ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ทำไมจึงต้องกวดวิชา?


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,383 ครั้ง
ทำไมจึงต้องกวดวิชา?

Advertisement

 
ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต
ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต

กวดวิชา...อาจไม่ใช่คำตอบ

ขณะนี้อยู่ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เป็นช่วงเวลาที่เราจะเห็นเยาวชนในวัยต่างๆ ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ จนถึงอายุประมาณ 18-19 ปี  ที่เดินขวักไขว่ตามโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนสอนพิเศษต่างๆ เช่น โรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนดนตรี โรงเรียนศิลปะ ฯลฯ

หลายต่อหลายปีที่ผู้เขียนมีโอกาสสังเกตพฤติกรรมของเด็กๆ ที่มาเรียนกวดวิชา แล้วได้เห็นภาพที่ส่งสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของพวกเขาหลายครั้ง คิดขยับจะเขียนเรื่องนี้อยู่หลายหน แต่ก็มีเหตุการณ์อื่นมาแทรกบ้าง และบางทีก็กังวลอยู่เหมือนกันว่า หากเขียนบทความนี้ด้วยความไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะทำให้เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาเข้าใจผิด คิดว่าผู้เขียนตั้งใจทำให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนกวดวิชามัวหมอง อันมีผลกระทบต่อธุรกิจของท่านเหล่านั้นได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนสงกรานต์ปีนี้ก็ขอเขียนเรื่องของเยาวชน และการตัดสินใจของเยาวชนร่วมกับผู้ปกครองในการใช้เวลาว่างของวันหยุดสุดสัปดาห์และวันปิดภาคเรียนในการเรียนกวดวิชา หรือเรียนวิชาต่างๆ นอกหลักสูตรปกติที่มีสอนในโรงเรียนทั่วไปว่า มีประเด็นที่ต้องใคร่ครวญอะไรบ้าง จึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการกวดวิชา หรือจากการศึกษาหลักสูตรพิเศษต่างๆ นอกโรงเรียน ทั้งนี้จุดมุ่งหมายหลักของผู้เขียนก็คือ เรื่องคุณภาพชีวิตของเยาวชนซึ่งจะเติบใหญ่เป็นกำลังของชาตินั่นเอง

ทำไมจึงต้องกวดวิชา?

สมัย 30 กว่าปีก่อนที่ผู้เขียนอยู่ในวัยศึกษา จำได้ดีว่าสมัยนั้นไม่ค่อยมีโรงเรียนกวดวิชามากนัก จะมีก็แต่การกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และเตรียมสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น พอวันปิดภาคเรียนพวกนักเรียนทั้งหลายก็ใช้เวลาอยู่บ้านกับผู้ปกครอง ใช้เวลาช่วยงานบ้านบ้าง แล้วก็ไปพักผ่อนตามต่างจังหวัดกับครอบครัว ตัวผู้เขียนเองและเพื่อนๆ หลายคนที่เรียนหนังสือมาด้วยกันไม่เคยต้องเรียนพิเศษเลย จะมีบ้างก็ไม่เกิน 10 คนที่สอบตก หรือไม่ก็เรียนอ่อนมากประมาณว่าเกือบๆ จะสอบตก ที่จำเป็นต้องเรียนพิเศษในช่วงปิดภาคเรียนเพื่อกวดวิชาให้เรียนทันเพื่อนฝูง

ส่วนการเรียนพิเศษอื่นๆ เช่น เรียนเปียโน ศิลปะ หรือกีฬาต่างๆ ก็มีเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลามากนักในแต่ละสัปดาห์ เด็กๆ จึงมีเวลาอยู่บ้านกับผู้ปกครองและพี่น้องคนอื่นๆ มีโอกาสวิ่งเล่นตามแบบเด็กๆ มากพอสมควร

แต่ในปัจจุบันนี้ผู้เขียนเห็นว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเด็กๆ ที่เรียนหนังสือตามโรงเรียนต่างๆ ต้องใช้เวลาหลังเลิกเรียนในชั้นเรียนปกติ และเวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์เรียนวิชาต่างๆ ที่โรงเรียนเองเป็นผู้จัดเตรียมไว้ หรือที่ผู้ปกครองพาเด็กไปเรียนเพิ่มเติมเองอีกมากมาย เช่น เรียนภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น ร้องเพลง เต้นบัลเลต์ เรียนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เรียนฝึกพูด ฯลฯ เด็กบางคนต้องเรียนทุกวันเลยค่ะ! และพอสอบถามดูปรากฏว่า เด็กหลายคนเป็นเด็กที่ไม่ได้เรียนย่ำแย่ หรือได้เกรดต่ำแต่ประการใด ทั้งนี้ผู้เขียนได้รวบรวมเหตุผลต่างๆ ที่ทำให้เด็กไปโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนพิเศษ ดังนี้

1.เรียนอ่อนไม่ทันเพื่อนจริงๆ

2.กลัวแข่งขันกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่เรียนพิเศษไม่ได้ ต้องสร้างความมั่นใจ

3.เก่งอยู่แล้ว...แต่อยากเก่งที่ซู้ด

4.สนใจอยากเรียนวิชาต่างๆ เหล่านั้นเพิ่มเติมเอง

5.ผู้ปกครองไม่มีเวลาอบรมดูแล จึงส่งมาไว้ที่โรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนพิเศษต่างๆ โดยหวังว่าเด็กจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และมีครูที่โรงเรียนคอยดูแล

6.เด็กอยู่บ้านเฉยๆ เลยเบื่อ สู้ไปโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนพิเศษไม่ได้ จะได้เจอเพื่อนฝูง

จะเห็นได้ว่าจากเหตุผลทั้ง 6 ประการดังกล่าวนี้ เป็นเหตุผลที่จำเป็นจริงๆ อยู่เพียง 3 เหตุผลเท่านั้น คือ เรียนไม่ทัน อยากส่งเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่เด็กสนใจเป็นพิเศษ และอยากเก่งที่สุดในสาขาที่เก่งอยู่แล้ว นอกนั้นเป็นเหตุผลทางจิตวิทยาและเหตุผลทางสังคมเสียมากกว่า ทำให้ผู้ปกครองหลายคนต้องขวนขวายหาสตางค์มาส่งเสียให้ลูกเรียนทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น เด็กบางคนพอลงจากรถก็ไม่ได้เดินเข้าโรงเรียนกวดวิชาหรอกนะคะ แต่ไปเดินเที่ยวเตร็ดเตร่ กินขนม ดูหนัง เห็นแล้วเสียดายสตางค์แทน แต่แค่เที่ยวเตร่ไม่เรียนก็ยังพอทน บางรายที่เป็นวัยรุ่นก็คบเพื่อนต่างเพศเดินโอบกอดกัน หรือแอบสูบบุหรี่ในซอยที่ลับตาคน แบบนี้แหละที่เห็นแล้วกลุ้มใจแทนผู้ปกครอง เสียทั้งเงินและอาจจะต้องเสียอนาคตของลูกหลานด้วย

การแก้ปัญหาเรื่องการศึกษา และการใช้เวลาว่างของเยาวชนในบ้านเราจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างผู้ปกครองและสถาบันการศึกษา คำว่าสถาบันการศึกษาไม่ได้หมายความถึงเฉพาะโรงเรียนที่เด็กสังกัดอยู่เท่านั้น แต่หมายถึงสถาบันการศึกษาทุกแห่งที่มีส่วนรับผิดชอบในการสร้างเยาวชนของชาติให้มีความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ค่านิยม และพลานามัยที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อที่จะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และทำตัวเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้

ทุกวันนี้สังคมบ้านเรามุ่งเน้นการแข่งขันชิงเด่นเป็นที่ 1 มากเกินไป ทำให้โรงเรียน ผู้ปกครอง และเด็ก มีค่านิยมที่ต้องแข่งขันมากเกินความพอดี กล่าวคือ เกิดความเครียด ความกลัวว่าตัวเองจะเก่งไม่พอ จะสู้ไม่ได้ จนต้องเรียนอะไรต่อมิอะไรอยู่ตลอดเวลาจนขาดสมดุลของชีวิต ชีวิตเด็กที่มีคุณภาพคือ มีชั่วโมงเรียน ชั่วโมงเล่น ชั่วโมงพักผ่อน ชั่วโมงอยู่กับครอบครัว ชั่วโมงเรียนรู้โลกเพื่อเข้าสังคมและรู้จักโลกในมุมกว้าง และชั่วโมงเรียนรู้ศีลธรรมจรรยาบรรณ

ทั้งหมดนี้ผู้ปกครองและสถาบันการศึกษาต้องปรึกษาหารือกันเพื่อหาวิธีสร้างสมดุลชีวิตให้เด็ก ไม่ใช่มุ่งแต่เรียน เรียน และเรียนในโรงเรียน พอออกจากโรงเรียนก็เดินเข้าโรงเรียนกวดวิชา หรือโรงเรียนพิเศษ ในขณะที่โรงเรียนต้องมีความรับผิดชอบ ผู้ปกครองเองก็ต้องมีความรับผิดชอบเช่นกันในการดูแลลูกหลานของตนเอง ไม่ใช่เห็นโรงเรียนกวดวิชา หรือโรงเรียนพิเศษเป็นสถานรับเลี้ยงและดูแลเด็กแทนตัวเอง นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลก็น่าจะยื่นมือเข้ามาจัดกิจกรรมช่วงปิดภาคเรียน เพื่อให้ความรู้และการสนับสนุนต่อผู้ปกครองและเด็กๆ ให้มีการใช้เวลาว่างของเด็กให้เป็นประโยชน์ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ปกครองและเด็กพร้อมกันไป โดยไม่ต้องให้ผู้ปกครองควักสตางค์กันจนกระเป๋าแห้งทุกปิดเทอมแบบนี้ มาช่วยกันทำให้ลูกหลานของท่านมีชีวิตวัยเด็กที่มีคุณภาพกันเถิดนะ


รายงานโดย :รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

ขอบคุณบทความจาก รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 7202 วันที่ 8 พ.ย. 2552


ทำไมจึงต้องกวดวิชา? ทำไมจึงต้องกวดวิชา?

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ครูคุมสอบคือ..???

ครูคุมสอบคือ..???


เปิดอ่าน 6,380 ครั้ง
เปลือกไข่กินได้...

เปลือกไข่กินได้...


เปิดอ่าน 6,382 ครั้ง
เผยแพร่บทคัดย่อ

เผยแพร่บทคัดย่อ


เปิดอ่าน 6,378 ครั้ง
อยู่กับงูเห่า ...

อยู่กับงูเห่า ...


เปิดอ่าน 6,383 ครั้ง
ชีวิตข้าราชการตัวน้อย ๆ

ชีวิตข้าราชการตัวน้อย ๆ


เปิดอ่าน 6,385 ครั้ง
ตัวเลข  บอกนิสัยแฟน

ตัวเลข บอกนิสัยแฟน


เปิดอ่าน 6,386 ครั้ง
อาการแปลกๆของผู้หญิง

อาการแปลกๆของผู้หญิง


เปิดอ่าน 6,376 ครั้ง
อาหารเจเพื่อสุขภาพ

อาหารเจเพื่อสุขภาพ


เปิดอ่าน 6,382 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก..ตามไปดูกันเลย!!

ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก..ตามไปดูกันเลย!!

เปิดอ่าน 6,380 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รักนี้ชั่วนิรันดร์-7 (แด่ความรักที่เป็นไปไม่ได้)
รักนี้ชั่วนิรันดร์-7 (แด่ความรักที่เป็นไปไม่ได้)
เปิดอ่าน 6,377 ☕ คลิกอ่านเลย

เตือนภัย ย้ายเมืองหลวง หนีน้ำท่วม!!!
เตือนภัย ย้ายเมืองหลวง หนีน้ำท่วม!!!
เปิดอ่าน 6,378 ☕ คลิกอ่านเลย

ตะปูกับชีวิต
ตะปูกับชีวิต
เปิดอ่าน 6,376 ☕ คลิกอ่านเลย

ถ้า..เปิด..ตอน..ดึก.ๆ..จะคึกคัก...เป็นพิเศษ...(ถ้าไม่คึก...ผมขอลาออกเช่นกัน..ครับอาจารย์)
ถ้า..เปิด..ตอน..ดึก.ๆ..จะคึกคัก...เป็นพิเศษ...(ถ้าไม่คึก...ผมขอลาออกเช่นกัน..ครับอาจารย์)
เปิดอ่าน 6,381 ☕ คลิกอ่านเลย

คุณจะเป็นคู่ชีวิตกันหรือไม่....ถ้าอยากรู้....ที่นี่มีคำตอบ
คุณจะเป็นคู่ชีวิตกันหรือไม่....ถ้าอยากรู้....ที่นี่มีคำตอบ
เปิดอ่าน 6,381 ☕ คลิกอ่านเลย

รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย โรงเรียนบ้านนาต้นจั่น
รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย โรงเรียนบ้านนาต้นจั่น
เปิดอ่าน 6,402 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

7 เคล็ดลับ รักษาความจำยืนยาว
7 เคล็ดลับ รักษาความจำยืนยาว
เปิดอ่าน 12,467 ครั้ง

หลักเกณฑ์ใหม่ในการตั้งชื่อวัด
หลักเกณฑ์ใหม่ในการตั้งชื่อวัด
เปิดอ่าน 17,976 ครั้ง

หน้าที่และความรับผิดชอบของครู
หน้าที่และความรับผิดชอบของครู
เปิดอ่าน 409,178 ครั้ง

เหงื่อบอกโรค
เหงื่อบอกโรค
เปิดอ่าน 19,107 ครั้ง

ตาบอดสี
ตาบอดสี
เปิดอ่าน 18,967 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ