|
❝ การสอนเสริมนอกเวลาโดยไม่ใช้ครูในสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงเรียนบ้านลือเน็ง
ปีการศึกษา 2549
โดย นายกฤชพร ยือเราะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลือเน็ง สำนักงานเขตพื้นการศึกษายะลา เขต 2
บทคัดย่อ
การวิจัยเกี่ยวกับกับการสอนเสริมนอกเวลาโดยไม่ใช้ครู ในสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของโรงเรียนบ้านลือเน็ง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และการเรียนการสอนบรรลุผลตามเป้าหมายของหลักสูตรของสถานศึกษา โดยการพัฒนาและหารูปแบบการสอนเสริมที่มีประสิทธิภาพ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการทดลองการสอนเสริมนอกเวลาโดยไม่ใช้ครูใน 3 รูปแบบ คือแบบใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น แบบเรียนรู้ด้วยตนเองโดยใช้ทักษะกระบวนการ และแบบใช้กระบวนการกลุ่ม
การวิจัยครั้งนี้ได้ดำเนินการเลือกกลุ่มตัวอย่างนักเรียนเพื่อใช้เป็นกลุ่มทดลอง โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จากชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามลำดับ ประมาณครึ่งหนึ่ง และที่เหลือใช้เป็นกลุ่มควบคุมที่มีสอนตามปกติในชั้นเรียนเดียวกัน
ผลการวิจัยพบว่า เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้คือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .001 ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนกลุ่มทดลองทุกรูปแบบการสอนเสริม สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่เรียนตามปกติ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .001 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนระหว่างเพศชายและเพศหญิงกลุ่มทดลอง ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนระหว่างกลุ่มทดลองทุกรูปแบบการสอนเสริม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
จากการสอบถามความคิดเห็นของผู้สอนและผู้เรียน พบว่าด้านผู้สอนเสนอแนะให้มีการจัดการสอนเสริมอย่างต่อเนื่อง การสอนเสริมแบบใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควรให้มีค่าตอบแทนบ้าง ควรกำหนดสถานที่พบปะสำหรับสอนเสริมนอกเวลาให้ชัดเจน และนักเรียนควรรายงานผลการเรียนเป็นระยะ ๆ ส่วนด้านผู้เรียนมีความเห็นว่า อยากให้มีกิจกรรมสอนเสริมต่อไปอีกในภาคเรียนต่อไป การสอนเสริมแบบใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควรใช้ผู้สอน 2 - 3 คนต่อผู้เรียน 1 คน การสอนเสริมแบบเรียนรู้ด้วยตนเองโดยใช้ทักษะกระบวนการ ควรให้นักเรียนได้ค้นคว้าข้อมูลที่หลากหลาย เช่น ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตหรือห้องสมุด เป็นต้น และการสอนเสริมแบบใช้กระบวนการกลุ่ม ควรให้ครูมาสังเกตการณ์ให้ถี่มากขึ้น เพื่อจะได้ให้คำแนะนำกรณีนักเรียนไม่สามารถสรุปประเด็นที่อภิปรายได้
❞
วันที่ 14 พ.ย. 2551
Advertisement
 เปิดอ่าน 9,023 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,992 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,026 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,123 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,368 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,041 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,070 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,102 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,043 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,041 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,026 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,025 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,030 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,032 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,044 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,033 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 9,116 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 9,000 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,086 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,215 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,022 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,037 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,054 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 21,895 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 410,997 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 43,396 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 12,475 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 6,813 ครั้ง |
|
|