ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 เม.ย. 2559 เปิดอ่าน : 8,519 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

Advertisement

เดินหน้า “ปฏิรูป การศึกษาไทย”... พุ่งเป้าไปที่ “การประเมิน” วันนี้คงจะเห็นเค้าลางของความขัดแย้งมากขึ้น บางคนก็ว่า...การประเมินและประกันคุณภาพโรงเรียน ควรได้รับการหยุด พักไว้ก่อนหรือไม่? หลายฝ่ายก็เสนอรุนแรงไปกว่านั้นอีก...ให้ยุบหน่วยประเมินและประกันคุณภาพทั้งหมด ความจริง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า กระทรวงฯเองไม่เคยมีข้อเสนอให้หยุดไว้ มีแต่ว่า “เราทำตามโรดแม็ปที่ตกลงกันไว้...เป็นทางการ” โรดแม็ปที่ว่า เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ฝ่ายประเมินภายนอก สมศ. (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา) กับ ฝ่ายกระทรวง...ผู้ถูกรับประเมิน ก็มีหน่วยงานที่เรียกว่าประเมินภายใน “ตกลงกันว่า ต้องยกเครื่อง 3 เดือนแรก...ถึงมกราคม 2559 ต่างฝ่ายต่างไปคิดกันมาวิธีการประเมิน ตัวชี้วัดที่ดีเป็นยังไง”

3 เดือนต่อมา...กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน เป็นช่วงการพัฒนาวิธีการร่วมกัน...กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน พ.ร.บ.การศึกษา พระราชกฤษฎีกาตั้ง สมศ.ก็บอกว่า ในการประเมินนั้นต้องได้รับความเห็นชอบ และทำไปด้วยกัน...ป่วยการที่ “ฝ่ายจะประเมิน” จะเข้ามาประเมิน “ฝ่ายถูกประเมิน” โดยที่...“คนถูกประเมิน” ไม่เห็นด้วย “ฉะนั้น...ถ้าโรดแม็ปช่วงที่สองมีระยะเวลาสามเดือน ถ้าตกลงกันยังไม่ได้ก็ต้องเลื่อน เพราะจะไปโรดแม็ปช่วงที่สามไม่ได้ โดยที่โรดแม็ปช่วงที่ 3 พอตกลงกันได้แล้ว เดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม คือ การทดสอบร่วมกัน “เทสต์รัน”...

นพ.ธีระเกียรติ บอกว่า สิ่งสำคัญ คณะทำงานร่วมกันเห็นว่า เราควรมีวิธีการประเมินที่เป็นสากล ทราบว่า...มีการทำงานร่วมกัน แต่ยังไม่เห็น ฉบับสุดท้ายว่าที่ตกลงร่วมกัน ทางกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบหรือยัง “ตามกฎหมาย กระทรวงฯต้องเห็นชอบก่อน ยังไม่เดินไปถึงโรดแม็ปที่สาม ทั้งทางกระทรวงฯ และส่วนตัว ไม่ได้คิดว่าจะต้องหยุด การหยุดแล้วไม่ได้ทำอะไรให้ถูกต้องก็ไม่มีประโยชน์...เข้าใจว่าฝ่ายที่เสนอให้หยุดก็เพื่อต้องการที่จะขอเวลานานๆ เพื่อที่จะพัฒนาให้ถูกต้อง” ประเด็นสำคัญสองเรื่อง หนึ่ง...ฝ่ายที่ สมศ.บอกว่า ถ้าหยุดจะทำความเสียหายให้กับประเทศ ล้าหลังกี่ปี สองฝ่ายที่บอกว่าต้องหยุด...เขาก็บอกว่า ถ้าประเมินผิดๆ ประเทศก็จะยิ่งเสียหาย ต่างฝ่าย...ต่างก็มีเหตุผล ชวนให้ผู้อ่านคิดอย่างนี้ ...ใคร?ที่รับผิดชอบเรื่องมาตรฐานการศึกษา หรือมาตรฐานของโรงเรียน?

“โรงเรียน”...คือคำตอบ นพ.ธีระเกียรติ ย้ำว่า สังคมต้องเข้าใจให้ถูก โรงเรียนและกระทรวง หรือรัฐบาล หรือคนจัดเป็นผู้รับผิดชอบแน่นอน ฝ่ายประเมินก็คือฝ่ายที่มาประเมินและตรวจสอบดูว่าฝ่ายที่จัดใช้ได้หรือเปล่า สมมติ...มาตรฐานออกมาไม่ดีจริงๆ ต่อให้การประเมินหรือระบบประเมิน ประกันดี ก็ไม่ได้ทำให้ตรงนี้ดีขึ้น...เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นคนรับผิดชอบ คนรับผิดชอบคือ “คนจัดการศึกษา” ทีนี้...ถ้ามาตรฐานไม่ดีเกิดจากฝ่ายประเมินบอกว่าไม่ดี แต่โรงเรียนยืนยันว่าทำไว้ดีอยู่แล้ว แต่คุณประเมินผิด...ก็มีโอกาสเกิดขึ้น แล้วตรงนี้ใคร?รับผิดชอบ ถ้ามีความผิดพลาดที่การประเมิน...ฝ่ายประเมินต้องรับผิดชอบ จะเห็นว่าช่วงนี้ตามโรดแม็ป เราต้องการทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง “รู้ว่าการประเมินอย่างไหนเป็นการประเมินและประกันที่ถูกต้อง...ไม่งั้นก็จะกลายเป็นฝ่ายที่ถูกประเมิน...โรงเรียนก็บอกว่า วิธีการคุณผิด ฝ่ายที่เข้ามาประเมินก็บอกว่า...คุณจัดการศึกษาได้ไม่ดี โรงเรียนคุณไม่ได้มาตรฐาน ต้องมาเคลียร์กันตั้งแต่ต้น หนึ่ง...ใครรับผิดชอบเรื่องมาตรฐานโรงเรียน”

ประเทศฟินแลนด์ สหรัฐอเมริกา หรือในยุโรปเอง ใช้ระบบนี้มาแล้วว่า...การประเมินต่อให้ถูกต้อง ก็ไม่ได้ช่วยมาตรฐานของโรงเรียน และก็ไม่ทำร้าย คือไม่มีผล...พูดง่ายๆ “คนดี” เขาก็ทำดีอยู่แล้ว “คนไม่ดี” คุณไปชี้หน้าด่าเขายิ่งทำให้เขาแย่ เขาจะยิ่งสู้ “วิธีการประเมิน” จึงสำคัญมาก ถ้าไปประเมินโดยเฉพาะเรื่องโรงเรียน ไม่เหมือนประเมินรองเท้าที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิด หรือประเมินบริษัทรถยนต์ เราไปยุ่งกับคน หลักสูตร ไม่มีวิทยาศาสตร์ตายตัวจะดีหรือไม่ดี จะเทียบกับอะไร วิธีคิดง่ายๆ...มาตรฐานโรงแรม 3 ดาว...5 ดาว...6 ดาว ระบุชัดว่าแต่ละดาวต้องมีอะไรบ้าง คำถามว่า “ดี”...เมื่อเทียบกับอะไรจึงสำคัญมาก? ต่างจังหวัดห่างไกลมีแค่โรงแรม 3 ดาว 2 ดาว...ชาวบ้านก็บอกว่าดีมาก...หรูแล้ว แต่ชาวกรุงไปรู้สึกทันทีไม่ไหว นี่แหล่ะที่ว่า...ไม่ได้มาตรฐานเมื่อเทียบกับอะไร “ชอบไปบอกว่าชาวบ้านไม่รู้เรื่อง...มาตรฐานโรงเรียนที่ดีเป็นอย่างนี้ ลงไปประเมินต้องมีตัวชี้วัดอย่างนี้ ต้องมี...การประกันให้เรามั่นใจว่าโรงเรียนได้จัดการศึกษาได้ดี” หัวใจของ “การประกัน” ก็คือ “ผู้ประเมิน”...ถ้าไม่มั่นใจผู้ประเมินจะไปประเมินไม่ได้ ไม่ใช่แค่เอาตัวชี้วัดหรือเอากระดาษลงไป หรือให้ทำ ตอบแบบสอบถามชุดเดียวกันขึ้นมา...ทำแบบนั้นเขาก็จัดให้ได้หมด หรือเขาจะสู้

เหตุผลสำคัญ...ไม่มีใครอยากจะบอกว่าตัวเองไม่ดี


“ผู้ประเมินที่ลงไปดูอย่างเห็นอกเห็นใจและมีกัลยาณมิตรเทียบกับสิ่งที่เขามอง เราตั้งเป้าไว้แล้วเท่านี้...ชาวบ้านในพื้นที่จริงๆเขาอาจจะต้องการแค่โรงแรมระดับ 3 ดาวก็พอแล้ว ลงไปดูก็บอกว่าเป็นยังไง ใช้ได้ไหม มีความจำเป็นต้องทำเป็น 5 ดาว...6 ดาวหรือเปล่า อาจจะไม่จำเป็น เพราะเขาดีมากอยู่แล้ว” สุดท้าย...ถ้าจะไปบอกว่าเขาดี...ไม่ดี ก็ไม่แคร์ เพราะเขามีลูกค้าที่พอใจใช้บริการเขาอยู่แล้ว คนประเมินจะบอกให้เพิ่มเป็น 6 ดาวยังไงก็ไม่เห็นความจำเป็น...หน่วยประเมินต้องเข้าใจตัวเองรับผิดชอบเรื่องอะไร ฟังท่านนายกฯพูดบ่อยๆไหม มีใครสูงต่ำเท่ากันไหม เวลาพูดว่าดี...เราจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณ ดีเมื่อเทียบกับอะไร ใครจะบอกว่าอะไรดี...ไม่ดี ต้องบอกให้ได้ว่าเทียบกับอะไร ไม่งั้นจะรู้ได้อย่างไร

ก็แค่พอใจ...ไม่พอใจ

ชี้กันให้ชัดๆ “ฝ่ายที่รับผิดชอบมาตรฐาน” คือโรงเรียน ผู้จัดการศึกษา... “ฝ่ายที่เข้ามาประเมิน”...รับผิดชอบเรื่องประเมินต้องไปทำวิธีประเมินให้ถูกและดี เข้ากับบริบทประเทศไทย แล้วตกลงกันได้กับฝ่ายถูกประเมิน “อย่ามาอ้างว่าประเทศไทยจะตกต่ำ ถ้าจะตกต่ำก็เป็นเพราะฝ่ายจัดการศึกษาไม่ดี ถ้าไม่มีคุณ...ประเทศไทยตกต่ำเรื่องไม่มีประเมิน...ไม่มีประกัน เพราะรับผิดชอบเรื่องนั้น...ควรจะภูมิใจถ้าประเมินได้ดีก็สะท้อนถึงวิธีการประเมินดี...ถ้าไม่ได้ประเมิน ไม่มีหน่วยประเมิน...ประกันแล้วประเทศไทยจะล้มเหลว ให้พูดให้ถูก...ประเทศไทยจะล้าหลังเรื่องวิธีประเมิน ไม่มีการพัฒนาไปอีกหลายปี หรืออาจจะดีขึ้นเรายังไม่รู้ ถ้าเข้าใจก็จะไม่ได้ต้องมาทะเลาะกัน” การหยุดประเมินไม่ได้แปลว่าหยุดโรงเรียนให้มีมาตรฐาน มาตรฐานโรงเรียนขึ้นอยู่กับครู หลักสูตรและปัจจัยต่างๆ หลายประเทศคิดได้ตรงนี้ก็เลยยุบหน่วยประเมินไปเลย ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ ไม่เห็นด้วย...ถ้าประเมินได้ดี ก็จะเป็นกระจกที่ดีมาก แต่เราไม่มีกระจกก็ยังได้ เราก็ยังจะรู้อยู่ว่าเราสวยหรือไม่สวย ใช้วิธีอื่นบอกเราได้ “ไม่มีกระจก...ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะหล่อน้อยลงหรือมากขึ้น แต่เราอาจจะไม่มีทิศทางว่าจะไปทางไหนชั่วคราว แล้วเราก็อาจจะไม่รู้ว่าจะทำให้หล่อขึ้นหรือน้อยลงอย่างไรดี...สมัยก่อนที่ยังไม่มีหน่วยประเมินก็ไม่ได้แปลว่ามาตรฐานการศึกษาไทยไม่ดี ไม่เกี่ยวกันเลยใช่ไหม ถ้าเราแยกได้ชัด...จะเลิกทะเลาะกันได้ ใครจะต้องทำอะไร”

“ฝ่ายประเมิน” แทนที่จะวิ่งอยากจะประเมินก็จะไปวิ่งวิธีพัฒนาการประเมิน ถาม สมศ.กลับ แล้วก็ต้องถามกระทรวงศึกษาธิการด้วย ทำหน้าที่พัฒนามาตรฐานดีหรือยัง เรื่องพัฒนาหลักสูตร

ประเด็นสำคัญ...ต้องทำตามโรดแม็ป “การปฏิรูป”...ไม่ได้หยุดนิ่ง ขอให้อดทนกันหน่อย.

 

ที่มา: http://www.thairath.co.th

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา

ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา
เปิดอ่าน 4,230 ครั้ง
คลิกอ่าน!
หนี้สิน หนี้เสีย แก้ได้

หนี้สิน หนี้เสีย แก้ได้
เปิดอ่าน 6,418 ครั้ง
คลิกอ่าน!
อ่านอะไร...คนไทย?

อ่านอะไร...คนไทย?
เปิดอ่าน 4,438 ครั้ง
คลิกอ่าน!

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์☕ คลิกอ่านเลย
    จดหมายถึงครู.... โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
    เปิดอ่าน 12,495 ครั้ง
    การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561) ☕ คลิกอ่านเลย
    การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
    เปิดอ่าน 10,913 ครั้ง
    ‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง☕ คลิกอ่านเลย
    ‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
    เปิดอ่าน 18,942 ครั้ง
    การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง☕ คลิกอ่านเลย
    การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
    เปิดอ่าน 23,192 ครั้ง
    การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร☕ คลิกอ่านเลย
    การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร
    เปิดอ่าน 20,781 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์
    เปิดอ่าน 8,494 ครั้ง
    เกษตรทำเงิน : ปลูกสตรอเบอร์รี่แซมยางพารา แก้วิกฤติราคายางตกต่ำเกษตรทำเงิน : ปลูกสตรอเบอร์รี่แซมยางพารา แก้วิกฤติราคายางตกต่ำ
    เปิดอ่าน 7,871 ครั้ง
    กว่าจะเป็น เวียงจันทน์เกมส์กว่าจะเป็น เวียงจันทน์เกมส์
    เปิดอ่าน 7,174 ครั้ง
    คำพ่อสอน เรื่อง "การทำงาน" ให้ประสบความสำเร็จคำพ่อสอน เรื่อง "การทำงาน" ให้ประสบความสำเร็จ
    เปิดอ่าน 9,778 ครั้ง
    แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแม็คเคลแลนด์ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของแม็คเคลแลนด์
    เปิดอ่าน 59,136 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม