|
Advertisement
|
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย นางเพชรี มากมี
ปีการศึกษา 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ใช้แบบแผนการวิจัยแบบหนึ่งกลุ่มทดสอบก่อนและหลัง (The One Group PretestPosttest Design) ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 340 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 44 คน ซึ่งได้มาจาก การเลือกแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน เวลา 18 ชั่วโมง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 4 เล่ม บอร์ดเกม จำนวน 4 เกม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อสอบวัดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานเรื่องทศนิยมอยู่ในระดับน้อย การจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่ยังเน้นการบรรยายตามหนังสือเรียน และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ไม่ทันสมัย ส่งผลให้นักเรียน เกิดความเบื่อหน่ายและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้น้อย อย่างไรก็ตาม นักเรียนมีความต้องการให้มี การจัดการเรียนรู้ที่ใช้สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย เน้นการทำกิจกรรมและการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยเฉพาะการใช้บอร์ดเกมและชุดกิจกรรมการเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอน
2. ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.89/87.56 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80 แสดงว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมและบอร์ดเกมต่อทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 44 คน ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 และนักเรียนส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ แม้มีความแปรปรวนของผลสัมฤทธิ์ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง แต่โดยรวมสะท้อนประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
4. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัด การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.56, S.D. = 0.47) แสดงว่านักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเห็นว่าการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับบอร์ดเกมช่วยให้การเรียนคณิตศาสตร์มีความสนุกและเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น
|
โพสต์โดย เพชรี มากมี : [2 เม.ย. 2569 (16:43 น.)] อ่าน [62] ไอพี : 171.97.237.212
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 15,814 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 54,154 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,746 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 30,853 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 32,248 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,559 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 39,042 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,161 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,971 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,185 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,041 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,260 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,314 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 50,950 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,719 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 23,298 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,445 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 34,627 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,744 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 26,696 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|