ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ปฏิทินมายา กับไขปริศนาวันสิ้นโลก ....ควรอ่าน


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,382 ครั้ง
ปฏิทินมายา กับไขปริศนาวันสิ้นโลก    ....ควรอ่าน

Advertisement

ไขปริศนา 2012 วันสิ้นโลก...จากปฏิทินมายา
Posted by Joseph , ผู้อ่าน : 725 , 14:02:12 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้






ขึ้นชื่อว่าอารยธรรมโบราณ ย่อมต้องมี "ปริศนา" ควบคู่มาด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในปริศนาจากอารยธรรมโบราณแห่งหนึ่งจากดินแดนโลกใหม่ (New World) ที่ดูจะเป็นที่สนใจของนักวิชาการและคนทั่วไปเป็นอย่างมาก นั่นคือปริศนาคำทำนายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกในปี ค.ศ.2012 ของอารยธรรมมายา อารยธรรมท่ามกลางป่าฝนของทวีปอเมริกากลาง ซึ่งเราจะมาเปิดเผยกันในครั้งนี้นั่นเองครับ

หลายๆท่านอาจจะเคย ได้ยินมาว่า ในปี ค.ศ. 2012 มนุษยชาติอาจจะสูญสลายไปจากโลก โลกจะเข้าสู่กลียุค ในที่สุดก็จะถูกทำลายล้างจากเพลิง อุทกภัยครั้งใหญ่ และภัยพิบัติซึ่งจะมาเยือนในรูปแบบที่น่ากลัวเกินกว่าจะคาดเดาได้ แล้วทำไมต้องเป็น ค.ศ.2012? ตรงนี้คงต้องอธิบายแนวคิดพื้นฐานของปฏิทินมายาโบราณคร่าวๆให้เข้าใจก่อนครับ

God L (นั่งสูบซิการ์ทางขวามือ) ทรงเป็นประธานในพิธีกรรมช่วง 3114 ปีก่อนคริสตกาล ฉากหลังที่เป็นสีดำ น่าจะหมายความถึงโลกในยุคแรกเริ่ม ที่ยังไม่มีแสงและเสียงใดๆ

ปฏิทินของชาวมายา ไม่ได้ทำจากกระดาษ และแขวนบนผนังเพื่อหาดูวันหยุดนักขัตฤกษ์แบบเราๆท่านๆหรอกครับ แต่ปฏิทินของชาวมายาบันทึกไว้บนแผ่นหินครับ ดังนั้น ใครที่กำลังคิดว่าสาเหตุที่ปฏิทินของชาวมายาหมดลงในปี ค.ศ. 2012 เป็นเพราะกระดาษหมด เลยไม่อยากเขียนต่อ ก็เปลี่ยนความคิดได้เลยครับ

ปฏิทิน ของชาวมายาที่เราจะพูดถึงกันในครั้งนี้ เรียกว่าปฏิทินแบบนับยาว (Long Count Calendar) ซึ่ง 1 ปีของปฏิทินชนิดนี้จะมี 360 วัน แบ่งออกเป็น 18 เดือน และเดือนละ 20 วัน ทุกๆ 20 ปี จะมีคำเฉพาะที่เรียกว่า k’atun และทุกๆ 20 k’atun (400 ปี) ก็จะเรียกว่า bak’tun ตอนนี้หลักๆที่ควรทำความรู้จักคือคำว่า bak’tun ครับ เพราะว่าจะเกี่ยวข้องกับคำทำนายปี ค.ศ.2012 ด้วย

ด้วยความที่ชาวมายา โบราณมีความเชื่อว่าวันและเวลาของพวกเขาเป็นวงรอบที่จะครบวงรอบเล็กทุกๆ 52 ปี และพวกเขาก็จะปรับปรุงบ้านเรือน และต่อเติมวิหาร รวมทั้งพีระมิดทุกๆการครบรอบ 52 ปีเช่นกัน สำหรับปฏิทินแบบนับยาวนี้ ชาวมายาโบราณมีความเชื่อว่า 1 วงรอบใหญ่ (Great Cycle) ประกอบไปด้วย 13 bak’ tun นั่นก็คือจะกินเวลาประมาณ 5,200 ปีนั่นเอง (นั่นคือ 13 เท่าของ 400 ปี เท่ากับ 5,200 ปี)

ตำนาน เกี่ยวกับอุทกภัยจากเดรสเดน โคเด็กซ์ แสดงภาพเทพี อิช เชล และสัตว์คล้ายจระเข้กำลังเทน้ำลงมาใส่ God L ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโลกข้างใต้

เมื่อ การถอดความภาษามายาโบราณมีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้นักวิชาการสามารถเทียบวันที่ในปฏิทินมายาโบราณเข้ากับปฏิทินของพวกเรา ได้ นักวิชาการทราบว่า bak’tun ที่ 13 หรือวงรอบใหญ่ที่ผ่านมาครั้งล่าสุดนั้น เกิดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน 3114 ปีก่อนคริสตกาล และจะดำเนินไปสู่ bak’tun ที่ 13 หรือวงรอบใหญ่อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 23 ธันวาคม ปี ค.ศ.2012 ที่จะถึงนี้ ทำให้ หลายๆท่านอาจจะเชื่อว่าปฏิทินมายา "หมดลง" ในปี ค.ศ.2012 นั่นหมายถึงชาวมายาโบราณทำนายว่าโลกจะถึงจุดจบในปี ค.ศ.2012 นี้ด้วย

สิ่ง ที่จะให้คำตอบเกี่ยวกับวันสิ้นโลกกับพวกเราได้ก็คือหลักฐานทางโบราณคดี ที่ขุดพบจากดินแดนของชนเผามายานั่นเองครับ หลักฐานชิ้นแรกที่จะนำมาเสนอคือตำนานจากคัมภีร์โพโพล วูห์ (Popol Vuh) ของชาวมายาโบราณที่เล่าถึงตำนานการสร้างโลก การสร้างมนุษย์และการ "ทำลายล้าง" มนุษย์ครับ

ตำนานนี้เริ่มต้นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างโลก เอาไว้ว่า ณ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ที่ซึ่งยังไม่มีสัตว์และต้นไม้ใดๆทั้งสิ้น มีเพียงแค่ผืนฟ้า ท้องทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา และเทพเจ้านามหทัยสวรรค์ (Heart of Sky) เท่านั้น ปัญหาคือ พระองค์ต้องการสร้างผู้ที่สามารถเอ่ยนามของพระองค์และยกย่องเกียรติพระองค์ ได้ นั่นทำให้พระองค์เริ่มกระบวนการ "สร้างโลก" และ "สร้างมนุษย์" ขึ้นมา

ศิลาที่เมืองควิริกัว จารึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3114 ปีก่อนคริสตกาลเอาไว้

ตาม ตำนานกล่าวว่า เพียงพระองค์เอื้อนเอ่ยวาจา สรรพสิ่งตามคำเอ่ยของพระองค์ก็ปรากฏ พระองค์ทรงสร้างผืนดิน ภูเขา และสรรพสัตว์ต่างๆและพระ องค์ได้มอบแหล่งที่อยู่ให้แก่สรรพสัตว์เหล่านั้นแต่ด้วยความที่จุดประสงค์ ที่แท้จริงของพระองค์คือต้องการสร้างผู้ที่สามารถเอ่ยนามของพระองค์และ สรรเสริญพระองค์ได้ แต่ว่าเหล่าสัตว์ที่พระองค์ สร้างขึ้นนั้นได้แต่กู่ร้องไม่เป็นภาษา พระองค์จึงเริ่มเปลี่ยนแนวคิดไปสร้างสิ่งที่เรียกว่า "มนุษย์" แทน ครั้งแรก พระองค์สร้างมนุษย์ขึ้นจากโคลน แต่มนุษย์ โคลนนั้นปวกเปียก ไม่มั่นคง พระองค์จึง "ทำลาย" ทิ้ง หลังจากนั้นทรงเปลี่ยนมาใช้ไม้ในการสร้างมนุษย์ มนุษย์ไม้พวกนี้ สามารถเอ่ยพระนามของพระองค์ได้ แต่มนุษย์พวกนี้เอาแต่ทำลายธรรมชาติ ฆ่าสัตว์ และไม่ให้ความเคารพพระองค์เลย พระองค์ จึงตัดสินใจ "ทำลาย" มนุษย์ไม้เหล่านี้ด้วยการให้ ฝนตกทั้งวันทั้งคืน สุดท้ายพระองค์สร้างมนุษย์ขึ้นจาก "แป้งข้าวโพด" และมนุษย์ที่เกิดจากแป้งข้าวโพดก็คือเราๆ ท่านๆ ทุกวันนี้แหละครับ

แต่ ถ้าชาวมายาโบราณมีความเชื่อว่า bak’tun ที่ 13 ที่กำลังจะมาถึงในปี 2012 นี้คือการทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์จริงๆแล้วล่ะก็ วงรอบใหญ่รอบที่แล้วเมื่อ 3114 ปีก่อนคริสตกาล ก็ควรจะต้องเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นเช่นกัน แต่ศิลา ซี จากเมืองควิริกัว (Quirigua Stela C) ที่จารึกเหตุการณ์ในครั้งนั้น กลับชี้ให้เห็นมุมมองที่ต่างออกไป เพราะว่าจารึกชิ้นนี้บอกเล่าเรื่องราวของการสร้าง ไม่ใช่การทำลายล้าง โดยกล่าวถึงการวางหินเพื่อสร้างเป็นพื้นเตา สำหรับการก่อไฟทำอาหารเท่านั้นเองครับ อ้าว!! แล้วคำทำนายที่ว่า มนุษยชาติจะล่มสลายในปี ค.ศ.2012 นี้เขาอ้างอิงมาจากไหนล่ะมันมีอนุสาวรีย์แห่งหนึ่ง และแห่งเดียวเสียด้วยครับ ที่จารึกเกี่ยวกับ "คำทำนายในปี ค.ศ.2012" เอาไว้ มันคืออนุสาวรีย์หมายเลข 6 แห่งเมืองทอร์ทูกัวโร (Tortuguero Monument 6) ครับ จารึกหินแผ่นนี้มีลักษณะเหมือนรูปตัวที (T) ซึ่งปีกด้านซ้ายหายไปจึงเหลือเพียงตัวแอล (L) กลับหัว สำหรับส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำทำนายปี ค.ศ.2012 นั้นได้รับการจารึกเอาไว้ที่ปีกด้านขวาของศิลาแผ่นนี้ครับ






แบบจำลองอักขระบนอนุสาวรีย์หมายเลข 6 ที่เชื่อกันว่าหมายถึงวันสิ้นโลก

ข้อ ความที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดคือข้อความที่ถอดความได้ว่า "...เป็นเวลานาน 2 วัน 9 เดือน 3 ปี 8 k’atun 3 bak’tun ก่อนที่จะครบ 13 bak’tun (ซึ่งเทียบได้กับวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ.2012) มันจะเกิดความมืด?? และจะเป็นการลงมาประทับของเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างที่...??"

ถึง แม้ว่าอนุสาวรีย์ ชิ้นนี้จะจารึกถึงวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ.2012 เอาไว้อย่างชัดเจน แต่มันก็แตกหัก จารึกไม่สมบูรณ์ ถอดความได้ยังไม่ชัดเจน เช่นคำว่าความมืดหรือสีดำ หรือที่ภาษามายาโบราณอ่านว่า "เอค" (Ek) นั้นก็ขาดหายไปครึ่งหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนั้นคือ ความมืด หรือย่างอื่นกันแน่ ที่สำคัญ ตัวอักษรในศิลาแผ่นนี้ที่เป็นตัวบอกว่าเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างทรงลงมา ประทับที่ไหน หรือลงมาทำอะไร ก็เลือนไปเสียด้วยครับสรุปอนุสาวรีย์ แห่ง นี้คือหลักฐานชิ้นเดียวที่บ่งบอกว่า "จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2012" ซึ่งมันก็ยังไม่สามารถถอดความได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าข้อความที่จารึกไว้จะเป็นความจริง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นมีเพียงแค่ความมืด และการลงมาประทับของเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างเท่านั้นเองครับ ไม่ใช่วันอวสานของโลกแต่อย่างใด เพราะเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างองค์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำลายล้างเพียง อย่างเดียว แต่พระองค์ยังปรากฏกายในโอกาสอื่นๆด้วย เช่นเมื่อปฏิทินของชาวมายาดำเนินไปครบ 1 ปี หรือ ka’tun (20 ปี) เป็นต้น

ที่ สำคัญ ปฏิทินมายาก็ไม่ได้หมดลงที่ bak’ tun ที่ 13 ด้วยครับ เนื่องจากนักวิชาการได้พบหลักฐานเป็นศิลาจากเมืองโคบา (Coba) ที่จารึกชื่อของปีที่วงรอบใหญ่ว่า bak’tun ขึ้นไปอีก 19 ลำดับ โดยที่วงรอบใหญ่ที่สุดจริงๆของปฏิทินมายาโบราณ จะสามารถเทียบเป็นเวลาถึง 13 เท่าของ 20 ยกกำลัง 21 ปี นั่นคือหลายล้านล้านปีก่อนที่จักรวาลจะถือกำเนิดเสียอีกครับ ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นเลยที่ปฏิทินจะหมดลงแค่ปี ค.ศ.2012

ถึง แม้ว่าอนุสาวรีย์หมายเลข 6 แห่งเมืองทอร์ทูกัวโรจะไม่ได้บันทึกอย่างชัดเจนถึงอวสานของมนุษยชาติ แต่ถ้ามนุษย์ที่เทพหทัยสวรรค์สร้างขึ้นจากแป้งข้าวโพดอย่างเราๆท่านๆยัง ทำตัวไม่ ต่างจากมนุษย์ไม้ ที่เอาแต่ทำลายธรรมชาติกันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นเหมือนทุกวันนี้ ความมืดและเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างจากอนุสาวรีย์ หมายเลข 6 อาจจะหมายถึงการลงมือสร้างมนุษย์ครั้งใหม่ของเทพหทัยสวรรค์ก็เป็นได้ครับ

แต่ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องวันอวสานโลกในปี 2012 นั้น เป็นประเด็นที่มีคนสนอกสนใจกล่าวขวัญกันทั่วโลก จนถูกหยิบยกมาเป็นไอเดียในการสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง "2012...วันสิ้นโลก" ซึ่งเหตุการณ์จริงของโลกเราในปี 2012 นั้น จะรุนแรงระทึกขวัญเหมือนในภาพยนตร์หรือไม่...จะเป็นวันอวสานโลกหรือเปล่า เราคงต้องนับถอยหลังรอลุ้นกันต่อไปอีกเพียงแค่ 3 ปี!

ทีมงาน ต่วย'ตูน
http://www.thairath.co.th/content/life/45236

ปลนำเนื้อหานี้มาจาก: http://endtime-warning.blogspot.com/2009/11/2012_4647.html

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1756 วันที่ 26 ธ.ค. 2552


ปฏิทินมายา กับไขปริศนาวันสิ้นโลก ....ควรอ่านปฏิทินมายากับไขปริศนาวันสิ้นโลก....ควรอ่าน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ทำได้ไง

ทำได้ไง


เปิดอ่าน 6,382 ครั้ง
ตำนานดอกกุหลาบ

ตำนานดอกกุหลาบ


เปิดอ่าน 6,379 ครั้ง
8 เรื่องที่สาวๆห้ามบอกแฟน

8 เรื่องที่สาวๆห้ามบอกแฟน


เปิดอ่าน 6,404 ครั้ง
สูตรขจัดสิวเสี้ยน

สูตรขจัดสิวเสี้ยน


เปิดอ่าน 6,379 ครั้ง
ส.ค.ส. ในหลวง?ขอทรงพระเจริญ!

ส.ค.ส. ในหลวง?ขอทรงพระเจริญ!


เปิดอ่าน 6,385 ครั้ง
บทร้อยกรอง คำควบกล้ำ  กร

บทร้อยกรอง คำควบกล้ำ กร


เปิดอ่าน 6,493 ครั้ง
คนหน้าตาดีไม่มีภาพ

คนหน้าตาดีไม่มีภาพ


เปิดอ่าน 6,382 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เก็บเงินทำได้...แถมง่ายนิดเดียว

เก็บเงินทำได้...แถมง่ายนิดเดียว

เปิดอ่าน 6,376 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
บิ๊ก D2B ในอดีต
บิ๊ก D2B ในอดีต
เปิดอ่าน 6,382 ☕ คลิกอ่านเลย

ชม....ปราสาทพระวิหารจำลองเหมือนจริง...ครู-นักเรียน ที่   จ.ศรีสะเกษ  สร้าง ..ครับ
ชม....ปราสาทพระวิหารจำลองเหมือนจริง...ครู-นักเรียน ที่ จ.ศรีสะเกษ สร้าง ..ครับ
เปิดอ่าน 6,393 ☕ คลิกอ่านเลย

แนะนำ....ที่บีบมะนาวช่วยลดโลกร้อน
แนะนำ....ที่บีบมะนาวช่วยลดโลกร้อน
เปิดอ่าน 6,379 ☕ คลิกอ่านเลย

ความรัก.....ในแบบที่ไม่ควรเอาอย่าง !!!
ความรัก.....ในแบบที่ไม่ควรเอาอย่าง !!!
เปิดอ่าน 6,377 ☕ คลิกอ่านเลย

ครูดี "ครูเพื่อศิษย์"
ครูดี "ครูเพื่อศิษย์"
เปิดอ่าน 6,399 ☕ คลิกอ่านเลย

เคล็ดลับหุ่น......สวยด้วยบันได 10 ขั้น
เคล็ดลับหุ่น......สวยด้วยบันได 10 ขั้น
เปิดอ่าน 6,381 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ยืดอายุด้วยการเดิน
ยืดอายุด้วยการเดิน
เปิดอ่าน 11,199 ครั้ง

กำจัดความเครียดได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหาร
กำจัดความเครียดได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหาร
เปิดอ่าน 15,162 ครั้ง

มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม
มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม
เปิดอ่าน 24,395 ครั้ง

FOCUS ประเด็นจาก PISA : การศึกษาเวียดนาม: ทำไมนักเรียนจึงมีผลการประเมินสูง
FOCUS ประเด็นจาก PISA : การศึกษาเวียดนาม: ทำไมนักเรียนจึงมีผลการประเมินสูง
เปิดอ่าน 33,353 ครั้ง

ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน
ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน
เปิดอ่าน 33,708 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ