ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ที่ เน้นโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการจัดการเรียนแบบร่วมมือกันเร

หัวข้องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ที่

เน้นโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการจัดการเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้

(Cooperative Learning) เพื่อส่งเสริมการจัดทำโครงงานและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา

วิทยาศาสตร์เรื่อง พลังงานความร้อน ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้วิจัย ไพรินทร์ สุขโข

ปีการศึกษา 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นลักษณะของการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อพัฒนาและประเมิน

ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ที่เน้นโครงสร้าง

ทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการจัดการเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (Cooperative Learning) ให้มี

ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 2) เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้

โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ที่เน้นโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการจัดการ

เรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (Cooperative Learning) ดังนี้(1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์

เรื่อง พลังงานความร้อน ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้(2) ประเมินความสามารถในการจัดทำโครงงาน

หลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ (3) ประเมินความสามารถด้านทักษะกระบวนการของนักเรียนหลังการใช้รูปแบบ

การจัดการเรียนรู้และ (4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้กลุ่มตัวอย่างคือ

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2562โรงเรียนเทศบาลวัดโชค (ธรรม

เสนานีวรคุณ) สังกัดเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีจำนวน 21 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ

วิจัยประกอบด้วย 1) ประเด็นสนทนากลุ่มกับนักเรียน 2) ประเด็นสนทนากลุ่มกับครูวิทยาศาสตร์3)

แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานความร้อน 5) แบบประเมินความสามารถในการจัดทำโครงงาน 6) แบบ

ประเมินความสามารถด้านทักษะกระบวนการ และ 7) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหา

ค่าสถิติร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (

X

) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การหาค่าประสิทธิภาพ E1/E2 ของนวัตกรรม

การหาค่าทีแบบไม่อิสระ (t - test for dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

สรุปผลการวิจัย

1. การพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน

ร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ที่เน้นโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการ

จัดการเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (Cooperative Learning) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่

กำหนด 80/80 ปรากฏผล ดังนี้

1.1 ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า

ความคิดเห็นของนักเรียนในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จคือ ครูควรมีการตั้งคำถาม

ถามโดยใช้คำที่ง่ายต่อการเข้าใจ มีการทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม ทำกิจกรรมมากกว่าการบรรยาย โดยมีสื่อ

เครื่องมือ อุปกรณ์ที่เพียงพอ ครูควรกำหนดระยะเวลาให้เหมาะสมกับกิจกรรม และอนุญาตให้นักเรียนใช้

เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูลขณะเรียนได้ ควรมีขนาดห้องเรียนขนาดใหญ่ มีพัดลม แสง ที่เพียงพอ ครูมี

ความเป็นกันเองกับนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเมื่อเกิดข้อสงสัยได้และใช้สื่อหลากหลายที่มีทั้ง

ภาพและเสียง ครูมีการจัดการเรียนรู้โดยการทดลองหรือโครงงานอย่างเป็นระบบ มีการประเมินผลในระหว่าง

และหลังการจัดการเรียนรู้และแจ้งให้นักเรียนทราบความก้าวหน้า และข้อบกพร่องของตนเอง วิธีการประเมิน

คือ ประเมินกิจกรรมกลุ่ม ภาระงาน ถาม-ตอบ แบบทดสอบ ในขณะที่ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์มีความเห็นว่า

องค์ประกอบของร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ที่เน้น

โครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการจัดการเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (Cooperative

Learning) มีความเหมาะสม มีหัวข้อและรายละเอียดครบถ้วน ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดการ

เรียนรู้และภาพของโมเดลมีความเชื่อมโยงในแต่ละขั้นตอน กระบวนการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมและมี

ความต่อเนื่องสอดคล้องกัน การจัดการเรียนรู้นำไปสู่การพัฒนาความคิดขั้นสูงได้ การนำสื่อและเทคโนโลยี

ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ตามร่างรูปแบบมีความเหมาะสม วิธีการประเมินผล สามารถเสริมสร้างความสามารถ

ในการจัดทำโครงงานและความสามารถด้านทักษะกระบวนการของนักเรียนได้และเห็นด้วยกับการนำรูปแบบ

การจัดการเรียนรู้นี้ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความเห็นว่า

ด้านเนื้อหาสาระที่เหมาะสมในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ควรเป็นเนื้อหาตามหลักวิชาการที่ตรงตาม

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตร นักเรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์ได้

เห็นด้วยกับการเน้นการสอนโดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ โดยขอให้เปิดโอกาสให้

นักเรียนเป็นผู้คิดเกี่ยวกับโครงงานเอง และใช้สื่อการสอนที่สนองต่อการเรียนรู้ของนักเรียนที่เป็นรูปธรรมได้

ส่วนองค์ประกอบของรูปแบบควรมีทั้งองค์ประกอบเชิงโครงสร้าง องค์ประกอบเชิงกระบวนการ และควร

กำหนดเงื่อนไขในการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ไปใช้ให้ประสบความสำเร็จ ด้านแผนการจัดการเรียนรู้ควร

แยกเนื้อหาออกเป็นเรื่องย่อย ๆ มี ใบความรู้เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน การวัดผลและประเมินผล ควรมีทั้ง

แบบทดสอบ และแบบสังเกตพฤติกรรม

1.2 ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า รูปแบบมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1)

องค์ประกอบเชิงโครงสร้าง ประกอบด้วย หลักการ แนวคิด ทฤษฎี และวัตถุประสงค์2) โครงสร้างเชิง

กระบวนการ ประกอบด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้(SCASAEK Model) ซึ่งมี 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้น

กระตุ้นผู้เรียน (Stimulation) ขั้นที่ 2 ขั้นสร้างองค์ความรู้ (Construction) ขั้นที่ 3 ขั้นวิเคราะห์และลงข้อสรุป

(Analysis and Summarization) ขั้นที่ 4 ขั้นประยุกต์ใช้ (Application) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล

(Evaluation) ขั้นที่ 6 ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) และการวัดและประเมินผล และ 3)

เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ

1.3 ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รูปแบบฉบับร่างมีค่าความ

สอดคล้องเชิงโครงสร้างและกระบวนการด้านความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี ค่าความเป็นไปได้และค่าความ

เหมาะสมและสอดคล้องของรูปแบบ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

1.4 ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิคการสืบเสาะหา

ความรู้ที่เน้นโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการจัดการเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้

(Cooperative Learning) มีค่าเท่ากับ 80.48/80.67

2. การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานร่วมกับเทคนิค

การสืบเสาะหาความรู้ที่เน้นโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) และการจัดการเรียนแบบ

ร่วมมือกันเรียนรู้ (Cooperative Learning) พบว่า

2.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พลังงานความร้อน หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้

รูปแบบการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2.2 ความสามารถในการจัดทำโครงงานหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ใน

ภาพรวม นักเรียนมีความสามารถในการจัดทำโครงงานอยู่ในระดับสูง

2.3 ความสามารถด้านทักษะกระบวนการของนักเรียน หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการ

จัดการเรียนรู้ในภาพรวม นักเรียนมีทักษะกระบวนการอยู่ในระดับสูง

2.4 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ในภาพรวม นักเรียนมีความพึง

พอใจอยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย ครูรินทร์ : [21 ม.ค. 2564 เวลา 11:54 น.]
อ่าน [407] ไอพี : 161.82.165.250
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ