ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

บทความ การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,380 ครั้ง
บทความ การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน

Advertisement

 

การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน

          เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา  

                                                                                                 นายเอนก    รัศมี

ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ  สพท. ลพบุรี  เขต 1

                                                                                                                                          

    การประเมินคุณภาพภายนอก  ตามมาตรฐานการศึกษาชาติ เป็นไปด้วยสาระบัญญัติมาตรา  47 51 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2 )  พ.ศ. 2545  สถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและการเตรียมเพื่อรองรับการประเมินจากองค์การภายนอกเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและใน การประชุมวางแผนการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อยกระดับคุณภาพของสถานศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐานจัดประชุมฯ ณ โรงแรมบางกอกพลาเลส  กรุงเทพฯ

          ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา : ( ศ . ดร. อุทุมพร  จามรมาน ) บรรยายพิเศษ    การส่งเสริมประสิทธิภาพระบบการประกันคุณภาพการศึกษา   กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาเป้าหมายที่ 1 : เร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับ โดยสะท้อนผลสำเร็จไปที่  หน้าที่สำคัญของงานประกันคุณภาพระดับเขตพื้นที่การศึกษา 1. สพท. ต้องรู้ว่าสถานศึกษามีผลการประเมินเป็นอย่างไร ดีขึ้น  หรือลดลงกี่โรงเรียน 2. จะเร่งรัดส่งเสริมสถานศึกษาอย่างไร 3. มีหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยเหลือ  หรือไม่ อย่างไร เป้าหมายที่ 2 : พัฒนาโรงเรียนที่ไม่ได้รับรองมาตรฐานภายนอก  รอบสองให้ได้ ( โดยให้แต่ละเขตพื้นที่กำหนดจำนวน  เปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนในการพัฒนาเอง ) แนวดำเนินการ 1. จัดทำฐานข้อมูลโรงเรียน 2. จัดระบบการเข้าถึงข้อมูลโรงเรียน 3. จัดโรงเรียรพี่เลี้ยง 4. สร้างความตระหนักให้ผู้บริหาร : ให้กระตือรือร้น และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา5. เสริมสร้างประสิทธิภาพครู : ให้รู้จักเด็ก มีการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน และสามารถจัดทำหน่วยการเรียนรู้ตามหลักสูตรของตนเองได้ 6. จัดการเรียนรู้ให้นักเรียน : แจ่มใส อ่านได้ คิดเลขได้ ฯลฯ  7. ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม : ยอมรับ ศรัทธา 8. มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา : มีการประเมินตนเอง ต่อเนื่อง และมีความสอดคล้องกับทุกระดับ

    คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา บรรยายพิเศษ ให้ข้อคิดในการดำเนินงานว่า ผู้บริหารทุกระดับต้องให้ความสำคัญกับการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยให้ข้อคิดในการทำงานให้สำเร็จ 3 ประการ ได้แก่ 1. ปลุกให้ตื่น : หมายถึงให้คนอื่นรับทราบ และมีส่วนร่วม มีฐานข้อมูล รู้บทบาทหน้าที่ 2. ยืนให้มั่น : หมายถึง มีวิธีการทำงาน ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูล กลับกลุ่มคุณภาพและดำเนินการพัฒนาในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 3. ลงลึกให้เป็นวัฒนธรรม : หมายถึงหลังจากทำงานเสร็จแล้ว ควรมีการชื่นชม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาดูงาน และให้ขวัญกำลังใจโดยนั้น  1. ผอ.สพท. ต้องรู้จักโรงเรียนเป็นรายโรง  ( โรงเรียนใดให้ความสำคัญ  และโรงเรียนใดไม่ให้ความสำคัญ ) 2. ประชุมให้คนในองค์กรรับทราบและให้ความสำคัญ 3. เสนอให้เป็นนโยบายสำคัญ  ให้เป็นวาระแห่งจังหวัด

       ผู้แทน บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย  บรรยายพิเศษ การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้   โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ  1  คนมีความสามารถ และมีการบริหารจัดการที่ดี  2. คนต้องกระตือรือร้น 3. มีกำลังคนขยายขึ้นเรื่อยๆ 4. มีการจัดการความรู้ที่ดี  โดยมีการจัดการให้คนมาคุยกัน  หาวิธีทำงาน  ทำงานให้เกิดนวัตกรรมใหม่  5.ให้รางวัล  มีเวทีนำเสนอผลงาน  ประกวดนวัตกรรม จะเข้าถึงองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้อย่างไร ผ่านทางเว็บไซต์  - จัดทำฐานข้อมูล - จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเว็บ -แจกหนังสือให้พนักงานอ่าน  และเล่าสู่กันฟัง  จุดมุ่งหมายในการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้   1.ผลักดันให้มีนวัตกรรม  2.มีทีมทำงาน  3.ผู้บริหารส่งเสริมและสร้างบรรยากาศให้เกิดกำลังใจ  4.มีการจัดการความรู้ : โดยการจัดเก็บความรู้ของคนในองค์กร  ทำให้ทุกคนเข้าถึงความรู้ใหม่  และเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนานวัตกรรม

     ศ.ดร.สมหวัง พิทยานุวัฒน์ บรรยายพิเศษ  ผลการประเมินภายนอกรอบสอง และทิศทางการประเมินภายนอกรอบสาม โดยกล่าวว่า  1.มาตรฐานสถานศึกษาให้ใช้เกณฑ์ของ สมศ. และสถานศึกษาที่ไม่ผ่านการรับรอง  รัฐบาลต้องช่วยพัฒนา  2.โรงเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน  ส่วนใหญ่เป็นโรงรียนขนาดเล็ก  3.นโยบานเรียนฟรี 15 อย่างมีคุณภาพ  เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาโรงเรียน  4.การประเมินเพื่อพัฒนา  กระทรวงต้องเร่งนำร่องก่อน 4.สถานศึกษาที่มีคุณภาพ  คือสถานศึกษาที่ทำประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง  ทำให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ   ทิศทางการประเมินภายนอก  รอบสาม  มีประเด็นสำคัญ 4 ประเด็น  ประเด็นที่ 1 : ในการประเมินภายนอกรอบสามใช้มาตรฐานชุดเดียวในการประเมินสถานศึกษาทั้งประเทศ มาตรฐานที่กำหนดให้น้ำหนักร้อยละ 75 เน้นผลผลิตและผลลัพธ์จากการจัดการศึกษา ซึ่งหมายถึงคุณภาพผู้เรียน  ประเด็นที่ 2 : การประเมินคุณภาพผู้เรียนด้านความคิด และความสุข ให้พิจารณาจากกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ส่วนความสามารถ ให้ใช้ผลการทดสอบระดับชาติ  ประเด็นที่ 3 : ใช้การประเมินแบบอิงเกณฑ์ ส่วนการประเมินอิงสถานศึกษานั้นให้กำหนดไว้ในการประกันคุณภาพภายใน และมีการประเมินในระดับกลุ่มสาระที่มีความสำคัญก่อน 5 กลุ่มสาระ  ประเด็นที่ 4 : กำหนดให้การประกันคุณภาพภานในเป็นมาตรฐานหนึ่งในการประเมินนอกจากนั้น ยังให้ข้อคิดว่า  1.การประเมินภายในต้องเน้นวิธีการพัฒนา ไม่ใช่เน้นการประเมิน2.เน้นการบริหารจัดการกลุ่มสาระ และการเรียนการสอน  3.การใช้ผลทดสอบ o-net ต่อไปอาจใช้ผลของเขตพื้นที่ 4.ความดี และความสุข วัดที่กระบวนการ ไม่ใช่ผลผลิต  5.ร่างมาตรฐานภายนอก รอบสาม มีอย่างน้อย 5 มาตรฐาน ได้แก่1.ผู้เรียนเป็นคนดี  2.ผู้เรียนมีความสามารถ 3.ผู้เรียนมีความสุข 4.ครูสอนเก่ง สอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้เรียน4. สถานศึกษามีการประกันคุณภาพภายในและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง6.สพท. ควรจัดทำข้อสอบมาตรฐาน  7.หากมีการรวมกลุ่มสถานศึกษาขนาดเล็ก ให้สพท.มีหนังสือแจ้ง สมศ. ยืนยันว่ามีการรวมกลุ่มกันอย่างไร เพื่อให้ สมศ. เข้ามาประเมินภายนอก  8.ควรสร้างความตระหนักในเรื่องการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาให้ผู้บริหารสถานศึกษา  9.การประเมินซ้ำสถานศึกษาที่ไม่ได้รับการรับรอง  สมศ. จะเริ่มดำเนินการประมาณ  ต้นปี 2553 จำนวน 100 แห่งก่อน ( โดยสมศ. กำลังหางบประมาณสนับสนุน )  10.สพท. ต้องเข้มงวดกับการประเมินจริง  11.ในการประเมินซ้ำเป็นการประเมินใหม่ทุกมาตรฐาน  ไม่ใช่ประเมินเฉพาะมาตรฐานที่ไม่ผ่านการรับรอง

         ศ.ดร.สุวิมล ว่องวาณิช    บรรยายพิเศษ  การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างยั่งยืน  ให้ข้อเสนอแนะว่า  เขตพื้นที่ควรมีบทบาท  ดังนี้     1.วางระบบประกันคุณภาพ  การช่วยเหลือของเขตพื้นที่  2.เขตพื้นที่ต้องมีมาตรฐานของตนเอง  และมีต้องวางระบบการประกันคุณภาพ  3.ทำให้การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษายั่งยืน  4.สถานศึกษาต้องมีมาตรฐาน  มีแผนพัฒนาคุณภาพ  มีข้อมูลสารสนเทศ  มีคนดูแลมาตรฐาน  5.มีการตรวจสอบ  ประเมินคุณภาพภายใน  6.วิเคราะห์ผลของการประเมินภายนอกและจัดทำแผนช่วยเหลือสถานศึกษา  7.กำกับ  ติดตามการปรับปรุงของสถานศึกษา  8.จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บทบาทของสถานศึกษา  1.วางระบบประกันคุณภาพภายใน  2.ประเมินคุณภาพภายใน  3.รับการประเมินคุณภาพภายนอก  4.ใช้ผลการประเมินคุณภาพทั้งภายในและภายนอกในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาวางแผนปรับปรุงพัฒนาสถานศึกษา

 

 

     กลุ่มงานส่งเสริมพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา

             สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี  เขต 1

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 7169 วันที่ 8 ส.ค. 2552


บทความ การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในบทความการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

บุกโรงงานรีไซเคิลมือถือ

บุกโรงงานรีไซเคิลมือถือ


เปิดอ่าน 6,379 ครั้ง
ตำรายา หืดหอบ

ตำรายา หืดหอบ


เปิดอ่าน 6,376 ครั้ง
กฎบริษัทขำๆ

กฎบริษัทขำๆ


เปิดอ่าน 6,380 ครั้ง
ประโยชน์และโทษของ"ชา"

ประโยชน์และโทษของ"ชา"


เปิดอ่าน 6,379 ครั้ง
แมวไร้ขน..ย่นๆยับๆ

แมวไร้ขน..ย่นๆยับๆ


เปิดอ่าน 6,389 ครั้ง
Why and  How   Backward Design?

Why and How Backward Design?


เปิดอ่าน 6,378 ครั้ง
อาหารบำรุงฮอร์โมนเพศหญิง

อาหารบำรุงฮอร์โมนเพศหญิง


เปิดอ่าน 6,379 ครั้ง
ฟังเพลงหวานวันวาน...

ฟังเพลงหวานวันวาน...


เปิดอ่าน 6,377 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เขาคนนี้...พับหน้าได้

เขาคนนี้...พับหน้าได้

เปิดอ่าน 6,387 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
นิทานเวตาล  เรื่องที่  ๙
นิทานเวตาล เรื่องที่ ๙
เปิดอ่าน 6,501 ☕ คลิกอ่านเลย

หลายสิ่งหลายอย่าง
หลายสิ่งหลายอย่าง
เปิดอ่าน 6,375 ☕ คลิกอ่านเลย

มารู้จัก...อาหารทำร้ายตา
มารู้จัก...อาหารทำร้ายตา
เปิดอ่าน 6,378 ☕ คลิกอ่านเลย

Scary Flash Drive ...ดูเอง!! น่าใช้หรือน่ากลัว...หยึ๊ยย...
Scary Flash Drive ...ดูเอง!! น่าใช้หรือน่ากลัว...หยึ๊ยย...
เปิดอ่าน 6,376 ☕ คลิกอ่านเลย

สารเอ็นโดฟินส์กับความรัก
สารเอ็นโดฟินส์กับความรัก
เปิดอ่าน 6,381 ☕ คลิกอ่านเลย

งานวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การบริหารจิต ชั้น ม.3 (บทคัดย่อ)
งานวิจัยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การบริหารจิต ชั้น ม.3 (บทคัดย่อ)
เปิดอ่าน 6,379 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รถเกียร์ออโต้จะเข้าเกียร์ N หรือ ค้างที่ D เวลาติดไฟแดงดีนะ?
รถเกียร์ออโต้จะเข้าเกียร์ N หรือ ค้างที่ D เวลาติดไฟแดงดีนะ?
เปิดอ่าน 94,380 ครั้ง

สูตรทำมะนาวดองน้ำผึ้ง
สูตรทำมะนาวดองน้ำผึ้ง
เปิดอ่าน 45,389 ครั้ง

ห้องเรียนไม่ใช่ห้องสอน บทสัมภาษณ์ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
ห้องเรียนไม่ใช่ห้องสอน บทสัมภาษณ์ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
เปิดอ่าน 17,045 ครั้ง

ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์
ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์
เปิดอ่าน 22,224 ครั้ง

"เขียนไลน์แบบไหน คนชอบอ่าน" โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
"เขียนไลน์แบบไหน คนชอบอ่าน" โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
เปิดอ่าน 18,564 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ