บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานความต้องการพัฒนาและแนวทางการการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียน แก้งเหนือพิทยาคม ดังนี้ 4.1) ประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 4.2) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 24 คน นักเรียน จำนวน 174 คน ปีการศึกษา 2566-2567 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คู่มือรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม แบบวิเคราะห์ข้อมูลและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) แบบตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบ แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนสำหรับครูผู้สอนประเมินนักเรียน เป็นเกณฑ์คุณภาพ (Rubric) แบ่งคุณภาพออกเป็น 4 ระดับ แบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 20 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการศึกษา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพการดำเนินงานความต้องการพัฒนาและแนวทางการการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม พบว่า จากการศึกษาแนวคิดของผู้เกี่ยวข้องที่มีต่อสภาพการดำเนินงานความต้องการพัฒนาและแนวทางการการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ทั้ง 3 ประเด็น คือ ปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้ ปัญหาด้านการขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการจัดการศึกษา และปัญหาด้านความสามารถสมรรถนะของนักเรียน และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ทั้ง 2 ประเด็น ได้แก่ 1) รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน 2) การส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียน
2. การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม องค์ประกอบของรูปแบบ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 หลักการ คือ การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน องค์ประกอบที่ 2 จุดมุ่งหมาย เพื่อส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ องค์ประกอบที่ 3 กระบวนการบริหารแบบมีส่วน ประกอบไปด้วย สถานศึกษา ชุมชน ผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การวางแผน 2) การพัฒนาและสร้างภูมิปัญญา 3) การปฏิบัติตามแผน 4) การติดตามและประเมินผล และ 5) การปรับปรุงและพัฒนา องค์ประกอบที่ 4 การวัดแลประเมินผล ได้แก่ 1) ประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ประการ 3 ระยะ ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน ได้แก่ (1) สมรรถนะความสามารถในการสื่อสาร (2) สมรรถนะความสามารถในการคิด (3) สมรรถนะความสามารถในการแก้ปัญหา (4) สมรรถนะความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (5) สมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2) ประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม และ 3) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม
โดยมีปัจจัยสนับสนุนการใช้รูปแบบ และเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ประกอบไปด้วย 1) เงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่ 1) ความตระหนักของผู้เรียน 2) การดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอน และ 3) การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 2) ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1) ระบบสังคม (Social System) 2) หลักการตอบสนอง (Support System) และ 3) ระบบสนับสนุน (Principles of Reaction)
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม สมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม หลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน สรุปโดยภาพรวม อยู่ในระดับ ดีเยี่ยม เรียงตามลำดับ ดังนี้ ลำดับที่ 1 สมรรถนะความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คิดเป็นร้อยละ 79.88 ลำดับที่ 2 สมรรถนะความสามารถในการคิด คิดเป็นร้อยละ 76.81 ลำดับที่ 3 สมรรถนะความสามารถในการแก้ปัญหา คิดเป็นร้อยละ 71.07 ลำดับที่ 4 สมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คิดเป็นร้อยละ 70.31 และลำดับที่ 5 สมรรถนะความสามารถในการสื่อสาร คิดเป็นร้อยละ 69.54 ตามลำดับ และเปรียบเทียบผลประเมินสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม โดยภาพรวม ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม เรียงตามลำดับ ดังนี้ ก่อนเรียนนักเรียนมีสมรรถนะโดยภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 52.87 ระหว่างเรียนนักเรียนมีสมรรถนะโดยภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 61.22 หลังเรียนนักเรียนมีสมรรถนะโดยภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 77.24 ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นตามลำดับ
4. การประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือ พิทยาคม ดังนี้
4.1 ผลการประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม พบว่า ครูที่มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม อยู่ในระดับความพึงพอใจ มาก คะแนนเฉลี่ย 4.28 โดยมีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงตามลำดับดังนี้ ลำดับที่ 1 การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ทำให้โรงเรียนมีฐานข้อมูลด้านแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ครูผู้สอนจัดการศึกษาง่ายขึ้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 ลำดับที่ 2 รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เป็นกิจกรรมที่นักเรียนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ลงมือปฏิบัติ และได้ประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริงได้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 และลำดับที่ 3 กิจกรรมของรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานทำให้นักเรียนได้นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวันการเรียนรู้ด้วยตนเอง การทำงาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นสร้างสัมพันธ์ที่ดีจัดการปัญหาความขัดแย้ง และปรับตัวได้ดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.85
4.2 ผลประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม อยู่ในระดับความพึงพอใจ มาก คะแนนเฉลี่ย 4.50 โดยมีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงตามลำดับ ดังนี้ ลำดับที่ 1 กิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมทำให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการนำไปปฏิบัติได้จริง และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ทำให้นักเรียนไม่เบื่อหน่ายในการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 ลำดับที่ 2 นักเรียนได้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายจากแหล่งเรียรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 และลำดับที่ 3 นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจจากการศึกษาในแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น และกิจกรรมของรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71