หัวของพืชชนิดนี้ผู้คนในประเทศจีนเรียกกันว่า เสวี่ยเหลียนกว่อ ถ้าแปลตามตัวอักษรแล้วก็ ได้ความว่า ผลของบัวหิมะ ชาวจีนเรียกเห็นเป็นผลไม้ไปโน่น ทั้งๆที่เป็นส่วนของรากที่เกิดอยู่ในดิน เข้าใจว่าที่เรียกเช่นนี้ เนื่องจากนิยมนำมากินสดๆเหมือนผลไม้นั่นเอง ดูไปก็เหมือนเหง้าบัวอยู่เหมือนกันนะ!!
เสวี่ยเหลียนกว่อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Smallanthus sonchifolius หรือที่เรียกขานกันในภาษาอังกฤษว่า Yacon (ผลไม้แห่งพระเจ้า) เป็นพืชในตระกูล ทานตะวัน เป็นพืชพื้นเมืองที่มีอยู่ทั่วไปตามแถบเขา แอนเดส อเมริกาใต้ ที่ชาวอินเดียแดงใช้เป็นอาหารดั้งเดิมนานมาแล้ว ความสูงของต้นประมาณ 2 ~ 3 เมตร เมื่อโตเต็มที่จะแทงดอกสีเหลืองประมาณ 4 – 5 ดอกก่อนที่จะลงหัวที่มีลักษณะภายนอกคล้ายหัวมันเทศมาก ผิดกันที่ว่ามีความหนาแน่นของแป้งน้อยกว่า มีปริมาณของน้ำมากกว่า มีรสหวานเฉพาะตัวที่แตกต่างจากพืชชนิดอื่นๆ |
|
|
เสวี่ยเหลียนกว่อ พืชหัวชนิดนี้เริ่มปลูกกันมากขึ้นในมณฑลยูอิ๋นหนาน ของประเทศจีน เนื่องจากความต้องการของตลาดได้ขยายออกไปกว้างขวางทั่วประเทศ จากการรณรงค์ด้านการตลาดในโครงการ ซานหนง ที่ทางการสนับสนุนส่งเสริมจนกลายเป็นอุตสาหกรรมเกษตรไปเสียแล้ว ด้วยมีการนำมาแปรรูปในลักษณะต่างๆ เพราะหัวของมันมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยกรดอะมิโน แร่ธาตุหลักและจุลธาตุอีกหลายชนิด โดยเฉพาะ แคลเซี่ยม แม๊กนีเซียม เหล็ก สังกะสี และซีลีเนียมที่มีอยู่ในสัดส่วนสูงเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ เสวี่ยเหลียนกว่อ ยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรในการควบคุมปรับปรุงของเหลวในเลือด ลดน้ำตาล ไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด เป็นการป้องกันและเยี่ยวยาอาการของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่ได้ผลชัดเจน เสวี่ยเหลียนกว่อ ยังมีส่วนประกอบของน้ำตาล สูงสุดในบรรดาพืชทั้งหมด ช่วยการทำงานของระบบขับถ่ายในกระเพาะลำไส้และทางเดินปัสสาวะได้ดี ช่วยย่อยอาหาร ช่วยระบายท้อง ป้องกันท้องเสีย ป้องกันการเกิดผลึกก้อนนิ่ว และป้องกันการเกิดมะเร็งจากสารพิษ สารก่อมะเร็งร้าย ป้องกันการเกิดสิวฝ้าบนใบหน้า เป็นอาหารบำรุงสุขภาพความงามของร่างกายที่ดี รสชาติของ เสวี่ยเหลียนกว่อ คล้ายคลึงกับผลสาลี่ ที่มีเปลือกบาง กรอบ รสออกหวาน ฉ่ำน้ำ นอกเหนือจากการกินสดแล้ว ยังสามารถนำไปปรุงให้สุกในรูปแบบของน้ำซุป ตุ๋นกับเนื้อ
นำไปผัดก็ให้รสชาติอร่อยที่แตกต่างเฉพาะตัว และยังมีการนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม เติมผสมกับไอสครีม เครื่องดื่มและชา แปรรูปบรรจุเป็นอาหารกระป๋อง นับเป็นพืชอาหารบำรุงสุขภาพเสริมความงามชนิดใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
|
อ้างอิง
1. http://de.wikipedia.org/wiki/Smallanthus_sonchifolia
2. http://www.eco-agrotech.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=446766&Ntype=2
คลิกฟังเพลง http://jukebox.pleng.com/player_song.php?song_id=6754
วันที่ 13 พ.ย. 2552
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,330 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,335 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,337 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,347 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,329 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,352 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,330 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,346 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,345 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,336 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,388 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,331 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,375 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,328 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,364 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,349 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,339 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,343 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,334 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,380 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,332 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,363 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,322 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 11,611 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 47,714 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 19,254 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 4,123 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 35,905 ครั้ง |
|
|