ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เปิดโต๊ะ ?โคเปนเฮเกน? ตัดสินชะตาโลกหลังปี 2012


เรื่องราวจากสมาชิก

8,324

views
Advertisement

เปิดโต๊ะ ?โคเปนเฮเกน? ตัดสินชะตาโลกหลังปี 2012

เปิดโต๊ะ “โคเปนเฮเกน” ตัดสินชะตาโลกหลังปี 2012

Print E-mail
Post by Administrator   
ศุกร์, 04 ธันวาคม 2009

     

Image

 

        วันที่ 7-18 ธ.ค.นี้ เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพราะผู้แทนรัฐบาลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะมารวมตัวกันในที่ประชุมเจรจาอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศภายหลังปี 2012 เมื่อพิธีสารเกียวโตสิ้นสุดลง

ในปี 1997 ภาคีสมาชิกของ UNFCCC ได้ร่วมกันลงนาม ยอมรับข้อตกในการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้พิธีสารเกียวโต ซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 15 ปี ตั้งแต่ 1997-2012 ทว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศอุตสาหกรรมก็ยังไม่สามารถ ลดก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมายที่กำหนดในพิธีสารเกียวโต
       
       อีกทั้งชาติร่ำรวยอย่างสหรัฐฯ ยังปฏิเสธที่จะยอมรับข้อตกลงในพิธีสารดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่าพิธีสารเกียวโตมีผลบังคับกับประเทศอุตสาหกรรมเท่านั้น ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศอย่างจีน อินเดีย และบราซิล ก็มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยไปกว่าประเทศร่ำรวยอื่นๆ เลย แต่กลับไม่ต้องรับภาระดังกล่าว จึงไม่ยุติธรรมที่จะให้ประเทศอุตสาหกรรมแบกรับภาระแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนและมีต้นทุนทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากแต่เพียงฝ่ายเดียว
       
       เมื่อพิธีสารเกียวโตใกล้หมดอายุลง ภาคีสมาชิกของ UNFCCC จึงต้องประชุมเจรจาเพื่อหาข้อตกลงและกำหนดแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก หลังปี 2012 ซึ่งมีการเจรจากันเป็นระยะอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี และจะต้องหาข้อสรุปให้ได้ภายในปีนี้ที่เวทีสุดท้ายคือ “โคเปนเฮเกน”
       
       ที่ผ่านมาประเทศอุตสาหกรรม ก็เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้ามามีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน ขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ก็ต้องการเห็นความตั้งใจแก้ปัญหาของประเทศอุตสาหกรรมมากกว่านี้ และต้องการได้รับความสนับสนุนจากชาติร่ำรวย ทั้งด้านเทคโนโลยีและเงินทุนสำหรับลดก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากประเทศกำลังพัฒนา
       
       ก่อนการประชุมเจรจาจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ว่าประเด็นสำคัญที่น่าจับตาในการเจรจาที่โคเปนเฮเกนมีอยู่ 4 เรื่อง ได้แก่
       
       ดันข้อตกลงลดก๊าซเรือนกระจก
       
       ปัญหาใหญ่ของนานาชาติคือ การจัดทำข้อตกลงในการลดก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2020 นับตั้งแต่พิธีสารเกียวโตหมดอายุลง ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญไปสู่เป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2050 โดยเทียบกับปี 1990 ทว่าการลดก๊าซเรือนกระจกให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายจะมีต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น จากการปรับปรุงประสิทธิภาพของพลังงานและการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่สะอาด
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศร่ำรวยมักจะเป็นฝ่ายถูกตำหนิว่า เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนในทุกวันนี้ อีกทั้งยังมีความสามารถที่จะรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้มากกว่า ทว่าฝันร้ายของวันพรุ่งนี้ส่วนใหญ่แล้วน่าจะมาจากประเทศกำลังพัฒนามากกว่าเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วกลับมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศมากไม่ต่างจากประเทศร่ำรวย หรืออย่างน้อยครึ่งหนึ่งของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมา
       
       ในจำนวนนี้ จีน อินเดีย และบราซิล ถือเป็นประเทศกำลังพัฒนายักษ์ใหญ่ของโลก และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งมีความต้องการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันก็มีการทำลายพื้นที่ป่าไปเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน ในขณะที่ต้องการเพิ่มความมั่งคั่งให้แก่ประเทศ จึงยิ่งเป็นการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกให้โลกมากขึ้น
       
       ลงขันทุ่มเงินคลายร้อนให้โลก
       
       เป้าหมายหนึ่งของข้อตกหลงหลังปี 2012 คือ การผลักดันให้เกิดกองทุนเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้มีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกโดยเปลี่ยนวิถีไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รวมทั้งการรับมือและแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
       
       ทั้งนี้ กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาต้องการให้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมให้คำมั่นสัญญาว่าจะสนับสนุนด้านการเงินปีละประมาณ 1% ของจีดีพี หรือเป็นเงินประมาณ 400,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ในสหภาพยุโรปเองยังมีความต้องการใช้เงินเพื่อการนี้ประมาณ 150,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วงปี 2020
       
       เป็นไปได้ว่า ในการเจรจาอาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างรวดเร็ว (ภายในปีหน้า) ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนายังมีอุปสรรคและแรงกดดันอย่างหนักจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ด้วย
       
       อย่าให้เป็นแค่เสือกระดาษ
       
       ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีประเด็นถกเถียงถึงจุดอ่อนของพิธีสารเกียวโตว่า ไม่มีบทลงโทษหากดำเนินการไม่ถึงเป้าหมาย พร้อมทั้งเกิดข้อกังขาว่า ปึกกระดาษอันเป็นข้อสรุปจากบทเจรจาที่โคเปนเฮเกนนี้ จะมีสถานะทางกฎหมายอย่างไร
       
       ทว่า ประเทศกำลังพัฒนายังต้องการให้มีการขยายระยะเวลาของพิธีสารเกียวโตออกไปไกลกว่าปี 2012 ขณะที่สหรัฐฯ ไม่ยอมรับข้อตกลงของพิธีสารเกียวโต เนื่องจากมีผลบังคับเฉพาะประเทศอุตสาหกรรม แต่ไม่บังคับใช้กับประเทศกำลังพัฒนายักษ์ใหญ่
       
       ดังนั้น สหรัฐฯ จึงผลักดันแนวคิดความรับผิดชอบร่วมกันของนานาชาติ โดยพิจารณาจากรายงานข้อเท็จจริง แทนกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
       
       ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ 2 แนวทาง คือขยายระยะเวลาของพิธีสารเกียวโต แต่ปรับกติกาให้สหรัฐฯ ยอมเข้าร่วม หรืออีกทางหนึ่งคือลบล้างข้อตกลงเดิมในพิธีสารเกียวโต แล้วจัดทำข้อตกลงขึ้นใหม่ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสหรัฐฯ
       
       ป่าไม้ทำลายไม่ได้อีกแล้ว
       
       การลดการทำลายพื้นที่ป่าเป็นอีกหนึ่งประเด็น ที่เวทีเจรจาเรื่องโลกร้อนให้ความสำคัญมาก โดยมีการผลักดันให้กลุ่มประเทศแถบเขตร้อนที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ รักษาพื้นที่ป่าไว้ไม่ให้ลดลง เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และจะได้รับงบประมาณสนับสนุนด้วย
       
       ทว่าแนวคิดดังกล่าวกลับมีปัญหาในทางปฏิบัติไม่น้อย เช่น จะวัดปริมาณการอนุรักษ์ป่าได้อย่างไร และจะป้องกันการทุจริตหรือคอร์รัปชันได้อย่างไร รวมทั้งจะรับประกันได้อย่างไรว่าเงินทุนจะไม่หมดไประหว่างการถ่ายทอดเทคโนโลยี และความช่วยเหลืออื่นๆ ที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องการ
       
       นอกเหนือจากประเด็นที่ต้องถกเถียงใน 4 ข้อหลักแล้ว เวทีเจรจาที่โคเปนเฮเกน ยังหมายถึงการแลกเปลี่ยนความเห็น และการทำงานร่วมกันครั้งยิ่งใหญ่ของประชาคมโลก ต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งผู้แทนรัฐบาลจากทั่วโลกจำเป็นจะต้องเคาะมาตรการต่างๆ ออกมาแก้ปัญหาที่กำลังส่งผลต่อโลกใบเดียวใบนี้ของพวกเรา โดยมีเส้นตายอยู่ที่ปี 2012.
       
        ******************
       
       เส้นทางบรรเทาโลกร้อน
       
       UNFCCC
       
       อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เกิดขึ้นครั้งแรกในการประชุมเอิร์ธซัมมิท (Earth Summit) ที่เมืองริวเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี 1992 จากความพยายามของประชาคมโลก เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนและภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง อันมีสาเหตุมาจากก๊าซเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันมีภาคีสมาชิกทั้งสิ้นรวม 192 ประเทศ
       
       พิธีสารเกียวโต
       
       เป็นอนุสัญญาสากลที่นานาประเทศยอมรับร่วมกัน สำหรับใช้เป็นข้อกำหนดและแนวทางเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก และบรรเทาปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โดยที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาฯ ร่วมลงนามรับรองในปี 1997 จนได้ 183 ประเทศ และกลุ่มประชาคมยุโรป (European Community) มีผลบังคับใช้ในปี 2005
       
       สาระสำคัญของพิธีสารเกียวโต คือกำหนดให้ประเทศอุตสาหกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่ครอบคลุมก๊าซ 6 ชนิด ให้ได้อย่างน้อย 5% ในระหว่างปี 2008-2012 โดยเทียบกับปี 1990 รวมถึงกลไกการพัฒนาที่สะอาด และการซื้อขายสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนเครดิต) ระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศกำลังพัฒนา โดยที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่ต้องมีข้อผูกมัดในการลดการเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด
       
       โคเปนเฮเกนทอล์กส (COPENHAGEN TALKS)
       
       การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ ที่บาหลี อินโดนีเซีย เมื่อปี 2007 ซึ่งมีการลงนามร่วมกันของนานาประเทศในแผนที่นำทางบาหลี (Bali Road Map) โดยมีแผนให้แต่ละประเทศร่วมประชุมเจรจาเพื่อกำหนดแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก ภายหลังพิธีสารเกียวโตหมดอายุให้ได้ภายในปี 2009 ซึ่งการประชุมที่กรุงโคเปนเฮเกนในเดือน ธ.ค. นี้ จะต้องได้ข้อสรุปสำหรับแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกหลังปี 2012

Last Updated ( ศุกร์, 04 ธันวาคม 2009 )

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 3113 วันที่ 8 ธ.ค. 2552

ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

฿1,790

https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


เปิดโต๊ะ ?โคเปนเฮเกน? ตัดสินชะตาโลกหลังปี 2012 เปิดโต๊ะ?โคเปนเฮเกน?ตัดสินชะตาโลกหลังปี2012

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

สปา คืออะไร

สปา คืออะไร


เปิดอ่าน 8,345 ครั้ง
กินอาหาร...ให้เป็นยา

กินอาหาร...ให้เป็นยา


เปิดอ่าน 8,337 ครั้ง
ดอกไม้สวย ๆ

ดอกไม้สวย ๆ


เปิดอ่าน 8,317 ครั้ง
10พฤติกรรมทำให้สมองฝ่อ

10พฤติกรรมทำให้สมองฝ่อ


เปิดอ่าน 8,334 ครั้ง
ความหมายของของขวัญ

ความหมายของของขวัญ


เปิดอ่าน 8,337 ครั้ง
อารมณ์ ทางเพศ   555+

อารมณ์ ทางเพศ 555+


เปิดอ่าน 8,349 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

Backward Design (ดร.ฉัตรแก้ว อ.จรรยา)PowerPoint ประกอบการบรรยาย

Backward Design (ดร.ฉัตรแก้ว อ.จรรยา)PowerPoint ประกอบการบรรยาย

เปิดอ่าน 8,346 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รู้ไว้... ก่อนออกกำลังกาย
รู้ไว้... ก่อนออกกำลังกาย
เปิดอ่าน 8,344 ☕ คลิกอ่านเลย

ล่องแม่ปิง...ล่องใจสบายๆ
ล่องแม่ปิง...ล่องใจสบายๆ
เปิดอ่าน 8,338 ☕ คลิกอ่านเลย

เรื่องไร้สาระของ...
เรื่องไร้สาระของ...
เปิดอ่าน 8,327 ☕ คลิกอ่านเลย

 ดินแดน นี้ลือขาน "?เขาวังคู่บ้าน ขนมหวาน เมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม?
ดินแดน นี้ลือขาน "?เขาวังคู่บ้าน ขนมหวาน เมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม?
เปิดอ่าน 8,351 ☕ คลิกอ่านเลย

วันวาน...หนูยังเป็นเด็ก....
วันวาน...หนูยังเป็นเด็ก....
เปิดอ่าน 8,324 ☕ คลิกอ่านเลย

ความสุขที่ถูกมองข้าม (พระไพศาล วิสาโล)
ความสุขที่ถูกมองข้าม (พระไพศาล วิสาโล)
เปิดอ่าน 8,364 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คำรำพึง ของคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ในการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์
คำรำพึง ของคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ในการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เปิดอ่าน 10,653 ครั้ง

6P คาถาที่จะทำให้คุณครูมีความสุขกับการทำงาน
6P คาถาที่จะทำให้คุณครูมีความสุขกับการทำงาน
เปิดอ่าน 49,758 ครั้ง

ASEAN
ASEAN
เปิดอ่าน 15,666 ครั้ง

ประเพณีแห่เทียนพรรษา ปี 52 จังหวัดอุบลราชธานี
ประเพณีแห่เทียนพรรษา ปี 52 จังหวัดอุบลราชธานี
เปิดอ่าน 25,829 ครั้ง

4 พฤติกรรมเสี่ยง ทำสิ่งเหล่านี้ในอนาคตปวดหลังเรื้อรังแน่นอน
4 พฤติกรรมเสี่ยง ทำสิ่งเหล่านี้ในอนาคตปวดหลังเรื้อรังแน่นอน
เปิดอ่าน 42,635 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ