ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

โรงเรียนนิติบุคคล


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,701 ครั้ง
โรงเรียนนิติบุคคล

Advertisement

❝ ขอนำเสนอบทความเรียบเรียงเกี่ยวกับ โรงเรียนนิติบุคคล ❞  

                                                                                                                           สุริพงศ์  สังข์ชัย

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสวนสมบูรณ์

                                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 2

 

โรงเรียนนิติบุคคล

              การศึกษาของประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมานั้นเริ่มมีการเรียนการสอนที่เป็นไปแบบอัธยาศัย  การจัดการศึกษายังไม่เป็นระบบที่แน่นอนส่วนมากผู้ปกครองมักส่งบุตร- หลานไปเรียนกับพระที่วัดโรงเรียนจึงอยู่ที่วัด จนกระทั่งต่อมารัฐออกพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464   มาจัดตั้งโรงเรียนขึ้นคือ  โรงประชาบาล   ซึ่งจัดตั้งโรงเรียนในที่ดินของชุมชนใช้ทรัพยากรที่มาจากชุมชนเป็นโรงเรียนที่ประชาชนบริหารจัดการตนเอง เรียกว่า การบริหารฐานโรงเรียน อำนาจในการบริหารจัดการไม่ว่าจะเป็นการจัดหาที่ดิน การสร้างอาคารเรียน  และการจ่ายค่าตอบแทนครู ล้วนเป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาของโรงเรียน โดยกฎหมายได้กำหนดให้โรงเรียนเก็บเงินภาษีเพื่อการศึกษา ซึ่งในสมัยนั้นเรียกกันว่า ศึกษาพลี  เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการศึกษา การจัดการศึกษาในสมัยนั้นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการศึกษาของโรงเรียนทั้งสิ้น  ซึ่งคณะกรรมการจะมาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งจากประชาชนในชุมชนนั้นๆ  โดยเสนอต่อนายอำเภอเป็นผู้แต่งตั้ง  นอกจากเก็บภาษีเพื่อการศึกษาแล้วคณะกรรมการศึกษายังมีอำนาจในการจ้างบุคลากรมาเป็นผู้บริหารและเป็นครูในโรงเรียน โรงเรียนมีอำนาจมากในการบริหารงานบุคคล เช่น  เรื่องการแต่งตั้งและการให้พ้นจากตำแหน่ง การจัดซื้อจัดจ้างเป็นต้น

                ต่อมาเกิดเหตุวิกฤตทางเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1  ทางราชการจึงได้ยกเลิกเก็บเงินภาษีเพื่อการศึกษา ศึกษาพลี   แต่อนุมัติเงินอุดหนุนให้แก่โรงเรียนประชาบาลเพิ่มขึ้น  และยกฐานะครูประชาบาลที่เป็นครูอัตราจ้างขึ้นมาเป็นข้าราชการในสังกัดกรมสามัญศึกษาในปี พ.ศ. 2492  จนต่อมาได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติการประถมศึกษา พ.ศ. 2523

               ต่อมารัฐได้ปฏิรูปการศึกษามีความมุ่งหมายที่จะจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  เป็นคนดี มีความสามารถ และมีความสุข การดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีพลังและมีประสิทธิภาพจำเป็นที่จะต้องมีการกระจายอำนาจและให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม   ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช  2540

              มาตรา 81  รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สร้างเสริมความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปวิทยาการต่างๆ  เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพครู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ

               มาตรา 284  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายย่อมมีความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการปกครอง การบริหาร การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง และมีอำนาจหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะ

               การกำหนดอำนาจและหน้าที่ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยตนเอง ให้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ โดยคำนึงถึงการกระจายอำนาจเพิ่มขึ้นให้แก่ท้องถิ่นเป็นสำคัญ

             รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550

               มาตรา 80 รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การสาธารณสุข การศึกษาและวัฒนธรรมดังต่อไปนี้

                               (3) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก รวมทั้งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกของความเป็นไทย มีระเบียบวินัย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

               มาตรา 289  วรรคสอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรม และการฝึกอาชีพตามความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่นนั้น และเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับมาตรฐานและระบบการศึกษาของชาติ

                การจัดการศึกษาอบรมภายในท้องถิ่นตามวรรคสอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องคำนึงถึงการบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี  ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นด้วย

                และตามหลักการของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545   ที่มุ่งหวังยกระดับการศึกษาของชาติให้ได้มาตรฐาน และจัดการศึกษาได้อย่างทั่วถึงมีคุณภาพ โดยได้บัญญัติให้มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารบุคคล และงานบริหารทั่วไป ให้มีการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาของไทยมีเอกภาพเชิงนโยบาย และมีความหลากหลายในทางปฏิบัติ มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่โดยตรง  การจัดองค์กรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชนที่จัดบริการสาธารณะย่อมมีอิสระในการบริหารทั้งด้านทรัพยากรบุคคล และอำนาจหน้าที่ในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ตามบทบัญญัติ มาตรา 39  ที่ว่า

        มาตรา 39   กำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคลและการบริหารงานทั่วไป ไปยังคณะ กรรมการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกและสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง

          หลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

          การกระจายอำนาจทำให้สถานศึกษามีความคล่องตัว มีอิสระ ในการบริหารจัดการจัดการเป็นไปตามหลักของการบริจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management : SBM) ซึ่งจะเป็นรากฐานและความเข็มแข็งให้กับสถานศึกษา สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพได้มาตรฐานและสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

          จากแนวคิดดังกล่าวเพื่อให้สถานศึกษามีความคล่องตัว มีอิสระ  และมีความเข้มแข็งรัฐจึงให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคลให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมาย ผู้บริหารมีแนวทางหรือโรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมในสิ่งต่อไปนี้

1. รวบรวมและจัดข้อมูลสาระสนเทศให้เป็นปัจจุบัน การบริหารแนวใหม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารและตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลมากกว่าสามัญสำนึก ดังนั้น ผู้บริหารจึงจำเป็นจะต้องรวบรวม จัดระบบ และใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารและตัดสินใจให้มากที่สุด

          2.  วางแผนและดำเนินงานตามแผนที่วางไว้  การวางแผนมีส่วนช่วยให้ผู้บริหารมีทิศทางในการบริหารตามลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหาและนโยบายการบริหาร ดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องมีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผน และสามารถดำเนินการบริหารให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ รวมทั้งการดำเนินการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามแผน เพื่อให้การบริหารงานบรรลุผลตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้

        3.  ศึกษากฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคลผู้บริหารมีอำนาจอย่างอิสระ ขณะเดียวกันก็รับผิดชอบต่อผลการตัดสินใจของตนเองอย่างเต็มที่

        4.  การบริหารและการตัดสินใจโดยองค์คณะบุคคล  การศึกษาเป็นบริการกิจการสาธารณะที่มีผู้เกี่ยวข้องและได้รับผลจากการบริการจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การบริหารและการตัดสินใจมีความถูกต้องและก่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการมากที่สุด

        5.  จัดระบบบัญชีให้ครบถ้วนถูกต้อง  แม้ผู้บริหารจะมีอำนาจอิสระในการบริหารและการตัดสินใจก็ตาม แต่อำนาจอิสระนั้นมิใช่เป็นไปโดยปราศจากการควบคุมตรวจสอบของทางราชโดยเฉพาะด้านการเงินซึ่งส่วนใหญ่มาจากงบประมาณแผ่นดิน  จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบการใช้จ่ายของสถานศึกษาทั้งในช่วงก่อนใช้ ระหว่างใช้ และหลังการใช้ ดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นจะต้องจัดทำระบบบัญชีให้ครบถ้วน

            โดยได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546  ว่า

          มาตรา 35  สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 34 (2) เฉพาะที่เป็นโรงเรียนมีฐานะเป็นนิติบุคคล

           เมื่อมีการยุบเลิกสถานศึกษาตามวรรคหนึ่งให้ความเป็นนิติบุคคลสิ้นสุดลง

      สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 34 (2) เฉพาะที่เป็นโรงเรียนเท่านั้นตามกฎหมายนี้ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

          คำว่า  นิติบุคคล   มีความหมายเป็น องค์กรหรือองค์คณะบุคคล  ซึ่งกฎหมายสมมุติให้เป็นบุคคล เพื่อให้สิทธิหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และความเป็นนิติบุคคลของระบบราชการนั้นเป็นเรื่องสมมติที่กฎหมายกำหนดให้เป็น และการมีฐานะเป็นนิติบุคคลนี้ทำให้โรงเรียนสามารถจะกระทำนิติกรรมสัญญาได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดาแต่ไม่ได้หมายความถึงความเป็นอิสระโดยสิ้นเชิงจากราชการบริหารส่วนกลางที่เป็นผู้บังคับบัญชา

            ตามกฎหมายนิติบุคคล  แบ่งออกเป็น  2  ประเภท คือ

       1.   นิติบุคคลในกฎหมายเอกชน  หมายถึง  นิติบุคคลที่เกิดขึ้นตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยจะเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มบุคคลธรรมดารวมกันทำกิจกรรมอันใดอันหนึ่ง และเพื่อให้ดำเนินกิจการนั้นๆได้  นิติบุคคลจำเป็นที่จะต้องมีทรัพย์สินและสามารถทำนิติกรรมต่างๆได้ ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการดำเนินกิจการ กฎหมายจึงกำหนดให้บุคคลดังกล่าวจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นตามกฎหมายและดำเนินกิจการภายใต้นิติบุคคลเพียงคนเดียวหรือในกรณีที่เป็นการรวมทรัพย์สินที่จัดสรรไว้เป็นกองทุนเพื่อดำเนินกิจการอันใดอันหนึ่ง เช่น เพื่อการศึกษา ศาสนา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างอื่น โดยมิได้มุ่งหาประโยชน์ และเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมายแล้วย่อมเป็นนิติบุคคล เช่น สมาคม มูลนิธิ เป็นต้น

                นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของเอกชนและไม่มีการใช้อำนาจมหาชน

2.       นิติบุคคลตามกฎหายมหาชน หมายถึงนิติบุคคลที่เกิดขึ้นตามกฎหมายมหาชน กล่าวคือ

มีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายลำดับรองที่อาศัยอำนาจจากพระราชบัญญัติกำหนดให้จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ

           นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ของไทยนั้นอาจจำแนกได้ดังนี้

-          ทบวงการเมือง

              ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73  (เดิม) บัญญัติว่า  ทบวงการเมืองนั้นคือ กระทรวง และกรมในรัฐบาล เทศาภิบาลปกครองท้องที่ และประชาบาลทั้งหลาย

             ในกรณีสถานศึกษา สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาได้รับสถานภาพเป็นนิติบุคคล โดยบทบัญญัติในมาตรา 35  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546

           สถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล หมายถึงโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาที่กฎหมายยอมรับให้สามารถกระทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเองภายในขอบวัตถุประสงค์ มีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  และกฎหมายอื่นซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของสถานศึกษาไว้เป็นการเฉพาะ

            แม้ว่าสถานศึกษามีฐานะเป็นนิติบุคคลแต่ความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาก็ไม่เหมือนกับนิติบุคคลของกระทรวง ทบวง กรม ที่มีอำนาจหน้าที่กว้างขวางว่า ในกรณีของสถานศึกษาหากจะเทียบคงเทียบได้กับความเป็นนิติบุคคลของจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่อาจบริหารราชการภายในจังหวัดได้อย่างอิสระเหมือนอย่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากแต่ยังต้องรับนโยบายจากส่วนกลางมาปฏิบัติอีกทั้งจัดซื้อจัดจ้างก็ต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติมเป็นต้น ดังนั้น การเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษา จึงไม่ใช่ว่าสถานศึกษาจะใช้อำนาจหน้าที่ได้เองโดยอิสระ ปราศจากขอบเขตของกฎหมาย เช่น สถานศึกษาไม่อาจจำนองที่ดินที่มีผู้บริจาคให้สถานศึกษา ไม่สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือหน่วยธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงิน  หรือดำเนินการนอกจากอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย หรือนอกขอบวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถานศึกษา หรือดำเนินการในเรื่องอื่นใดที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ เช่น การจัดทำงบประมาณต้องจัดทำตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ การเบิกจ่ายเงินต้องเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง เป็นต้น

           วัตถุประสงค์ของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล

1.       เพื่อให้สถานศึกษาจัดการศึกษาอย่างเป็นอิสระ คล่องตัว ให้สามารถบริหารจัดการศึกษาได้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพตามหลักการกระจายอำนาจและการบริหารที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน

2.       เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

     สถานศึกษาตามความหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545  ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้

     มาตรา 4  ในพระราชบัญญัตินี้

          สถานศึกษา   หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน  ศูนย์การเรียน  วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หน่วยงานทางการศึกษา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ที่มีอำนาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา

          การศึกษาขั้นพื้นฐาน   หมายความว่า การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา

          สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน   หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

                ประโยชน์ที่โรงเรียนเป็นนิติบุคคล   จะได้ประโยชน์อยู่หลายประการด้วยกัน

                ประการแรก  นอกจากโรงเรียนจะมีอำนาจจัดการศึกษาแล้วยังมีอำนาจในการบริหารจัดการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  ซึ่งบัญญัติให้สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการปกครองดูแล บำรุงรักษา ใช้ สามรถบริหารจัดการทรัพย์สินของโรงเรียนเพื่อหาประโยชน์ได้เอง

               ประการที่สอง  โรงเรียนสามารถบริหารงานบุคคล ในเรื่องการสรรหา แต่งตั้ง หรือจัดจ้างบุคลากร ได้เองตามความต้องการของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547              และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

              ประการที่สาม  มีอิสระคล่องตัวในการบริหารจัดการงบประมาณ จัดซื้อพัสดุในส่วนที่กฎหมายตั้งไว้ในกำหนดวงเงินเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการและจำเป็นของสถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนนั้นๆ

                  สิทธิและหน้าที่ของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล 

                  ความเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษา  นอกจากจะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา ยังมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดทั้งกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

                ดังนั้น สถานศึกษาจะดำเนินการต่างๆ ได้ ต้องอยู่ในกรอบของอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายและวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถานศึกษาเท่านั้น ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นๆ โดยได้กำหนดให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการและมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารกิจการของสถานศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการรวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา

                 ในการดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับบุคลากรภายนอก มาตรา 39  แห่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้แทนของสถานศึกษาในกิจการทั่วไป รวมทั้งการจัดทำนิติกรรมสัญญาในนามของสถานศึกษาตามวงเงินงบประมาณที่สถานศึกษาได้รับมอบหมาย หรือตามระเบียบบริหารการเงินของสถานศึกษาเป็นต้น

ฉะนั้นผูอำนวยการสถานศึกษาจึงมีฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคล เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยที่กำหนดอำนาจหน้าที่อธิการบดี ให้เป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป ซึ่งมีฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคลตามสภาพที่กฎหมายกำหนด

                นอกจากนี้ มาตรา 44  วรรคหนึ่ง และมาตรา 45  หนึ่งแห่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้มีการกระจายอำนาจและการมอบอำนาจของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้แก่สถานศึกษาเพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษา สถานศึกษามีความอิสระและคล่องตัวในการจัดการศึกษา

                อำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคลและของผู้อำนวยการสถานศึกษาตามกฎหมาย  ซึ่งประกอบด้วยการบริหารงาน 4  งาน

1.       การบริหารงานวิชาการ

2.       การบริหารงานงบประมาณ

3.       การบริหารงานบุคคล

4.       การบริหารทั่วไป

การบริหารงานวิชาการ

งานวิชาการเป็นงานหลักหรือเป็นภารกิจหลักของสถานศึกษาที่พระราชบัญญัติการศึกษา

แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มุ่งให้กระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปให้สถานศึกษาให้มากที่สุด ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้สถานศึกษาดำเนินการได้โดยอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และการมีมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการ สามารถพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตลอดจนการวัดผล การประเมินผล รวมทั้งปัจจัยที่เกื้อหนุนและเกี่ยวข้องให้การพัฒนาคุณภาพนักเรียน ซึ่งชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ

               ขอบข่าย/การกิจของการบริหารงานวิชาการ

1.       การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา

2.       การพัฒนากระบวนการเรียนรู้

3.       การวัดผล การประเมินผล และเทียบโอนผลการเรียน

4.       การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

5.       การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี

6.       การพัฒนาแหล่งเรียนรู้

7.       การนิเทศการศึกษา

8.       การแนะแนวการศึกษา

9.       การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

10.    การส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการแก่ชุมชน

11.    การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาอื่น

12.    การส่งเสริม และสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงานและสถาบันที่อื่นที่จัดการศึกษา

การบริหารงานงบประมาณ

การบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษามุ่งเน้นความเป็นอิสระ ในการบริหารจัดการ     มี

ความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดหลักการบริหารมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ให้มีการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา รวมทั้งจัดหารายได้จากบริการมาใช้บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และส่งผลให้เกิดคุณภาพที่ดีขึ้นต่อผู้เรียนเป็นสำคัญ

                 ขอบข่าย/ภารกิจของการบริหารงานงบประมาณ

1.       การจัดทำและเสนอของบประมาณ

2.       การจัดสรรงบประมาณ

3.       การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้เงินและผลการดำเนินงาน

4.       การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา

5.       การบริหารการเงิน

6.       การบริหารบัญชี

7.       การบริหารพัสดุและสินทรัพย์

การบริหารงานบุคคล

การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา เป็นภารกิจสำคัญที่มุ่งส่งเสริมให้สถานศึกษา

สามารถปฏิบัติงานเพื่อตอบสนองภารกิจของสถานศึกษา เพื่อดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคลให้เกิดความคล่องตัว อิสระ ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนา มีความรู้ ความสามารถ มีขวัญกำลังใจ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติมีความมั่นคงและก้าวหน้าในวิชาชีพ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนเป็นสำคัญ

                  ขอบข่าย/ภารกิจของการบริหารงานบุคคล

1.       การวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง

2.       การสรรหารและการบรรจุแต่งตั้ง

3.       การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ

4.       วินัยและการรักษาวินัย

5.       การออกจากราชการ

การบริหารทั่วไป

การบริหารทั่วไปเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบการบริหารองค์กร ให้บริการ

บริหารงานอื่นๆบรรลุผลได้ตามมาตรฐาน คุณภาพและเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยมีบทบาทหลักในการประสานส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยการ ความสะดวกต่างๆ ในการให้บริการการศึกษาทุกรูปแบบ มุ่งพัฒนาสถานศึกษาให้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ส่งเสริมในการบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษา ตามหลักการบริหารงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลักโดยเน้นความโปร่งใส ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ตลอดจน การมีส่วนร่วมของบุคคล ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ขอบข่าย/และภารกิจของการบริหารทั่วไป

1.       การดำเนินงานธุรการ

2.       งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

3.       การพัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ

4.       การประสานและพัฒนาเครือข่ายการศึกษา

5.       การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร

6.       Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

แก้ปวดหัว...ด้วยน้ำ

แก้ปวดหัว...ด้วยน้ำ


เปิดอ่าน 6,388 ครั้ง
ฉี่บ่อย..สัญญานเตือนภัย

ฉี่บ่อย..สัญญานเตือนภัย


เปิดอ่าน 6,383 ครั้ง
เปิดพระธาตุ..ดอยสุเทพ

เปิดพระธาตุ..ดอยสุเทพ


เปิดอ่าน 6,383 ครั้ง
ชะลอชรา..น้ำชาช่วยได้..

ชะลอชรา..น้ำชาช่วยได้..


เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง
สวย..สวย...สวย..ด้วยส้ม 1ผล..!!!

สวย..สวย...สวย..ด้วยส้ม 1ผล..!!!


เปิดอ่าน 6,394 ครั้ง
กินอาหารเพิ่มคอลลาเจน

กินอาหารเพิ่มคอลลาเจน


เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง
ฝีหนองต้องสมุนไพรเมือง

ฝีหนองต้องสมุนไพรเมือง


เปิดอ่าน 6,385 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ข้อแนะนำ 8 ข้อ สู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย..

ข้อแนะนำ 8 ข้อ สู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย..

เปิดอ่าน 6,434 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
วิธีทำ น้ำใบย่านาง........เครื่องดื่มสมุนไพร
วิธีทำ น้ำใบย่านาง........เครื่องดื่มสมุนไพร
เปิดอ่าน 6,386 ☕ คลิกอ่านเลย

เปิดหนังสือทำอาหารญี่ปุ่นค่ะ ไก่ย่างมิโสะ..
เปิดหนังสือทำอาหารญี่ปุ่นค่ะ ไก่ย่างมิโสะ..
เปิดอ่าน 6,391 ☕ คลิกอ่านเลย

Thunderbirds วิหคสายฟ้า โชว์บินผาดแผลง 10 ต.ค.นี้ ที่ดอนเมือง
Thunderbirds วิหคสายฟ้า โชว์บินผาดแผลง 10 ต.ค.นี้ ที่ดอนเมือง
เปิดอ่าน 6,383 ☕ คลิกอ่านเลย

10 เหตุการณ์ .....ที่ทำให้เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง
10 เหตุการณ์ .....ที่ทำให้เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง
เปิดอ่าน 6,390 ☕ คลิกอ่านเลย

ผู้หญิง 3 แบบ.....ที่ผู้ชายควรเข้าใจ
ผู้หญิง 3 แบบ.....ที่ผู้ชายควรเข้าใจ
เปิดอ่าน 6,390 ☕ คลิกอ่านเลย

โยคะ...ทำเองก็ได้ง่ายจัง
โยคะ...ทำเองก็ได้ง่ายจัง
เปิดอ่าน 6,394 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คลิปรถตู้อุบลฯ รับผู้โดยสารแน่นคัน 15 ที่นั่ง ยืนอีกเป็นสิบ
คลิปรถตู้อุบลฯ รับผู้โดยสารแน่นคัน 15 ที่นั่ง ยืนอีกเป็นสิบ
เปิดอ่าน 10,962 ครั้ง

แบบก่อสร้างอาคารห้องสุมด ICT
แบบก่อสร้างอาคารห้องสุมด ICT
เปิดอ่าน 23,746 ครั้ง

พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
เปิดอ่าน 10,867 ครั้ง

จั๋ง...ต้นไม้ฟอกอากาศ
จั๋ง...ต้นไม้ฟอกอากาศ
เปิดอ่าน 90,945 ครั้ง

ทำไม ห้ามดื่มเหล้าแกล้มทุเรียน ???
ทำไม ห้ามดื่มเหล้าแกล้มทุเรียน ???
เปิดอ่าน 11,671 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ