ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลน์แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน(5 step) ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรมด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎที่สำ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) หลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์ ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 75 คน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วย ครูผู้สอน เพื่อนคู่คิด หัวหน้างานวิชาการ ร่วมกับรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ร่วมปฏิบัติการชี้แนะและสอนงานแบบพี่เลี้ยงผ่านการพัฒนาบทเรียนกับผู้วิจัย เครื่องมือทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ร่วมกับสื่อวิดีทัศน์ ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 3 แผนการจัดการเรียนรู้ เครื่องเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินความสามารถในการเก็บรวมรวมข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ยและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลจากการวิจัยพบว่า

จากผลการวิจัย พบว่า หลังจากการจัดการเรียนรู้ออนไลน์แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน (5 step) ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ในการเรียนรู้ออนไลน์ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น สูงขึ้น คิดเป็นคะแนนเฉลี่ย 17.47 คิดเป็นร้อยละ 87.35 ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับดี สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ และจากการสะท้อนคิดของนักเรียน พบว่า มีความเข้าใจในเรื่องที่เรียน โดยการเรียนรู้แบบออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้กระบวนการตอบคำถามและเปลี่ยนความคิดเห็นในระบบออนไลน์กลุ่มห้องได้ดี นักเรียนมีความมั่นใจในการเรียนรู้พร้อมมีการเรียนรู้ รู้สึกสนุกต่อการเรียนและได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ผู้เรียนได้รับความรู้ กระบวนการทำงานและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรียนมีสุนทรียในการเรียนรู้

1. วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลน์แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน(5 step) เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรมร่วมกับ ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

2. ขอบเขตของการวิจัย

2.1 กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 75 คน

2.2 ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรต้น คือ การใช้แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลน์แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน(5 step) ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น รายวิชา จำนวนเชิงซ้อน หลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา)

2.3 เนื้อหาวิชาที่ใช้ในการศึกษา คือ ทฤษฎีบท 1 และการหาค่าความน่าจะเป็น ตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รหัสวิชา ค32202 รายวิชา จำนวนเชิงซ้อน หลักการนับเบื้องต้น ความ

3. วิธีดำเนินการ

3.1 เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล

3.1.1 เครื่องมือทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลน์แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน (5 step) ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น

3.1.2 เครื่องมือวิจัย คือ แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ในการเรียนรู้ออนไลน์ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรมสร้างโดยผู้วิจัย

3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมความพร้อม

1.1 ด้านเตรียมการจัดการชั้นเรียน

1) จัดทำเอกสารและสื่อการเรียนรู้

2) จัดเตรียมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 75 คน

1.2 ได้เตรียมวางแผนทำชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพนำไปทดลองดังนี้

1) องค์ประกอบของกลุ่มชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ได้แก่

1.1) ครูผู้วางแผน (Planer)

1.2) ครูผู้ร่วมวางแผน (Co-Teacher)

1.3) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ (Mentor)

1.4) ผู้เชี่ยวชาญ กระบวนการที่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพใช้คือ การพัฒนาบทเรียนร่วมกัน (Lesson Study)

ขั้นที่ 1 ขั้นวิเคราะห์ (Analyze) รายวิชาที่สอนโดยกำหนดเนื้อหาสาระที่จะสอน ระบุตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ และเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ มีองค์ประกอบ 4 ประการ ได้แก่

1) วัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามตัวชี้วัด

2) สาระการเรียนรู้

3) กิจกรรมการเรียนรู้

4) การประเมินการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 ขั้นวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Plan) เป็นขั้นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพประกอบด้วยครู ผู้วิจัย ครูผู้ร่วมคิด ครูพี่เลี้ยง และผู้บริหาร ให้การชี้แนะ ให้คำปรึกษาในการออกแบบการสอน เพื่อเป็นการปรับและเสริมให้แผนการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพอย่างรวมพลัง พร้อมทั้งพิจารณาสื่อการเรียนรู้และการประเมินการเรียนรู้

ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสังเกตการณ์ (Do & See) ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพไปทดลองสอน ในขณะเดียวกันชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพทำหน้าที่สังเกตการสอน โดยสังเกตพฤติกรรมนักเรียน สะท้อนพฤติกรรมครู ตลอดจนการจัดการชั้นเรียนในเรื่องต่างๆ เช่น การใช้ใบกิจกรรมการจัดการใช้กระดาน การจัดโต๊ะเรียน การจัดการเวลาเพื่อเป็นข้อมูลในการสะท้อนคิด

ขั้นที่ 4 ขั้นสะท้อนคิด (Reflect) ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สะท้อนถึงความสำเร็จ จุดเด่น และจุดที่ต้องแก้ไขในการจัดการเรียนการสอน พฤติกรรมเด็ก พฤติกรรมครู แนะนำวิธีปรับ วิธีแก้ไขผลการเรียนรู้ของนักเรียน

ขั้นที่ 5 ขั้นปรับปรุงแก้ไข (Redesign) เป็นขั้นที่ผู้วิจัยนำบทเรียนที่ได้จากการสะท้อนคิดไปปรับปรุงในชั้นเรียนต่อไป

4. สรุปผลการวิจัย

จากผลการวิจัย พบว่า หลังจากการจัดการเรียนรู้ออนไลน์แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน (5 step) ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ในการเรียนรู้ออนไลน์ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น สูงขึ้น คิดเป็นคะแนนเฉลี่ย 17.47 คิดเป็นร้อยละ 87.35 ผ่านเกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับดี สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ และจากการสะท้อนคิดของนักเรียน พบว่า มีความเข้าใจในเรื่องที่เรียน โดยการเรียนรู้แบบออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้กระบวนการตอบคำถามและเปลี่ยนความคิดเห็นในระบบออนไลน์กลุ่มห้องได้ดี นักเรียนมีความมั่นใจในการเรียนรู้พร้อมมีการเรียนรู้ รู้สึกสนุกต่อการเรียนและได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ผู้เรียนได้รับความรู้ กระบวนการทำงานและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรียนมีสุนทรียในการเรียนรู้

5. การอภิปรายผล

จากผลการวิจัย พบว่านักเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น สูงขึ้น หลังการจัดการเรียนรู้ออนไลน์แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน(5 step) ร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ อยู่ในระดับดี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการใช้เรียนรู้ออนไลน์ร่วมกับกระบวนการแบบรวมพลัง 5 ขั้นตอนร่วมกับสื่อวิดิทัศน์และใบกิจกรรม ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น ในรายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัส ค32202 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง จำนวนเชิงซ้อน หลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 พบว่า การเปรียบเทียบก่อนและหลังการพัฒนาบทเรียน ผู้เรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ สูงกว่าก่อนการพัฒนาบทเรียน ทำให้นักเรียนได้มีการพัฒนาความคิดตามลำดับ เป็นขั้นตอน ยอมรับและวิเคราะห์ ประเมินค่าในฐานข้อมูลที่กว้างขึ้น นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเอง ในการสังเกต รวบรวม เปรียบเทียบ วิเคราะห์ความเหมือนความต่าง วิเคราะห์สรุป จึงทำให้นักเรียนทำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็นได้

โพสต์โดย Natta ann : [31 มี.ค. 2565 เวลา 06:13 น.]
อ่าน [2292] ไอพี : 122.154.116.242
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,802 ครั้ง
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 14,383 ครั้ง
เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค
เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค

เปิดอ่าน 16,850 ครั้ง
อยากฉลาดฟังดนตรีคลาสสิก
อยากฉลาดฟังดนตรีคลาสสิก

เปิดอ่าน 11,273 ครั้ง
ขนุนอินโดนีเซีย
ขนุนอินโดนีเซีย

เปิดอ่าน 13,875 ครั้ง
สารพัดวิธีกินผักแบบเนียน ๆ อร่อยไม่ฝืนใจแถมได้ประโยชน์
สารพัดวิธีกินผักแบบเนียน ๆ อร่อยไม่ฝืนใจแถมได้ประโยชน์

เปิดอ่าน 12,113 ครั้ง
4 อาหารสลายพุง
4 อาหารสลายพุง

เปิดอ่าน 31,288 ครั้ง
พายุไต้ฝุ่น
พายุไต้ฝุ่น

เปิดอ่าน 107,420 ครั้ง
ฃ ขวดกับ ฅ คนหายไปตั้งแต่เมื่อไร
ฃ ขวดกับ ฅ คนหายไปตั้งแต่เมื่อไร

เปิดอ่าน 11,008 ครั้ง
สีเขียว ช่วยให้คุณครีเอทีฟ
สีเขียว ช่วยให้คุณครีเอทีฟ

เปิดอ่าน 16,375 ครั้ง
หากสงสัยว่าเป็นโรคไขมันในตับให้กินผักชีล้อม
หากสงสัยว่าเป็นโรคไขมันในตับให้กินผักชีล้อม

เปิดอ่าน 14,021 ครั้ง
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?

เปิดอ่าน 11,997 ครั้ง
รับมืออย่างไรเมื่อทำงานพลาด
รับมืออย่างไรเมื่อทำงานพลาด

เปิดอ่าน 21,563 ครั้ง
3 steps พุงยุบใน 2 weeks
3 steps พุงยุบใน 2 weeks

เปิดอ่าน 11,374 ครั้ง
10 ขั้นตอน ก่อนซื้อ Notebook มือสอง
10 ขั้นตอน ก่อนซื้อ Notebook มือสอง

เปิดอ่าน 20,380 ครั้ง
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์

เปิดอ่าน 11,996 ครั้ง
กาแฟลดอ้วน ผอมชัวร์หรือมั่วนิ่ม
กาแฟลดอ้วน ผอมชัวร์หรือมั่วนิ่ม
เปิดอ่าน 16,938 ครั้ง
ตอบข้อข้องใจ...สมาชิก ช.พ.ค. เรื่อง จำนวนสมาชิก ช.พ.ค. ทั้งหมด ใครถึงแก่กรรม/ใครสมัครใหม่
ตอบข้อข้องใจ...สมาชิก ช.พ.ค. เรื่อง จำนวนสมาชิก ช.พ.ค. ทั้งหมด ใครถึงแก่กรรม/ใครสมัครใหม่
เปิดอ่าน 35,885 ครั้ง
หยุด การศึกษาที่สร้างทุกข์ให้นักเรียน และผู้ปกครอง
หยุด การศึกษาที่สร้างทุกข์ให้นักเรียน และผู้ปกครอง
เปิดอ่าน 18,843 ครั้ง
รูปแบบการสอนวิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ
รูปแบบการสอนวิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 8,578 ครั้ง
ประเทศไทยได้อะไร... จากการรอใช้ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์
ประเทศไทยได้อะไร... จากการรอใช้ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ