เรื่อง การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
ด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้วิจัย นายเจษฎา กอและ
ตำแหน่ง วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สังกัด โรงเรียนบ้านบือเจาะ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1
ปีการศึกษา 2565
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยกำหนดประชากรในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบือเจาะ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 21 คน วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย 1) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 5 เล่ม 2) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ด้วยโปรแกรม Scratch
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 แผน รวมเวลา 20 ชั่วโมง 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือ ได้แก่ หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถาม กับจุดประสงค์ (IOC) หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) หาความแปรปรวน ความเชื่อมั่นโดยใช้การหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค ค่าความยากง่าย (difficulty) ค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) และการหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
ผลการวิจัยพบว่า
1. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Scratch
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้นำไปใช้กับประชากร จำนวน 27 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 87.78/86.54
ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบ
การเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า
มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน หรือนักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจริงคิดเป็นร้อยละ 30.62
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนประชากรที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน
เรื่อง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Scratch ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.63, σ = 0.48)