมองหากิจกรรมที่น่าสนใจดู ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจนัดเพื่อนๆ ไปเล่นโบว์ลิ่งกันในค่ำคืนหนึ่ง ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ ในที่ทำงานบ้าง หรือไม่ก็จัดปาร์ตี้หลังงาน ฯลฯ

10. ตั้งเป้าหมายเรื่องการทำงานเพื่อตัวคุณเอง

          วิธีการที่ดีที่สุดที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งวิกฤตในชีวิตได้ นั่นคือคุณมีเป้าหมายเรื่องการทำงานอยู่ในใจแล้ว

          วิธีการ ให้คุณเริ่มกำหนดเป้าหมายไว้ในใจเลยว่า คุณจะ ทำงานที่นี่ไปอีกเป็นเวลากี่ปี โอกาสก้าวหน้าในการทำงานเป็น อย่างไรบ้าง หรือทำงานไปสักกี่ปีแล้วจะลองไปทำธุรกิจส่วนตัว การมีเป้าหมายที่จะทำให้คุณมองตรงไปยังเบื้องหน้า มองเห็น ทิศทางในอนาคตของคุณ

11. มองหาความช่วยเหลือจากมืออาชีพ


          ในผลงานวิจัยเรื่องหนึ่งเคยระบุไว้ว่า มีชาวอเมริกันมากกว่า 19 ล้านคน (รวมถึงเจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับสูง) ที่ต้องเผชิญกับภาวะความตึงเครียดและภาวะความกดดัน เพราะฉะนั้น เรื่องความเครียดและความกดดันเป็นเรื่องธรรมดาเสียจริง อย่าได้หวั่นวิตกไป เพราะนักบริหารมืออาชีพทั้งหลายก็ประสบกับภาวะเช่นนี้เหมือนกัน

          วิธีการ เมื่อคุณพบว่าในที่สุดแล้ว ปัญหาการทำงานของคุณเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ ให้คุณลองมองหาผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถเพื่อมาบริหารองค์กรของคุณดู มีบรรดาบริษัทหลายแห่งที่เห็นสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีที่ว่า พนักงานที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขในการทำงาน ย่อมจะกลายเป็นพนักงานที่มีคุณภาพไปโดยปริยาย เป็นเรื่องน่าท้าทาย ให้คุณได้พิสูจน์ว่าเป็นจริงหรือไม่

          ในชีวิตจริงถ้าเป็นไปได้ให้ลองทำงานตั้งแต่เวลา 09.00– 17.00 น. เมื่อเลิกงานอาจจะไปชมภาพยนตร์สักรอบ หรือไม่ก็ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส หรือออกไปรับประทานอาหารค่ำกับกลุ่มเพื่อน แล้วคุณจะพบว่าความสุขจากการใช้ชีวิตส่วนตัวนั้นมีจริง และคุณสามารถทำให้เกิดขึ้นได้

          คุณไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาทุกอย่างในที่ทำงานได้ สิ่งที่คุณ สามารจะทำได้ก็คือการพยายามแก้ปัญหาในที่ทำงานให้อยู่ใน ลิมิตและศักยภาพของคุณที่พอจะทำได้ งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คุณ และงานทำให้ชีวิตคุณมีความหมาย แล้วแบบนี้คุณจะไม่ลองปรับทัศนคติ ปรับความคิด มาเป็นคนรุ่นใหม่ผู้รักการทำงานกัน ดีกว่า

ขอบคุณความรู้จาก  teenee.com

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 11 วิธีปรับตัวเองให้เป็นคนรักงาน , , 11 , วิธีปรับตัวเองให้เป็นคนรักงาน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?

"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?
เปิดอ่าน 6,668 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เปลือกไข่ช่วยให้ผ้าขาว

เปลือกไข่ช่วยให้ผ้าขาว
เปิดอ่าน 12,684 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน☕ คลิกอ่านเลย
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน
เปิดอ่าน 2,163 ครั้ง
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี☕ คลิกอ่านเลย
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี
เปิดอ่าน 2,780 ครั้ง
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency
เปิดอ่าน 2,827 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 7,802 ครั้ง
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?☕ คลิกอ่านเลย
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?
เปิดอ่าน 4,948 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

โปรแกรมการวิเคราะห์การหาค่า t score เหมาะสำหรับทำผลงานวิชาการเกณฑ์ใหม่โปรแกรมการวิเคราะห์การหาค่า t score เหมาะสำหรับทำผลงานวิชาการเกณฑ์ใหม่
เปิดอ่าน 256,353 ครั้ง
บางอ้อ : ครูพันธุ์ใหม่ หัวใจไฮเทคบางอ้อ : ครูพันธุ์ใหม่ หัวใจไฮเทค
เปิดอ่าน 6,816 ครั้ง
สาววัย 27 ปีบริจาคตับช่วยชีวิตครูวัย 57 ปี เพราะซาบซึ้งบุญคุณที่เคยสอนสาววัย 27 ปีบริจาคตับช่วยชีวิตครูวัย 57 ปี เพราะซาบซึ้งบุญคุณที่เคยสอน
เปิดอ่าน 12,100 ครั้ง
12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว 12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว
เปิดอ่าน 5,908 ครั้ง
ไม้มงคลประจำวันเกิด ปลูกเสริมโชคลาภไม้มงคลประจำวันเกิด ปลูกเสริมโชคลาภ
เปิดอ่าน 12,398 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ